*Warning NC-17*

เด็กดีไม่ควรอ่านนะคะ *-* 

จั่วหัวนี่มีไว้ทำให้คนอ่านกระตือรือร้นสินะ... คงไม่มีประเภทอุ้ย NC-17 เด็กดีไม่รู้จักไม่อ่าน แหง ๆ.... ประชากรที่เข้าบล็อคนี้มันก็หื่นเหมือนเจ้าของบล็อค กร๊ากกกก (เปล่าด่า!!!) 

Maybe, Goodbye (9)

ผิวขาวเนียนที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด นิ้วมือสัมผัสเส้นผมสีบลอนด์เปียกชื้น ไล้ปลายนิ้วผ่านใบหน้าเรียวที่ออกจะแดงเรื่อด้วยความเขินอาย ดวงตากลมโตสีฟ้าไหวระริกด้วยความหวามไหว เขาก้มลงจูบระทั่วซอกคอขาว ดูดเม้มจนเจ้าของร่างร้องครวญคราง เสียงที่ได้ยินนั้นช่างหวานหูเหลือเกิน

“เจ็บหรอ?”

“...ไม่ แค่...” เด็กหนุ่มไม่ตอบคำ ราวกับจะละไว้ในฐานที่เข้าใจแต่ชายหนุ่มไม่ยอมให้ลอยนวลไปได้

“แค่อะไร?” ปลายนิ้วชี้แตะไล้ริมฝีปากบางเย้าแหย่ ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วไม่รู้จะแดงมากขึ้นได้อีกเท่าไหร่

“...........รู้สึกดี”

ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “งั้นจะทำให้อีกเยอะ ๆ เลย”

ริมฝีปากจรดลงลำคอนุ่มหนักหน่วง หลายครั้งที่ปลายลิ้นออกมาแตะผิวเนื้อละเอียด แทนที่จะมีรสเค็มเขากลับรู้สึกว่ามันหวานละมุน แซคค่อย ๆ โลมเลียร่างกายนั้นอย่างเชื่องช้าเฉกเช่นเดียวกับเวลาที่ลิ้มลองไวน์รสเลิศ จิบทีละน้อย... ให้รสชาติหอมหวานนั้นค้างอยู่ในปากยิ่งนาน แต่ไม่ลืมที่จะฝังรอยจูบสีกุหลาบไว้

อกบางกระเพื่อมขึ้นลงอย่างไม่สม่ำเสมอนัก บ่อยครั้งที่ทั้งกายจะแอ่นกระตุกยามที่แซคทิ้งรอยฟันไว้ตามผิวเรียบด้วยความเสน่หา กระนั้นร่างเบื้องล่างก็ไม่ได้ขัดขืน เจ้าของแขนเรียวดูจะตัดสินใจไม่ถูกว่าจะผลักไสหรือโอบกอดชายหนุ่มเข้ามาแนบชิดดี

คลาวด์รู้สึกว่าที่เช็ดตัวไปเมื่อครู่ช่างเปล่าประโยชน์ ทั่วกายถูกลิ้นอุ่นสัมผัสจนเปียกไปทั่ว ทุกส่วนที่ถูกริมฝีปากร้อนนั่นแตะจะอุ่นวาบ... อดคิดไม่ได้ว่าเขากำลังถูกอบจนหลอมละลาย สัมผัสของแซคเหมือนเหล็กร้อนทาบลงมา ร่างกายอาจจะระเหยหายไปได้หากไม่ยึดเกาะร่างกายแข็งแกร่งตรงหน้าไว้

“....ตัดสินใจยากจังว่าตรงไหนหวานที่สุด” ชายหนุ่มหยอก

มือเล็กถูกคว้าขึ้นมาประกบจุมพิต ลิ้นเรียวไล้เลียตั้งแต่โคนนิ้วจนถึงปลาย คลาวด์จรดปลายนิ้วแตะห้ามริมฝีปากให้หยุด

“ขี้โกง...” ใช่ว่าเขาอยากจะเลียอีกฝ่ายทั้งตัวบ้าง แต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายกอบโกยผลประโยชน์เอาข้างเดียว

แซคไม่รอช้า โน้มลงปิดปากช่างพูดนั่นทันที ลิ้นเล็กที่ตอบรับอย่างดีช่างเย้ายวน คลาวด์ขยับตัวอึดอัดเพราะถูกตรึงไว้ในอ้อมกอดแข็งแกร่ง รู้สึกราวกับเขาจะละลายกลายเป็นน้ำได้ในวงแขนนี้

“อย่าเงียบสิ คลาวด์ ให้ฉันเดาเองว่านายชอบหรือไม่ชอบเดี๋ยวก็เดาผิดหรอก”

...สดใสเหมือนพระอาทิตย์แบบนี้นี่เองถึงได้แผดเผาเขาจนร้อนรุ่มได้ถึงเพียงนี้ คลาวด์เหลือบมองต่างหูสีฟ้าอีกข้างของตน สีฟ้า... เหมือนกับท้องฟ้ายามที่แสงอาทิตย์สาดส่อง

ร่างเล็กยันตัวโอบกอด แล้วกระซิบข้างหู “แซคน่ะ... อยากทำอะไรก็ทำเถอะ พาฉันไปด้วย... ก็พอแล้ว”

เพราะว่ารัก... ฉันถึงได้เชื่อใจ ถ้ามีแซคอยู่ใกล้ ๆ ไม่มีอะไรที่จะทำไม่ได้

“แน่ใจนะ คลาวด์...” แซคถามย้ำ แทบจะห้ามความดีใจไว้ไม่อยู่

เด็กหนุ่มเพียงแต่พยักหน้ารับ จุมพิตอุ่นประทับลงที่หน้าผากระเรื่อยจนถึงปลายจมูก ดวงตาสีฟ้านั้นหวานฉ่ำยิ่งกว่าทุกทีที่เคยเห็น คลาวด์ยิ้มแต่ไม่ได้เอ่ยอะไร นี่ละมั้งที่เขาบอกว่าแค่มองตาก็รู้ใจ

แซคก้มลงจูบที่หน้าท้อง สร้างความเสียววาบจนร่างกายสั่นสะท้าน มือใหญ่เคลื่อนลงเคล้นคลึงเบื้องหน้าที่เปลือยเปล่า จุดนั้นไม่เคยต้องมือใครมาก่อนทำให้เด็กหนุ่มสะดุ้งด้วยความตกใจ เบิกตาขึ้นมองคนตรงหน้าที่ส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ราวกับจะเย้ยว่าถึงจะเปลี่ยนใจตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว

มือใหญ่ดันร่างเล็กให้พลิกคว่ำกับเตียง ส่งปลายนิ้วแทรกเข้ามาในโพรงปาก โดยที่มืออีกข้างยังทำหน้าที่ปลุกเร้าอย่างหนักหน่วง ความรู้สึกกระดากอายค่อย ๆ เจือจางหายไปทีละน้อยเมื่อถูกโอบกอดไว้ในอ้อมแขนอ่อนโยนนี้ เสียงหวานครางเครือราวกับไม่ใช่เสียงของตัวเองหลุดรอดออกไปง่ายดายจนแปลกใจ

ชายหนุ่มยิ้มพอใจเมื่อเห็นปฏิกิริยานั่น เป่าลมกระซิบข้างหูราวกับจะแกล้งเร้าอารมณ์อีกฝ่าย “อย่าเกร็งนะ”

นิ้วเปียกชุ่มถูกถอนออกจากโพรงปากอุ่น แซคเคลื่อนนิ้วแตะส่วนอ่อนไหวด้านหลังอย่างใจเย็น นิ้วชุ่มน้ำลายชำแรกเบิกทางเข้าสู่ช่องบอบบางนั้นทีละนิด เรียกเสียงร้องหวามไหวจากร่างเบื้องล่างได้เป็นอย่างดี

...รู้สึกแปลก ๆ... ทั้งอึดอัดแต่ก็..................

ไม่คิดว่าการรุกเร้าจากเบื้องหลังจะสามารถเร้าอารมณ์ได้ถึงเพียงนี้ สะโพกบางขยับไหวตามแรงกระตุ้นที่ถูกรุกรานภายใน ช่องทางแคบ ๆ นั้นบีบรัดนิ้วเสียแน่นจนแซคทนตื่นเต้นได้ยากนัก

จำนวนนิ้วถูกเพิ่มเป็นสอง... เป็นสาม... ชายหนุ่มค่อย ๆ ดุนดันนิ้วที่สองเข้าไปอย่างเชื่องช้า ท่อนขาเรียวสั่นระริก ในขณะที่แก่นกายเบื้องหน้าตื่นตัวเต็มที่

“จะไป... ก่อนรอบนึงมั้ย” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบถาม เขาไม่อยากให้คลาวด์เจ็บจึงอยากจะเตรียมให้ร่างกายนี้พร้อมที่สุด อีกอย่างเขาก็คิดว่าแค่น้ำลายอย่างเดียวคงลื่นไหลได้ไม่พอ

แม้สติจะเลือนรางเต็มทนด้วยอารมณ์ที่ถูกปรนเปรอให้ เด็กหนุ่มกลับเอ่ยตอบเบา ๆ “ม... ไม่เอา... ไป... พร้อมกันนะ”

คำตอบนั้นสร้างความลำบากใจให้เขาไม่น้อย แต่เขาก็ไม่อยากจะอดทนไปยิ่งกว่านี้ ชายหนุ่มถอนนิ้วออกอย่างนุ่มนวลความเป็นชายแข็งแกร่งที่มีขนาดใหญ่กว่ามากตั้งจ่อแทนที่ปากทางเล็ก

คลาวด์เองก็รู้สึกได้ว่าสิ่งที่จะสอดแทรกเข้ามาต่อไปนั้นมีขนาดใหญ่กว่านิ้วเมื่อครู่มากนัก แต่ถ้าแซคต้องการ... เขาจะเต็มใจรับมันเข้ามา

“หายใจลึก ๆ นะ... แล้วก็อย่าเกร็ง”

คำแนะนำเฮือกสุดท้ายก่อนกายแกร่งจะถูกดันเข้ามา ร่างกายต่อต้านขึงเกร็งขึ้นมาอย่างบังคับไม่ได้ คลาวด์พยายามสูดลมหายใจเข้าอย่างที่อีกฝ่ายบอก แต่ลมหายใจกลับหอบรัวเร็วเหมือนคนหายใจไม่ทัน คิ้วเรียวขมวดแน่นด้วยความเจ็บปวด น้ำตาไหลรื้นขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

แซคโน้มลงจูบปลอบให้เด็กหนุ่มผ่อนคลาย ทั้งที่ขมับ ผิวแก้ม ลาดไหล่ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นประปรายแม้อากาศจะเย็นเพราะไอฝน ร่างสูงไม่อาจทนเห็นคนรักทรมานอยู่ได้นานนัก เขาตัดใจจะถอนกายออกกลางคัน เพราะไม่อยากดึงดันจนกายเบื้องล่างตนจะมีบาดแผล

คลาวด์สูดลมหายใจลึกเมื่อชายหนุ่มหยุดนิ่งรอให้เขาผ่อนคลาย เขาพลิกตัวขึ้นสบดวงตาสีดำประกายเขียวที่แสนอ่อนโยน รั้งอีกฝ่ายมากอดแนบชิด

“...เข้ามาเถอะ... แซค... ฉัน.... ไม่เป็นไร....”

น้ำเสียงหอบสั่นแฝงความทรมาน เจือไปด้วยความปรารถนาในตัวชายหนุ่มเหลือล้น แซคประกบจุมพิตเพื่อปลอบโยน แล้วเคลื่อนกายเข้าหาด้วยแรงที่มากกว่าเดิม ร่างเล็กผ่อนคลายจนสามารถดันกายแกร่งเข้าไปจนสุดได้ ช่องทางนั้นบีบรัดแน่นจนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน แก่นกายร้อนที่แทรกลึกเข้ามาทำให้ทั้งร่างเด็กหนุ่มสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกแทงด้วยมีดไฟเผา แต่ช่างเป็นความเจ็บปวดที่ตนปรารถนาเรียกร้องด้วยตัวเอง ลมหายใจหอบระรัว ดวงตาทั้งคู่ปิดสนิทแน่นด้วยความเครียดขึง หางตาชื้นเปียกด้วยหยดน้ำที่เต็มตื้นขึ้นมา

“มองฉันไว้ คลาวด์” เสียงทุ้มเรียกให้ดวงตาสีฟ้าค่อย ๆ ลืมขึ้นอย่างอ่อนล้า ใบหน้าของผู้ชายที่ไว้ใจมากที่สุดในชีวิตกำลังยิ้มให้อยู่ตรงหน้า “เชื่อใจฉัน”

แววตาหวานซึ้งสื่อคำตกลง แซคจูบปลอบที่ขมับแล้วจึงค่อย ๆ ขยับกายเป็นจังหวะ แรงเสียดสีเบื้องล่างกลับทำให้ความเจ็บร้าวจางหายไป แทนที่ด้วยความหฤหรรษ์ที่ไม่เคยรู้จัก แรงอารมณ์ที่มีแต่เดิมยิ่งพุ่งสูงขึ้น เมื่อรับรู้ได้ว่าตนกำลังโอบรัดความเป็นชายของอีกฝ่ายแนบแน่น

“แซค.... แซค....!”

ไม่มีครั้งใดที่จะรู้สึกว่าชื่อของตัวเองน่าฟังถึงขนาดนี้ แซคเปลี่ยนเป็นโอบร่างเล็กเข้ามาแนบกายแทนการจูบเพื่อปลอบประโลมเพราะรู้สึกเสียดายที่จะกั้นเสียงร้องน่าพึงใจนั่นเสียเอง แขนเรียวตวัดโอบแผ่นหลังกว้างดังเป็นที่ยึดแรงเหวี่ยงแห่งอารมณ์ของตน

สะโพกเพรียวขยับตามจังหวะเข้าออกที่อีกฝ่ายชักนำโดยไม่รู้ตัว ไฟแห่งอารมณ์ที่ร้อนรุมลุกโชนขึ้นจนถึงที่สุด แซคกระชับสะโพกบางนั้นให้กลืนกินเขาจนลึกขึ้น ตัวเองก็ใกล้ถึงฟากฝั่งแห่งอารมณ์เต็มทน

“คลาวด์...!!”

“อะ... อา... แซค!”

ร่างทั้งสองแนบชิดกันจนแทบจะกลืนเป็นหนึ่งเดียว เสียงหอบหายใจประสานสะท้อนดังในห้อง มีเพียงเสียงฝนโปรยปรายที่ดังแทรกเข้ามา อ้อมแขนของทั้งคู่โอบกอดกันและกันไว้ไม่ยอมปล่อยราวกับต้องการกักเก็บความอบอุ่นจากกายไว้ไม่ให้หายไปกับละอองฝนภายนอก

ผิวขาวชื้นไปด้วยเหงื่อ กรุ่นกลิ่นกายนั้นช่างหอมชวนฝัน หากไม่รู้สึกถึงแรงบีบรัดเบื้องล่างกับเสียงหัวใจที่เต้นดังตุบ ๆ เขาคงไม่คิดว่านี่เป็นความจริง ดวงตาสีฟ้าหรี่ปรือมองใบหน้าเปี่ยมสุขของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของอ้อมแขนที่ตระกองกอดเขาแนบแน่น

“ไม่เป็นไรนะ”

คนถูกถามส่ายหน้าน้อย ๆ “แซคน่ะ ใจดีขนาดนี้...........” พูดค้างไว้แค่นั้นแล้วหยาดน้ำใสก็ร่วงลงมาจากหางตา ความสุขมันมากจนจุกล้นไปหมด ความอ่อนโยนที่ชายหนุ่มมอบให้โอบล้อมเขาไว้จนกลัวว่าอาจจะลุกขึ้นยืนเองไม่ได้ถ้าไม่มีคนคนนี้คอยประคอง

ปลายนิ้วหนาปาดน้ำตาให้อย่างนุ่มนวล “เจ็บหรอ”

เพียงรอยยิ้มเปื้อนน้ำตาเท่านั้นที่เป็นคำตอบ”...อยู่แบบนี้อีกหน่อยได้มั้ย”

แซคลูบเส้นผมสีบลอนด์ชื้นด้วยน้ำและเหงื่อ ก่อนจะก้มลงประทับจุมพิตเบา ๆ ลิ้นเรียวค่อย ๆ สอดแทรกเข้าลิ้มรสชาติหวานล้ำที่ไม่เคยจางไปเสียที

“ตลอดไปเลยก็ยังได้”

รอยยิ้มสว่างเจิดจ้าเสียจนแสบตา ใบหน้าขาวแดงเรื่อไปถึงใบหู แซคเอนตัวลงนอนข้าง ๆ โดยที่ยังไม่ละสายตาไปจากดวงตาคู่สวย

“ไม่อึดอัดนะ” เขาหมายถึงแก่นกายที่ยังสอดแทรกอยู่ในตัวอีกฝ่าย เขาปลดปล่อยในร่างเล็กอย่างไม่หักห้ามอารมณ์ น้ำรักขาวขุ่นยังคงค้างอยู่ในช่องทางนั่นไม่น้อยแน่ ๆ

คนถูกถามส่ายหน้าปฏิเสธ หลบตาหนีด้วยความอาย

แซคอมยิ้มแก้มปริ สางผมชื้นนั้นอย่างรักใคร่

“.... ทำไมถึง... ชอบฉันล่ะ” เสียงใสถามตรงไปตรงมาอย่างใคร่รู้ เขาไม่เห็นว่าอะไรในตัวจะดึงดูดแซคได้ ถ้าถามคำถามนี้กับตัวเองบ้างเขาก็ตอบได้ว่าเพราะชอบรอยยิมที่สดใสราวกับพระอาทิตย์นั่น ชอบน้ำเสียงที่คอยหยอกเย้าและปลอบโยน ชอบแววตาที่มุ่งมั่นเอาจริงเอาจังและขี้เล่นในบางที

ชอบต่างหูสีฟ้าข้างนั้นที่เจ้าตัวใส่ไม่เคยถอด

แซคหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบ “ถามเหมือนเดิมเลย”

คนถามทำหน้างง “ปีแรกที่เรารู้จักกันนายก็ถามแบบนี้ ตอนที่เราโดดงานไปเล่นน้ำที่จูน่อน” ชายหนุ่มเตือนความจำให้ ตอนนั้นคลาวด์ยังเข้ามาใหม่ ๆ เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ไม่น้อย แต่เขาใช้ลูกตื้อไปก้อร่อก้อติกจนเด็กหนุ่มอ่อนใจยอมไปโน่นไปนี่ตามที่เขาลากไป

ที่ชายหาดยามเย็นใกล้ป้อมจูน่อนวันนั้น คลาวด์ถามเขาว่าทำไมถึงดีกับคนน่าเบื่ออย่างตัวเองนัก

“ตอบไปแล้วด้วย” แซคเล่นลิ้น เห็นชัดว่าอีกฝ่ายจำไม่ได้ว่าเขาเคยถามอะไรแบบนั้น ตอนนั้นแซคตอบไปแค่ว่าเขาชอบดวงตาสีฟ้าสุกใสนั่น พูดตามตรงแล้วนั่นเป็นคำตอบแบบขอไปที เพราะเหตุผลที่แท้จริงนั้น... มันไม่มีอะไรเลย

คลาวด์ขมวดคิ้วขัดใจเมื่อชายหนุ่มเฉไฉไม่ยอมตอบ สรุปเป็นความผิดเขาที่ลืมว่าเคยถามสินะ

“อยากรู้จริง ๆ หรอ” แซคถามหยอกแล้วเริ่มขยับตัวถอดถอนกายออกมา

“อะ.. แซค... เดี๋ยว!” เด็กหนุ่มตาโตด้วยความตกใจ ความเสียวซ่านแล่นริ้วขึ้นมาทั่วร่างเมื่อแก่นกายใหญ่โตกำลังถูกถอนออก ความเปียกลื่นเบื้องล่างยิ่งทำให้รู้สึกวาบหวิว

“ฉันรักนาย ไม่มีเหตุผลหรอก ฉันแค่รักนายเท่านั้น ยิ่งรู้จักมากขึ้นก็ยิ่งรักมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้”

ดวงตาสีฟ้าปริ่มไปด้วยน้ำตาเมื่อได้ยินคำบอกรักแสนซื่อตรงนั่น ความรักของตนดูช่างน้อยนิดเมื่อเทียบกับความบริสุทธิ์ใจของแซค สองแขนเรียวโอบกอดให้ร่างกายอบอุ่นแนบชิด

“เข้ามา... ในตัวฉันอีกเถอะนะ”

อยากหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

อยากตอบแทนความรักนั้นให้มากขึ้นไปอีก...

“จะทำใหฉันหลงนายจนหูตาบอดรึไง แย่จริงเลย” แซคว่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

แท่งเนื้ออุ่นร้อนเคลื่อนออกไปจนเกือบสุดกลับถูกดันเข้ามาอีกครั้ง เรียกเสียงกรีดร้องแห่งความสุขสมให้ดังก้อง สัมผัสหวาบหวาวภายในปลุกเร้าอารมณ์รักร้อนแรงให้พุ่งขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มขยับกายหนักหน่วง เริ่มบรรเลงเพลงรักหวานซึ้งเป็นครั้งที่สอง

สายตาคมเสมองออกไปนอกหน้าต่าง สายฝนยังตกกระหน่ำไม่มีท่าทีว่าจะหยุดง่าย ๆ

“ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ทำจนกว่าฝนจะหยุดมั้ย”

เจ้าของใบหน้าแดงก่ำตอบเสียงเง้างอน “....ไม่รู้จักพอ”

“ใครกันแน่ ฝนหยุดขึ้นมานายจะบ่นเสียดาย”

เด็กหนุ่มหัวเราะคิกคัก “เจ้าบ้----า!”

คำตอบนั้นกลั้วหัวเราะ

ในเมื่อมีวงแขนคอยให้ความอบอุ่นอย่างนี้อยู่แล้ว... ฝนตกตลอดไปได้ก็คงจะดี

########################################

แสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่างบอกเวลาสายโด่งเต็มที ชายหนุ่มผมดำกระพริบตาถี่ ไล่ความง่วงงุนออกไป พลางเหลียวมองคนในอ้อมกอดที่ยังหลับสนิท ไม่มีวี่แววว่าจะตื่นขึ้นเสียด้วย คงจะเหนื่อยกับกิจกรรมเมื่อคืน ก็... กว่าฝนจะหยุดตก มันก็เกือบเช้าเข้าไปแล้ว

นาฬิกาตั้งโต๊ะบนหัวเตียงบอกเวลาสิบเอ็ดโมง สายเต็มทีแล้ว ไม่รู้ป่านนี้เซฟิรอธจะเป็นยังไงบ้าง แซคครุ่นคิดถึงปัญหาที่แก้ไม่ตก วันนี้เขาคงต้องไปดูอาการชายหนุ่มผมเงินที่หมกมุ่นอยู่แต่กับกองหนังสืออีกตามเคย ถ้าเซฟิรอธไม่กลับ เขาก็ไม่ใจจืดใจดำขนาดจะทิ้งเพื่อนแล้วกลับไปประท้วงชินระคนเดียวหรอกนะ

หนุ่มหัวเม่นถอนใจยาวแล้วเลิกคิด มองใบหน้ายามหลับของคนรักแล้วอารมณ์ดีกว่ากันเป็นไหน ๆ เขาดึงร่างเล็กเข้าแนบชิด สูดกลิ่นกายหอมรับอรุณ ร่างในอ้อมกอดขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าค่อย ๆ ลืมขึ้น เมื่อรู้ว่ายังอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มก็กลอกตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลา

“อรุณสวัสดิ์ แซค” เสียงใสเอ่ยทัก

ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงประกบจูบรับอรุณ เรียวลิ้นเกาะเกี่ยวทั่วโพรงปากเป็นการทักทาย คนถูกจูบใบหน้าแดงก่ำ ส่งสายตาขัดเขินมาให้ แซคยิ้มแป้น เป็นรอยยิ้มที่คุ้นเคยไม่เปลี่ยนแปลง

“อรุณสวัสดิ์ คลาวด์”

อ้อมแขนไม่ยอมคลายออกเสียที แซคเอาแต่นอนจ้องหน้าเด็กหนุ่มจนฝ่ายถูกจ้องไม่รู้จะหนีไปทางไหน คลาวด์คว้าผ้าห่มขึ้นบดบังใบหน้าของตนอย่างเคอะเขิน

ทั้ง ๆ ที่ไม่ควรจะมีอะไรให้อายเลยแท้ ๆ.... แต่ก็ยังใจเต้นอยู่ดีนั่นแหละ…

แซคหัวเราะขำเมื่อเห็นท่าทีนั้น คนรักของเขาทำตัวเหมือนเจ้าสาวในเช้าหลังวันขึ้นห้องหออย่างนั้นแหละ นิ้วมือยื่นไปจับปลายติ่งหู แก้วกลมใสสีฟ้ายังเป็นประกายสวยเหมือนเดิม

“จากนี้... ห้ามถอดออก เด็ดขาดเลยนะ” เขากล่าวย้ำ

คลาวด์กุมมือที่มีกลิ่นอายของแสงอาทิตย์ ประทับจุมพิตเบา ๆ ลงที่หลังมือ “ไม่ถอดหรอก... จะไม่ถอดเด็ดขาดเลย” ทั้งที่จริงก่อนหน้านี้เขาก็ไม่เคยถอดออกซักครั้ง... แต่บัดนี้ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวลึกซึ้งยิ่งเพิ่มความหมายให้กับของชิ้นนี้มากมายเหลือเกิน

แค่นั้นก็ยังความปลาบปลื้มมาให้คนฟังเสียเกินบรรยาย แซคใช้ปลายนิ้วเกลี่ยแก้มเนียน ดวงตากลมฟ้าใสจ้องมองกลับมาอย่างหวานซึ้ง

“ยังอยากนอนต่อรึเปล่า”

คลาวด์ส่ายหัว ตื่นมาเห็นแววตาเป็นประกายเหมือนจะบอกว่ารักเหลือเกินแบบนั้น จะให้หลับลงไปอีกได้ยังไง

“โอเค งั้นก็...” แซคลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็ว อุ้มร่างเล็กขึ้นโดยมีผ้าห่มคลุมตัวอยู่อย่างนั้น “อยากจะอาบน้ำเต็มทีแล้วใช่มั้ยล่ะ”

ยังไม่ทันจะตอบคำ ร่างสูงก็ก้าวเร็ว ๆ เข้าห้องน้ำไป คลาวด์ได้แต่หวังว่าเขาคงไม่เสียเวลาในห้องน้ำนานนัก ถึงตอนนี้ก็ยังเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไม่หาย แต่เอาเถอะ... คนรักของเขามีความสุขปานนี้นี่นะ

คลาวด์ไม่รู้ว่าจะมีตอนไหนรู้สึกเป็นสุขได้มากกว่านี้อีก....

ไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่ง.........

ไม่จำเป็นต้องเป็นโซลเยอร์…………..

แค่เป็น ‘คลาวด์ สไตรฟ์’ ก็เพียงพอแล้วที่จะได้รับความรัก... จากผู้ชายคนนี้

########################################

เกือบเย็นแล้วที่แซคลงไปดูเซฟิรอธในห้องใต้ดินนั่นอีกครั้ง

ผลคือ... เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แซคไม่เข้าใจว่าสัตว์ประหลาดในแคปซูลนั่นมีความลับอะไรอื่นซ่อนอยู่อีกถึงทำให้เซฟิรอธหมกมุ่นจะค้นหาคำตอบของสิ่งนั้นมากจนไม่เป็นอันจะกินจะนอน

“เซฟิรอธอ่านหนังสือเกี่ยวกับอะไรกันแน่” คลาวด์ตั้งคำถามเมื่อเขากลับมาเล่าสภาพของนักรบผมเงินให้ฟัง

“ประวัติศาสตร์ บันทึกการทดลองเก่า ๆ อาจจะตั้งแต่ก่อนฉันเข้ามาเป็นโซลเยอร์ คิดไม่ออกเลยว่าในนั้นมีอะไรให้ค้น” ชายหนุ่มเท้าแขนอย่างเซ็ง ๆ การที่ผู้นำทีมเป็นเสียอย่างนั้นก็อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกได้เหมือนกัน

“ทำไมนายไม่หยิบมาอ่านเองบ้าง เผื่อจะรู้ว่ามีอะไรที่เซฟิรอธอยากหา” เด็กหนุ่มถามหน้าซื่อ

“ใครจะกล้า คลาวด์ หมอนั่นก็หน้าบึ้งอยู่แล้ว ยิ่งอ่านกองหนังสือกองเป็นตั้งหน้าตาถมึงทึง ฉันคงจะกล้าหยิบมาอ่านจากกองนั้นหรอกนะ หมอนั่นไม่ได้วางมาซามูเนะไว้เฉย ๆ ตอนเดินอ่านหนังสือนะ” เจ้าตัวว่าพลางแกล้งทำหน้ายักษ์เลียนแบบอีกคน ทำเอาเด็กหนุ่มหัวเราะคิก

“เซฟิรอธเอานายตายแน่ เขาไม่ได้หน้าตาน่าเกลียดอย่างนั้นซะหน่อย”

“เหอะ หมอนั่นมันหล่อนักนี่ แฟนคลับถึงได้กรี๊ดกันเกรียว” คนพูดตวัดสายตา เน้นคำว่า ‘แฟนคลับ’ เป็นพิเศษ เพราะจงใจจะแขวะคนตรงหน้า

“ยังไม่ได้พูดอย่างนั้นซะหน่อย”

แซคก้าวฉับ ๆ เข้ามาหาเด็กหนุ่มอย่างหาเรื่อง “ไม่พูดแต่คิดใช่มั้ยล่ะ คุณแฟนคลับ”

คลาวด์พ่นหัวเราะ เขารู้ว่าแซคแค่แกล้งแหย่ กำลังพูดเรื่องจริงจังอยู่แท้ ๆ ทำไมถึงได้เบนความสนใจเก่งขนาดนี้นะ “ฉันไม่ได้ชอบนายเพราะหน้าตาเสียหน่อย”

ชายหนุ่มทำหน้าไม่เชื่อ “จริงเร้-----อ ไม่ใช่ติดใจหน้าหล่อ ๆ ของฉันรึไงถึงได้หวานเยิ้มจนละลายอย่างเมื่อคืน”

มือเล็กบีบจมูกโด่งแรงจนอีกฝ่ายร้องโอดโอย ใบหน้าตัวเองก็ซับสีชมพูเรื่อขึ้นมา “ไร้สาระจริง”

คลาวด์หันไปมองนอกหน้าต่าง คฤหาสน์ชินระยังติดไฟอยู่ แสดงว่าเซฟิรอธยังตั้งหน้าตั้งตาค้นหาข้อมูลอย่างเป็นบ้าเป็นหลังไม่หยุด

“เซฟิรอธน่ะ น่าสงสารนะ” คลาวด์เอ่ยขึ้น “ทำไม... เขาถึงต้องทำตัวเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลกแบบนั้นด้วย”

แซคทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง แล้วพ่นลมหายใจแรง “ใครจะไปรู้... ในเมื่อเจ้าตัวไม่ยอมพูดเอง จะให้บังคับยังไงก็คงยาก”

คลาวด์ไม่ได้ใกล้ชิดเซฟิรอธมากอย่างแซคจึงไม่กล้าพูดอะไรออกไปมาก เดี๋ยวชายหนุ่มจะฮึดฮัดเอาเสียเปล่า ๆ ครั้งเดียวที่เคยได้เข้าใกล้ก็คงเป็นคืนนั้นที่เขาโดนชวนไปดื่ม นักรบผมเงินไม่ได้เงียบขรึมไปเสียหมดอย่างที่ได้ยินคำเล่าลือ เขาพูดจาหยอกล้อ แสดงความคิดขัดแย้งอย่างตรงไปตรงมา ขึ้นอยู่กับโอกาสและอารมณ์ของเจ้าตัวเสียมากกว่า

“แซคเคยคุยกับเขาเรื่องอื่นที่ไม่ใช่งานบ้างมั้ย”

หนุ่มหัวเม่นยักไหล่ “เคย แต่หมอนั่นเอาแต่ฟัง ไม่ก็ตอบอือเออมาคำเดียว นายก็เห็นนี่ เหมือนตอนที่เรานั่งรถมาที่นี่...” เขาเว้นช่วง “ฉันเคยเห็นหมอนั่นพูดเรื่องอื่นขึ้นมาเองก็ตอนที่มาคุยกับนายนั่นแหละ”

แซคทำเสียงเขียวอย่างจงใจ คลาวด์เริ่มเบื่อว่าบทสนทนากำลังเข้าสู่หัวข้อเดิม ๆ จึงกันท่าไว้ก่อน “แ—ซ---ค!”

คนถูกว่ายู่หน้างอน “สมาชิกแฟนคลับมีตั้งเยอะ ทำไมจะต้องมาถูกใจแฟนคนอื่นด้วยก็ไม่รู้”

ฝ่ายคนถูกพาดพิงทำหน้าเหรอหราขึ้นมาทันที “เซฟิรอธน่ะหรอ?” แล้วก็หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทีเดียวที่ได้ยินคำว่า ‘แฟน’

“อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ตัวหรอเนี่ย!” แซคโพล่งขึ้นอย่างประหลาดใจ แต่คิดทบทวนอีกทีขนาดเขาอยู่ร่วมห้องกับคลาวด์มาหลายเดือนเจ้าตัวยังไม่รู้ นับประสาอะไรกับเซฟิรอธที่แทบจะไม่ได้คุยกัน

“ผ... ผิดตรงไหนเล่าที่รู้สึกช้า!”

“ดีแล้วที่ไม่รู้ ขืนเป็นงั้นขึ้นมาฉันก็แย่สิ คู่แข่งด้านความรักตัวเป้งเลยนะนั่น”

“แซคอ่-----า” คนตัวเล็กเริ่มงอแงเมื่อโดนแซวไม่เลิกเสียที “ไม่ใช่ว่าใครมาชอบแล้วฉันจะชอบไปทั่วเสียหน่อย”

“เลิกพูดเถอะ เอาเป็นว่าตอนนี้ชอบฉันคนเดียวแล้วกัน” ชายหนุ่มหันมาหลิ่วตาให้ “เนอะ?”

“.... รู้อยู่แล้วก็ยังแกล้งอยู่ได้” กอดหมอนแล้วบ่นอุบอิบ ซุกซ่อนใบหน้าแดงเรื่อ แซคเดินอ้อมมากอด แนบแก้มชิดออดอ้อน

“ก็นายไม่ค่อยพูดให้ฉันฟังนี่ ถ้าไม่แหย่จะรู้ได้ไงว่ายังชอบอยู่รึเปล่า” อีกอย่างที่เขาชอบก็คือสีหน้ากระเง้ากระงอดของอีกฝ่าย มันน่ารักไปอีกแบบเหมือนกัน

“.......... บ้า”

แซคยิ้มกว้าง เวลาที่คำว่า ‘บ้า’ ออกจากปาก แปลว่าคลาวด์กำลังเขินเพราะถูกแทงใจดำ พูดอีกอย่างก็คือ ‘บ้า’ สำหรับแซคมันหมายความว่า ‘อย่ามาอ่านใจฉันนะ’

แสงไฟจากคฤหาสน์ชินระยังสร้างความกังวลเล็ก ๆ ได้ไม่หาย ทั้งสองมองลงไปที่จุดเดียวกัน พลางคิดถึงเพื่อนอีกคนที่ยังจมปลักอยู่กับความมืดมน

“พรุ่งนี้ให้ฉันลองไปดูเขาบ้างได้มั้ย” คลาวด์เอ่ยขอ

แซคครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วจึงว่า “ก็ได้ แต่ไม่รู้จะทำอะไรได้รึเปล่าน่ะสิ นายก็ระวังตัวนะคลาวด์ หมอนั่นยิ่งอารมณ์ไม่ปกติอยู่”

คนอย่างเซฟิรอธ เคร่งเครียดขนาดนั้นแล้วคงไม่มาคิดเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ อย่างที่เขาแซวไปเมื่อครู่ ถ้าเขายังไม่แน่ใจกับความรู้สึกของคลาวด์ อย่าหวังเลยว่าเขาจะปล่อยให้เด็กหนุ่มไปดูสภาพเซฟิรอธแบบนั้น

ที่น่าเป็นห่วงกว่าคือเซฟิรอธคงไม่เกิดบ้าขึ้นมาจนควักมาซามูเนะฟันใครหรอกนะ ถึงแววตาที่จดจ้องแต่ตัวหนังสือนั่นจะน่ากลัว แต่ไม่ได้มีแววของความบ้าคลั่ง แต่ยังไงก็ตามก็อดเป็นห่วงไม่ได้ “ถ้ามีท่าทีแปลก ๆ ยังไงล่ะก็รีบเผ่นเลยล่ะ คลาวด์ ไม่ต้องสนใจหมอนั่นมากนักหรอก”

“แซค นั่นเซฟิรอธนะ” คลาวด์ปราม แซคดูจะปกป้องเขาออกหน้าออกตาเกินไปนิด

หลังจาก ‘คืนแรก’ แซคก็ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ แถมมองโลกในแง่ดีมากขึ้น เขาคิดว่าไม่ว่ายังไงเซฟิรอธก็ต้องกลับมาพูดรู้เรื่องกันซักวัน จึงค่อย ๆ จัดการเรื่องราวต่าง ๆ อย่างไม่รีบร้อน

 “ก็ไปได้ไง พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน ฉันว่าตอนนี้เรามาทำอะไรอย่างที่คนรักเขาจะทำกันดีกว่า” ระริกระรี้อย่างอารมณ์ดีแล้วกระโจนเข้ากอดเด็กหนุ่มแน่น แค่เมื่อคืนกับเมื่อเช้าจะไปพอได้ยังไง ใจตรงกันทั้งที เขาขอรักคลาวด์ให้หนำใจหน่อยเถอะ

“ฝนไม่ตกซะหน่อย” คลาวด์หยอก แต่ก็ยอมเผยอปากรับเรียวลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาแต่โดยดี

To be continued...

  • ก็บอกว่ากรูเขียนฉาก NC ไม่เก่งงงงง ไอ้ข้างบนนั่นแมร่งเขียนอยู่ 4 ชั่วโมง!!!
  • ใครงงว่าแซคมันพูดความหลังตอนไหน กรุณากลับไปอ่านเรื่อง [Final Fantasy VII Fanfiction] Tomodachi darou?  หากท่านยังไม่เคยอ่านนะจ้ะ
  • อย่าถามว่าทำไมแซคถึงยอมปล่อยคลาวด์เข้าถ้ำเสือหื่น (??) ก็เพราะกรูอยากให้เป็นอย่างนั้นน่ะสิ!!!
  • คิดไม่ออกแล้วว่าจะเขียนอะไร... ปวดท้อง งือ...
  • เออใช่ นึกได้แล้ว เรื่องสำคัญด้วย!
  • ท่านโรทักมาว่าให้รวมเล่ม... ทุกคนคิดว่าดีมั้ย ถ้ามีผีมาอ่าน กรุณาตอบด้วย กร๊ากกกกก 
  • ถ้ารวมเล่ม ไอ้ส่วนที่ไม่เป็นเหตุผลข้างบน มีรีไรท์แน่นอน (ตอนนี้ขี้เกียจ) (เขียนแล้วออกมาห่วยกว่าเดิม???)
  • ถ้าเรื่องนี้จะรวมเล่ม จะพิมพ์กี่เล่มดี... (77 เล่ม?) ไปตบหัวคนวาดรูปประกอบมาได้แล้วด้วย
  • อารมณ์ตอนนี้หมายมั่นปั้นมือว่าจะพิมพ์แน่ ๆ (ไฟแรงอยู่) แต่ยังเขียนไม่จบเลย กระโดดข้ามไปเขียนตอนจบเรียบร้อยแล้ว แต่ตรงกลางโหว่~

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ผมไม่ได้ หื่นนะคับ แต่บ้ากาม เห้ยไม่ใช่

#1 By gorjai on 2007-11-04 21:26

- ฉากเรทผ่านฉลุยค่า
- แซคน่ารักจัง มีถามก่อนด้วยว่าไปก่อนไหม 555
- เจ้าคล้าวก็บ้าจี้ตอบว่าไปพร้อมกัน อูย น่ารัก
- หยอกแหย่กันน่ารักเหมือนเดิมเลยค่า
- คิคิ จะปล่อยลูกโจโคโปะเข้าถ้ำเสือเหรอคะ อูย ชอบ 5555

#2 By BeeJang on 2007-11-04 21:32

รวมเล่มเลยค่ะ สนับสนุน cry
(แต่ไม่ได้ไปงานการ์ตูนนานแล้ว ไม่รู้ถ้ารวมจะได้ไปซื้อมั้ย =w=')

จริงๆแล้วตามอ่านเรื่อยๆนะคะ แต่ไม่ค่อยชอบเมนต์ฟิคน่ะค่ะ sad smile

#3 By ::Materia Hunter::^^ on 2007-11-04 21:41

โอกฮากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
สครีมไปแล้วเมื่อกี๊

อีแบ๊ว อีน่ารัก อีโบะบ้า กร๊าซซซซซซซซซ

ชอบอีแซคค่อดๆ
หล่ออออออออออ มันหล่อออออออออ น่ารัก อ๊ากกกกกกก อยากได้ยังงี้ *ดีดดิ้น*
รวมสิรวมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
28เล่มม (พี่กี - แกจะบ้าเรอะ)
5555 งั้น 82เล่มมมมมมมมมมม(นี่ไม่ใช่ฟิคปุริ!!)

ว้อยคล๊าวแม่งน่ารักกกกกกกกกกกกกกกก
แอบหรื่นนนนนนนนนนนเหมือนกันนั่นแหละคล๊าวเอ้ยยย

แซคหล่อมวากกกกกกกหล่อมว๊ากกกกกกกกก
ฉากหื่นแต่หวานซึ้งโคดๆๆๆ5555555
สมความพยายาม4ชมเคอะ

มาต่อไวไวไวไว.......
กะ....กรี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ
หวานมากกกกกกกกกกกกกกกก 555+

พี่กีสุดยอดฮร๊า 4ชั่วโมง คุ้มๆ 555+>w<!,,

รวมสิคะๆ><!
อ่านไปกรี๊ดดิ้นไป อะโฮวกTwT!!

#6 By Syaolee on 2007-11-04 23:06

ปลื้ม
พอเห็นว่าNC-17แล้วรีบscrollลงเลย
ไม่ได้เลื่อนหลบนะ รีบลงมาอ่าน 55555+
กีฮ้า อ่านจบแล้ว
อ่านแล้วแอบจิ้นตอนต่อไป
เป็นเซฟี่คล้าว กร้ากกกกกกก
แบบเซฟี่ตะบะแตก

ตอนนี้สวีทหวานมากๆๆ
แต่ชอบคล้าวในตอนนี้ว่ะ น่ารักดี
หายปวดท้องไวๆนะฮ้า

#8 By mikan on 2007-11-05 03:01

open-mounthed smile อุ๊ย บล็อคเสียเหรอคะ สีขาวยาวโล่งเลย ฮิๆๆ

แหม๊ สมกับความพยายามจริงๆ ฮิๆๆๆ

..ทำไมโจโกโบะมันแบ๊วขึ้น แถมยั่วอีกต่างหาก!!!

รวมเล๊มมรวมเล่ม

#9 By :nakare: on 2007-11-05 11:32

ไม่กล้าอ่านมาก อ่านช่วง NC ผ่านแบบรีบๆ
แบบว่า อ่านที่มหาลัยค่า
กลัวคนเดินผ่านข้างหลังแล้วมอง
อีนี่กด Alt+a อ่านอะไร ก๊ากกกก

ไว้กลับบ้านแล้วแม่จะโฮกให้สาแก่ใจ กร๊าซซซซ
อยากเล่นเนตที่หอได้จริงงงงง T^T

คลาวด์นี่มันจะกลายเป็นโจโกแบ๊วจริงๆ แล้วนะเนี่ย มัน
แบ๊วมากๆๆๆ ค่า
แซ็คสุภาพบุรษษษษ รุกได้นุ่มนิ่มจริงๆ (นี่ชมนะค๊า กร๊าซซซ)

รวมเล่มเหรอคะ รวมสิๆๆๆ รวมสิค๊า โฮกกกกกก
จะตามไปซื้อค่า

#10 By ★ GenZo ★ on 2007-11-06 11:19

กรี๊ดดดดดดดดดดดดด น่ารักว้อย น่ารักได้อีก

ตอนแรกที่เปิดมาเห็นพื้นหลังขาวเป็นแถบ ก็ "เอาว้อย ได้อ่านฉากแล้วสิ หุหุ" หื่นอย่างไม่ปิดบังเลยกรู

4 ชม. ที่เสียไปคุ้มค่าจริงๆ กีแต่งออกมาดีออก เพราะงั้นเอาอีก 55

แซค หวานเลี่ยนนนนนนนนนนนนนน รักกันจนคนอ่านอิจฉาเฟร้ย

นู๋คลาวด์ น่ารักกกกกกกกก ความอุเคะ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆนะฮ้า

ช่าวหัวเซฟี่มัน ไม่ต้องไปสนมันแล้ว แซคอุ้มคลาวด์ไปจัดพิธีแต่งงานกันสองคนเล้ย55

รวมเล่มสิฮ้า จะอุดหนุนเป็นคนแรกเลยค่า

#11 By Mercutery on 2007-11-06 12:22

ตาโตไปตาม font เลยทีเดียว
ประมาณว่า โอ้วววว NC ,,OwO,,
(ไม่ใช่และ กร๊ากกกกกกก)
หวานแหววน่าย๊ากกกกกกกกก
*โกยน้ำตาลออกจากหน้าคอม*
รวมสิเค๊อะ!! *ซู๊ดด แผลบๆๆ(?)*
อยากเห็นรูปประกอบจัง -////-
*โดนพี่กีกระโดดถีบ =[]= *

#12 By 仁(Jin) on 2007-11-06 20:00

รวมเลยค่ะ สนับสนุนเต็มที่!!
อยากอ่านเป็นเล่มเร็วๆจัง>w<

#13 By MaKuMi on 2007-11-06 22:38

กลับมาเม้นท์อีกรอบคึ่า คราวนี้อ่านหมดละๆ

4 ชม. ที่คุ้มมากค่ะพี่กี กร๊าซซซซ แบบว่าๆๆๆ
แซ็ค!! สุภาพบุรุษสุดติ่ง คล้าวอิอั๊งมั่กๆ
อ่านไปยิ้มไป หัวเราะคึคึคึ (ชิบ ห้องคอมที่ม.นะวุ้ย)

ดูไปต่างหูที่ให้คลาวด์นี่เหมือนแหวนหมั้นเลยแฮะ
อย่างนี้สมควรอุ้มกันไปแต่งงานได้แล้ววววว วู้วว

ว่าแต่แซ็คปล่อยให้คล้าวเข้าถ้ำเสืออย่างงี้จะไม่โดนเสืองาบซะเหรอคะ ฮี่ๆ

รออ่านตอนต่อไปค่า

#14 By ★ GenZo ★ on 2007-11-07 12:44

ขอบคุณพี่กีนะคะ
ที่มาเม้มที่บลอก

เลือดกำเดาพุ่งcry