Maybe, Goodbye (8)

 

คลาวด์รู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในโรงแรม เขาลุกพรวกขึ้น แล้วได้ยินเสียงคุ้นเคยข้าง ๆ

“ทีฟาปลอดภัยดี ไม่ต้องห่วงหรอก”

แซคนั่งอยู่บนเตียงข้าง ๆ คงจะนั่งดูแลจนกว่าเขาจะตื่น เด็กหนุ่มรู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมา เขานั่งกอดเข่า บ่นงึมงำ

“ถ้าฉันเป็นโซลเยอร์ล่ะก็...” แซคคงจะไม่ต้องลำบากมาดูแลเขา...

“โซลเยอร์น่ะไม่ต่างอะไรกับสัตว์ประหลาดหรอก เลิกคิดจะเป็นจะดีกว่า” หนุ่มหัวเม่นค้านหนักแน่น คลาวด์หันขวับไปมองอย่างงุนงง

“มีอะไรเกิดขึ้นหรอ?”

ในเตามาโคนั่น... มีอะไรที่เขาไม่รู้ คลาวด์สังเกตใบหน้าของแซค มันแคร่งเครียดกว่าทุกครั้งที่เคยเห็น เขาเป็นห่วง อยากจะเป็นกำลังให้กับเพื่อนได้บ้าง แม้จะแค่น้อยนิดก็ตาม

“ก็ไม่รู้เหมือนกันสิ” แซคตอบหน้าตาเฉย แต่ดูก็รู้ว่าในคำว่า ‘ไม่รู้’ นั่นมีความหมายลึกกว่านั้น นั่นคือ ‘อย่าถาม’ “ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันแหละ” ว่าแล้วก็เอนตัวลงนอน ยืดแขนขาผ่อนคลายราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น คลาวด์นึกรู้ได้ทันทีว่านั่นคือวิธีที่แซคจะเฉไฉไม่พูด

เขาเองก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะต่อปากต่อคำด้วย จึงได้ปล่อยให้บทสนทนาจบลงไปอย่างนั้น

“ว่าแต่... ทีฟาน่ะ ไม่คิดจะคุยกับเธอบ้างหรอ” แซคเปลี่ยนเรื่อง

เด็กหนุ่มก้มหน้า เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่ายหัว “...ไม่ล่ะ”

ในสภาพที่อ่อนแอแบบนี้ จะออกไปแสดงตัวทำไมให้ขายหน้าเปล่า ๆ...

ชายหนุ่มอดจะติดรำคาญไม่ได้ที่เห็นท่าทีหดหู่แบบนั้น “ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามีอะไรกัน แต่นายโอเคแน่หรอ? ไม่เห็นจะต้องคิดอะไรมากเลยนี่!”

“................. แซคน่ะ ไม่เข้าใจหรอก”

คนเก่งอย่างแซค จะเข้าใจความรู้สึกของคนอ่อนแออย่างเขาได้ยังไง ถ้าเขาเก่งกาจเหมือนอย่างแซคบ้าง คงจะปกป้องทีฟาได้อย่างไม่มีปัญหา

ชายหนุ่มนั่งเท้าคางมองอีกฝ่ายอย่างขัดใจ ...ก็เป็นซะอย่างเงี้ย... จริง ๆ แล้วคลาวด์ไม่ได้อ่อนแอแม้แต่นิดเดียว ยิ่งถ้าเทียบกับรูปร่างที่แสนบอบบางนั่นแล้วแทบจะเรียกได้ว่าถึกเกินตัว แต่จะเทียบอะไรกับพวกโซลเยอร์อย่างเขาที่โดนอัดโน่นฉีดนี่เข้าไปจนมีแรงเหนือมนุษย์กันล่ะ

“เป็นตัวของตัวเองน่ะ ดีที่สุดแล้ว คลาวด์” เขาลุกขึ้นแล้วตบไหล่อีกฝ่าย ก็อยากจะปลอบใจให้ถึงเนื้อถึงตัวกว่านี้หรอกนะ แต่แซครู้กาลเทศะพอที่จะไม่ทำอะไรรุ่มร่าม ขืนทำอะไรอย่างนั้นมีหวังได้โดนโกรธแน่

“ฉันแค่ไม่อยากเจอเขา มัน... ไม่รู้จะทำหน้ายังไง”

“เอาเถอะ สรุปว่านายไม่ได้ชอบทีฟาใช่มั้ย” แซคถามสิ่งที่คาใจอยู่ตรง ๆ ปฏิกิริยาของคลาวด์เวลาอยู่กับทีฟามันไม่ธรรมดา

“............. เคยชอบ” สารภาพออกมาในที่สุด แซคเพียงแต่ทำสายตารู้ทัน

‘ว่าแล้วเชียว’

คลาวด์ยังแปลกใจตัวเองที่พูดออกมาได้เต็มปากเต็มคำ เขาเคยชอบทีฟา ใช่... นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไปมิดการ์ ไปอยู่กับชินระ แล้วทำให้ได้เจอแซค กับเซฟิรอธ แต่ด้วยเวลาที่ห่างหายไป บวกกับทีฟาที่เติบโตขึ้นจนดูเหมือนจะไม่ต้องการให้ใครคุ้มครองอีกต่อไป ทำให้คลาวด์ไม่รู้สึกเป็นพิเศษกับทีฟาอีกแล้ว

บางที... มันก็เป็นแค่ความรักแบบเด็ก ๆ ที่เกิดขึ้นมาเพียงชั่ววูบ แล้วก็หายไปเหมือนสายลมฤดูใบไม้ผลิ

ก็ตอนนี้เขาน่ะ... ชอบผู้ชายที่กำลังคุยด้วยอยู่ตรงหน้า แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองไม่สมควรจะได้รับการปกป้องอยู่ฝ่ายเดียวเอาเสียเลย เขาอยากทำอะไรเพื่ออีกฝ่ายได้บ้าง

“โล่งใจไปที ฉันนึกว่าจะต้องมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นมาอีกคน” คนพูดยิ้มแป้น พยายามเปลี่ยนบรรยากาศการพูดคุยให้สดใสขึ้นมา คลาวด์แอบหัวเราะ แต่ดูยังไงก็รู้ว่าแซคกำลังเสแสร้ง แซคยิ้มกว้างอยู่ก็จริง แต่ดวงตาสีเขียวมาโคนั่นไม่ได้ยิ้มไปด้วย

“ฉันคงไม่เข้าใจจริง ๆ แหละ...” บทสนทนาถูกย้อนไปที่จุดเดิม “เคยได้ยินที่เขาบอกกันว่า ‘คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า’ มั้ยล่ะ ฉันว่านี่แหละสถานการณ์แบบนั้น”

คลาวด์หันมาตั้งใจฟัง อยากรู้เต็มทีว่าแซคไปเจอกับอะไรมาในเตามาโคนั่น

“แข็งแกร่งขึ้นน่ะ ไม่ได้ทำให้มีความสุขหรอกนะ ไอ้ฉันน่ะมันก็แค่อยากจะหาเงินให้ได้เยอะ ๆ ไม่เคยคิดว่าจะต้องเข้ามายุ่งกับเรื่องแบบนี้”

“เรื่องแบบนี้น่ะเรื่องแบบไหน เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่” เด็กหนุ่มคาดคั้นต่อ

ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลยที่แซคเอาแต่ถามเรื่องของเขา แต่ไม่เล่าเรื่องของตัวเอง

แซคเก็บปากเงียบอีกครั้ง เรื่องแบบนั้นจะให้อธิบายยังไง “เอาเป็นว่า... มันไม่ใช่เรื่องที่น่าฟังนักหรอก สำหรับคนที่เป็นโซลเยอร์ล่ะนะ”

“ยังไงก็จะไม่เล่าใช่มั้ย” เมื่อเห็นว่าตื้อยังไงก็ไม่เป็นผล เด็กหนุ่มจึงประชดเสียแทน “คนที่ชอบกันน่ะ เขาไม่ปิดบังกันหรอกนะ”

แซคตาโตเมื่อได้ยินประโยคนั้น เด็กหนุ่มที่ส่งสายตาคาดโทษมาให้ดูท่าเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรต้องห้ามออกไปเสียแล้ว ใบหน้าขาวเนียนเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ เจ้าตัวหันหน้าไปมองกับกำแพงด้วยเก้อเขิน

ลำแขนแกร่งรวบโอบรอบกาย แซคทรุดตัวลงนั่ง ซบใบหน้าลงกับไหล่เล็ก

“แซค...?”คำถามที่มีถูกกลืนลงคอไปหมด เพราะอีกฝ่ายแนบประกบริมฝีปากอุ่นเข้ามา

อะไรบางอย่าง... อะไรบางอย่างทำให้คลาวด์ไม่ขัดขืน ความกังวลใจ ความสับสน และความห่วงหาสื่อผ่านทางวงแขนที่โอบกอดไว้

ได้เวลาแล้วรึยังที่เขาควรจะตอบ...?

“...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกของฉันจะไม่เปลี่ยนแปลง” เสียงทุ้มแผ่วกระซิบ กอดร่างเล็กไว้อย่างทะนุถนอม

เหตุการณ์ในเตาปฏิกรณ์นั่นทำให้เขาตกใจ... เขากลัว... จนทำอะไรไม่ถูก กลัวว่าสักวัน ตัวเองจะกลายสภาพเป็นสัตว์ประหลาดแบบนั้น สุดท้ายก็เป็นเพียงของใช้ชิ้นหนึ่งของชินระ ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง ในหัวคิดเป็นอย่างเดียวคือสู้... และทำลาย

ถ้าเป็นปกติคลาวด์คงสะบัดตัวหนี แต่เขารู้สึกได้ว่าแซคกำลังมีเรื่องไม่สบายใจ ต้องเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในเตามาโคแน่ ๆ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมเล่า สมควรแล้วหรือที่เขาจะบอกว่า ‘ชอบ’ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่มีคุณสมบัติอะไรเลย

“....แซคน่ะ เข้มแข็งอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก”

“ฉันเข้มแข็งได้เพราะนายนะ รู้รึเปล่า” ปลายจมูกไซ้กับแก้มขาวเนียน “เป็นครั้งแรกที่ฉันมีสิ่งสำคัญในชีวิต ฉันดีใจมากนะที่ได้พบนาย”

แรกเริ่มเขาแค่ถูกใจ แต่เมื่อยิ่งรู้จัก... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เขารักเด็กหนุ่มตัวเล็ก ๆ คนนี้ คนที่ไม่มีอะไรพิเศษ เพียงดวงตาสีฟ้าที่สดใสนั่นซื่อตรงเสมอไม่ว่าเวลาที่เจ้าตัวเหงา เศร้า โกรธ หรือว่าดีใจ ดวงตาคู่นั้นเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ จนกระทั่งถึงตอนนี้ เขาจินตนาการชีวิตที่ไม่มีคลาวด์ไม่ออก คลาวด์ไม่ใช่คนที่พูดเก่ง แทบจะเว้นช่องว่างระหว่างกันมากไปด้วยซ้ำ แต่ในช่องว่างนั้นเองที่ทำให้เขาสบายใจที่สุด

“ฉัน... ไม่ได้ทำอะไรเลย” เด็กหนุ่มเอ่ยค้านเสียงแผ่ว แอบซ่อนความกระดากอายไว้อย่างไม่มิด “นายพูดเกินไปแล้ว”

“ไม่เห็นจะเกินไปเลย ฉันพูดเรื่องจริงนี่” คนพูดเถียงว่า แล้วก้มลงจุมพิตต่างหูกลมสีฟ้า คล้ายจะได้กลิ่นอายของท้องฟ้าที่สว่างสดใส ยิ่งได้ใกล้ชิด ก็ยิ่งจะห้ามใจไม่ไหวเข้าไปทุกที

อาจจะถึงกับขาดไม่ได้เลย...

“ฉัน....... ช่วยอะไรไม่ได้เลย จริง ๆ หรอ” เจ้าของดวงตาสีฟ้าเอ่ยขึ้นอย่างน้อยใจ ถ้าแซคคิดว่าเขาสำคัญจริง ๆ อย่างน้อยก็ควรจะบอกว่ามีปัญหาอะไรให้ฟังบ้าง

เขาเอง... ก็อยากมีประโยชน์บ้าง

แซคยอมแพ้ แม้ว่าเขาเองจะไม่เข้าใจอะไรขึ้นมาสักเท่าไหร่ก็ตาม “....ที่ไม่ใช่ปัญหาของฉันคนเดียว เซฟิรอธดูจะหนักกว่า”

“จริงสิ แล้วเซฟิรอธล่ะ” พูดถึงขึ้นมาแล้วก็นึกขึ้นได้ เขายังไม่เห็นเซฟิรอธเลย

แซคชะงัก นี่สิเรื่องน่ากลุ้มยิ่งกว่า เขาไม่รู้ว่าเซฟิรอธเป็นอะไรไปแล้ว

“ฉันเห็นหมอนั่นไปที่คฤหาสน์ชินระ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะไปทำไม”

ตั้งแต่กลับมาเซฟิรอธไม่พูดอะไรเลย ปิดปากเงียบแล้วล็อคตัวเองเอาไว้ตั้งแต่เห็น ‘สิ่งนั้น’ ในแคปซูล

“แล้วพวกเราไม่ตามไปจะดีหรอ” น้ำเสียงนั้นไม่ปิดบังว่าห่วงฮีโร่ของตน ทำเอาแซคคิ้วกระตุก

“ปล่อยให้อยู่คนเดียวบ้างท่าจะดี นายไม่เห็นหน้าหมอนั่นนี่ คลาวด์ เป็นใครก็ไม่กล้าเข้าใกล้แล้ว” เขาว่าปนหมั่นไส้ แม้ในใจจะห่วงเซฟิรอธเหมือนกัน แต่เรื่องนั้นกับเรื่องนี้มันคนละเรื่องกัน

“ฉันว่าฉันไปดูเขาหน่อยดีกว่า” คำขู่กลาย ๆ ดูจะไม่เข้าหูเด็กหนุ่ม คลาวด์ลุกขึ้นจัดเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยแล้วตั้งท่าจะเดินออกไป แซคลอบถอนใจแล้วลุกขึ้นบ้าง คลาวด์ทำหน้าเหรอหรา ส่งสายตาถามอย่างสงสัยว่า ‘ตกลงจะไปด้วยหรอ’

หนุ่มหัวเม่นยกมือขึ้นโอบไหล่อีกฝ่าย ตอบสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่พูดเมื่อครู่ “ไปก็ไป หมอนั่นอยู่คนเดียวแล้วท่าจะคิดมาก ไปช่วยกันหาเรื่องวุ่นวายให้ดีกว่า จะได้ไม่หมกมุ่นอยู่คนเดียว” เอ่ยพาดพิงอย่างระรานโดยไม่คิดว่าจะทำอย่างที่พูดได้จริงหรือไม่

เขาห่วงเซฟิรอธก็จริง แต่ห่วงมากกว่าถ้าเซฟิรอธในอารมณ์แปรปรวนจะมีโอกาสได้อยู่สองต่อสองกับคลาวด์ของเขา!

########################################

คฤหาสน์ชินระวังเวงไม่น่าอยู่เอาเสียเลย ถึงจะกว้างขวางเป็นสัดส่วน แต่ข้าวของที่วางระเกะระกะจัดไม่เข้าที่ราวกับใครบางคนที่เคยอยู่อันตรธานหายไปอย่างไม่มีสาเหตุยังไงยังงั้น ห้องทางด้านซ้ายมีแกรนด์เปียโนตั้งอยู่ตระหง่าน สมบรรยากาศบ้านผีสิงเสียจริง แสงสว่างที่ส่องลอดเข้ามาไม่ได้ดูชวนฝัน แต่ยิ่งทำให้คฤหาสน์เว้งว้าง

“นายแน่ใจนะว่าเซฟิรอธมาที่นี่”

“ฉันเห็นหมอนั่นเดินเข้ามา” แซคว่า แล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ คฤหาสน์หลังนี้เงียบเกินไป เหมือนไม่มีใครอยู่เลยจริง ๆ แต่ก็อีกแหละ เซฟิรอธอาจจะนั่งนิ่ง ๆ อยู่ในห้องใดห้องหนึ่งก็เป็นได้

“แยกกันหาน่าจะเร็วกว่า” คลาวด์แนะแล้ววิ่งไปโดยไม่รอคำตกลง แซคได้แต่เกาหัวแล้วเดินสำรวจห้องต่าง ๆ อย่างอ้อยอิ่ง

สรุปแล้วก็ไม่มีอะไรคืบหน้าซักอย่าง...หมายถึงเรื่องของเขากับคลาวด์ เขาชักไม่ค่อยสนใจเรื่องของโฮโจสักเท่าไหร่แล้ว ยังไงถ้าเขามีคลาวด์ซะอย่าง คนอย่างเขาเคยสนเรื่องอื่นเสียเมื่อไหร่ล่ะ

บรรยากาศเมื่อครู่กำลังดีอยู่ทีเดียว พอกลับเข้าเรื่องเป็นการเป็นงานขึ้นมา อารมณ์โรแมนติกก็ไม่รู้หายไปไหนเสียหมด ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากรู้... ความรู้สึกของคลาวด์... ช่วงหลัง ๆ ที่เขาใกล้ชิดสนิทสนมเด็กหนุ่ม เรียกว่านับแต่มาที่นีเบิลเฮม ไม่เคยมีซักครั้งที่คลาวด์จะแสดงท่าทีว่า ‘กลัว’ เขาเหมือนครั้งแรกที่โดนจูบ เมื่อครู่นี้อีกที่ดูคลาวด์เต็มใจเหลือเกิน... อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเขาทำอะไรเกินเลยกว่านั้น ผลมันจะเป็นยังไง แต่เขาไม่อยากรีบร้อนจนกว่าจะรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของคลาวด์เสียก่อน

แซคเดินสำรวจชั้นล่างไปเรื่อย ๆ ไม่มีของอะไรสะดุดตา ที่เจอมีแต่ตู้เซฟเก่า ๆ ที่เปิดไม่ออกเพราะไม่มีกุญแจ ต้นไม้พันธุ์ประหลาดแต่ดูไม่มีพิษในกระถางอีก 3-4 อัน ห้องโถงด้านซ้ายที่มีแกรนด์เปียโนพิการตั้งอยู่ (เขาเรียกมันว่าพิการเพราะคีย์หลายอันกดแล้วไม่มีเสียง)

ไม่มีร่องรอยของเซฟิรอธ...

เสียงฝีเท้าคุ้นเคยเดินขึ้นไปด้านบน คลาวด์คงจะค้นห้องชั้นล่างหมดแล้วเหมือนกัน เขาไม่รู้ว่าคลาวด์ห่วงเซฟิรอธในระดับไหน เขาจนแต้มจริง ๆ ถ้าหากคลาวด์... รักเซฟิรอธ ไม่รู้เลยว่าเขาจะทนได้รึเปล่า

ฉันน่ะ... รอคำว่ารักจากปากนายอยู่นะ คลาวด์

เขายืนใจลอยอยู่สักพักแล้วจึงขึ้นชั้นบนตามคลาวด์ไป รู้ทั้งรู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเรื่องส่วนตัวแต่ก็อดไม่ได้ แซคยื่นหน้าเข้าไปในห้องที่คลาวด์กระตือรือร้นมองหาคนที่หายไปแทบทุกซอกทุกมุม

“ไม่มีแฮะ”

“แปลก...” ในคฤหาสน์นี่ไม่มีที่จะให้ซ่อน แล้วดูเซฟิรอธก็ไม่ใช่คนที่ชอบเล่นซ่อนหาเสียหน่อย “หือ... นั่นอะไรน่ะ”

กำแพงส่วนหนึ่งในห้องโดดขึ้นมาแปลก ๆ แซคคุ้นเคยกับของลักษณะแบบนี้ดีเวลาที่ไปปฏิบัติภารกิจในที่แปลก ๆ ไม่ยักรู้ว่าคฤหาสน์ชินระซ่อนของอย่างนี้ไว้ด้วย เขากด ‘สวิตช์’ แล้วกำแพงส่วนนั้นก็เคลื่อนออก ทางเดินลับลงสู่ด้านล่างเป็นบันไดเวียนยาวจนมองไม่เห็นด้านล่าง แสงไฟสลัวสีเขียวที่ส่องสะท้อนขึ้นมาทำให้รู้สึกว่าคงเป็นสถานที่ที่ไม่น่าเข้าไปเท่าไหร่

“เซฟิรอธอยู่ในนี้แน่” แซคสรุปความ “นายรออยู่ตรงนี้นะ” เขาหันไปบอกคลาวด์

“แต่---!”

“ไม่มีแต่ ถ้านายลงไปด้วยอีกคน ใครจะดูลาดเลาให้พวกฉันล่ะ ฉันยังไม่อยากถูกขังตายอยู่ข้างล่างนะ”

จริงอย่างที่แซคว่า คลาวด์จึงพยักหน้าตกลงยอมทำตามโดยดี ผู้เป็นโซลเยอร์เฟิร์สคลาสจึงเดินลงสู่ห้องลับใต้ดินอย่างไม่ยี่หระ

“ระวังตัวด้วยนะ” เด็กหนุ่มกล่าวตามหลัง แซคหันมายกนิ้วโป้งให้เป็นสัญญาณบอกว่า ‘ไม่ต้องห่วง’

ทางเดินข้างใต้ไม่ค่อยน่าโสภาเท่าไหร่ แต่ก็ดูออกว่าเป็นเส้นทางที่มีการใช้ สายเคเบิ้ลเชื่อมต่อไฟฟ้าวางกันให้เห็นอยู่บนพื้นจะ ๆ ถ้ามีนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องโผล่ออกมาเขาก็คงไม่แปลกใจ

แสงไฟจากห้องด้านในส่องสว่าง เสียงพึมพำของเซฟิรอธลอดออกมาให้ได้ยิน อย่างน้อยก็โล่งใจได้ว่าหาตัวเจอเสียที แซคเดินไปจนสุดทาง พบว่าห้องข้างในกว้างขวางกว่าที่คาด ชินระนี่ทำอะไรธรรมดาไม่เป็นเลยสินะ... ไฟสว่างติดอยู่ด้านบนทำให้เห็นสภาพห้องได้ชัดเจน ตรงหน้าเขาเป็นแคปซูลเปล่า ๆ สองใบอยู่ที่มุมห้อง ถัดมาอีกหน่อยเป็นโต๊ะไม้ใหญ่ที่มีหนังสือวางสุม ๆ อยู่ คงจะมาจากห้องที่อยู่ทางซ้าย มีชั้นหนังสือเรียงรายเทียบชั้นได้กับห้องสมุด เพียงแต่ความมีระเบียบคงจะต่างกันสุดขั้ว ร่างสูงที่ตามหายืนอยู่สุดทางของชั้นหนังสือ ตั้งหน้าตั้งตาเปิดหนังสือเล่มหนาอย่างหมกมุ่น รอบกายก็มีกองหนังสือที่คาดว่าเจ้าตัวค้นมาอ่านวางตั้งอยู่

“...ซากนั้นถูกค้นพบในชั้นดินที่มีอายุกว่าสองพันปี ศาสตราจารย์กัสต์ตั้งชื่อสิ่งนั้นว่า เจโนวา...”

“เซฟิรอธ?” แซคส่งเสียงเรียกออกไป ไม่ได้ฟังสิ่งที่ชายหนุ่มอ่านอยู่สักเท่าไหร่ แต่อีกฝ่ายก็ไม่สนใจเขาเหมือนกัน

“แม่ของฉัน... เจโนวา... เจโนวาโปรเจ็ค... จะบอกว่านี่เป็นเรื่องบังเอิญรึ ทำไม......”

ไม่ว่าจะเรียกอีกสักเท่าไหร่ เซฟิรอธก็ไร้ปฏิกิริยาตอบรับ ดวงตาสีเขียวมรกตนั้นจดจ้องอยู่แต่เนื้อหาในตำรากองใหญ่ แซคทำได้แต่เพียงมองสภาพนั้น แล้วถอยกลับมาอย่างอ่อนใจ

“เซฟิรอธล่ะ?” คลาวด์ถามขึ้นเป็นคำแรก เขาเองก็จนใจจะตอบ ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้คลาวด์ลงไปเห็น ‘ฮีโร่’ ของตัวเองในสภาพเช่นนั้น

“เรากลับไปที่โรงแรมก่อนดีกว่า” เขาแนะ อีกฝ่ายหน้าตึงขึ้นมาทันที

“ทำไมล่ะแซค เกิดอะไรขึ้น” เจ้าตัวลุกพรวดขึ้น มุ่งจะวิ่งลงไปในห้องใต้ดินนั่น

แซครวบตัวเด็กหนุ่มไว้ กอดไหล่บางไว้ราวกับเป็นที่พึ่งที่สุดท้าย “...อย่าลงไป ขอร้องล่ะ คลาวด์ กลับไปที่ห้อง แล้วฉันจะเล่าให้ฟังทุกอย่าง”

คลาวด์รู้สึกได้ถึงอ้อมกอดสั่น ๆ นั่น... แม้จะห่วงเซฟิรอธอยู่บ้าง แต่คนแข็งแกร่งอย่างเซฟิรอธคงไม่เป็นอะไรหรอกใช่มั้ย? ดวงตาสีฟ้าละออกจากทางลับ แล้วยอมทำตามคำขอร้องแต่โดยดี แขนเรียวโอบแผ่นหลังแข็งแกร่งตอบ

“......อืม... ฉันเชื่อนาย”

########################################

สายฝนทำให้ท้องฟ้ามืดมัวต่างจากคืนก่อนโดยสิ้นเชิง วันนี้มองไม่เห็นดาวซักดวง แสงไฟในคฤหาสน์ชินระยังไม่ดับไป และไม่มีวี่แววว่าจะดับลง คลาวด์ทอดสายตามองภูเขานีเบิลที่ดำทะมึนตระหง่านอยู่ด้านหลัง บัดนี้มันก็ยังดูน่ากลัวไม่เปลี่ยนแปลง

ลมเย็นวูบเข้ามาจนสั่นสะท้าน หลังจากที่ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากแซค เขาก็พูดอะไรไม่ออก ชินระ... ทำเรื่องน่ารังเกียจถึงเพียงนี้ จนถึงตอนนี้มีคนที่ตกเป็นเหยื่อการทดลองผิดมนุษย์นั้นมากเท่าไหร่แล้ว...

‘โซลเยอร์อย่างฉัน... ต่อไปอาจจะกลายเป็นอย่างนั้นก็ได้’

นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ชายหนุ่มเอ่ย จากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีก คลาวด์คิดอะไรไม่ออก มันดูเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินตัว ขนาดคนอย่างเซฟิรอธยังทำใจรับได้ยากจน... กลายเป็นแบบนั้น

แซคกลับเข้ามาพอดี หยดน้ำเปียกชุ่มเส้นผมสีดำ ชายหนุ่มตัดสินใจย้อนไปดูเซฟิรอธอีกรบแต่ดูจากสีหน้าแล้วคงไม่มีอะไรดีขึ้น คลาวด์กุลีกุจอหยิบผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ให้ ทำไมพวกโซลเยอร์ถึงชอบตากฝนกันนักนะ เขาตำหนิในใจ

“เปียกหมดแล้วนะนาย ดูแลตัวเองหน่อยสิ” เขาไม่กล้าถามว่า ‘จะทำยังไงต่อ’ กับเซฟิรอธที่ยังเก็บตัวอยู่อย่างนั้น แซคเองก็คงจนใจ

“เซฟิรอธ...” เด็กหนุ่มเอ่ยชื่อบุคคลที่สามอย่างเกรง ๆ เขารู้ว่าแซคไม่ชอบให้เขาพูดถึงอีกฝ่ายนัก “ปล่อยไว้สักพัก คงไม่เป็นไรใช่มั้ย”

“ก็หวังว่าอย่างนั้นล่ะนะ” ตอบมึนตึงแล้วเดินปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำ คลาวด์ได้แต่มองตาละห้อยเพราะไม่รู้จะหาคำพูดแบบไหนมาปลอบ ไม่ชอบเอาเสียเลยเวลาที่แซคทำตัวมืดมนแบบนี้

“แซค... นายไม่เหมือนเซฟิรอธหรอกนะ นายจะไม่ยอมแพ้เพียงเพราะเรื่องนี้หรอกใช่มั้ย มาถึงขั้นนี้แล้วฉันว่าชินระทำไม่ถูก นายกลับไปรายงานได้นี่”

แซคถอดเสื้อชื้นฝน โยนเสื้อเปียกนั่นใส่ตระกร้าแล้วเสยผม “ก็คงได้อยู่ ถ้าพวกผู้บริหารนั่งเก้าอี้นั่นจะยอมฟังซักคนละนะ” น้ำเสียงไม่ได้บอกว่าใส่ใจเท่าไหร่

“แซค---“

“โทษทีนะ คลาวด์ แต่ฉันยังคิดอะไรไม่ออก” ยกมือห้ามเป็นเชิงบอกให้อีกฝ่ายหยุดพูด คงทั้งหงุดหงิดและกดดันจนถึงที่สุด

“ฉันไม่ชอบให้นายเป็นแบบนี้เลย แซคที่ฉันรู้จักน่ะไม่เคยท้อแท้แบบนี้”

“นายไม่เห็นนี่ คลาวด์! สัตว์ประหลาดในแคปซูลนั่นถึงขนาดทำให้เซฟิรอธเปลี่ยนไปขนาดไหนนายก็รู้ จะมาหวังอะไรกับคนอย่างฉันล่ะ” แซคขึ้นเสียง “ขนาดโซลเยอร์ด้วยกันยังไม่เข้าใจเลยว่าเซฟิรอธเกิดเป็นอะไรขึ้นมา แล้วนับประสาอะไรกับนาย---“

แซคยั้งปากไว้ รู้สึกว่าเขาจะสติแตกเกินไป ดวงตาสีฟ้าจ้องมองมาอย่างตัดพ้อ กำลังจะอ้าปากขอโทษแต่อีกฝ่ายโต้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ไม่เข้าใจหรอก จะเข้าใจได้ยังไงในเมื่อฉันไม่เคยเป็นโซลเยอร์เฟิร์สคลาสเหมือนอย่างพวกนาย สิ่งที่ฉันพยายามทำมันคงเปล่าประโยชน์สินะ”

คลาวด์กำลังโกรธอย่างไม่ต้องสงสัย จริงอยู่เขาไม่เคยรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับภารกิจของโซลเยอร์ แต่ที่ทำให้ฉุนมากกว่าคือการที่แซคกีดกันเขาออกจากเซฟิรอธ เขาไม่ได้โง่ขนาดจะไม่สังเกต เข้าใจว่าแซคเป็นห่วง... บางทีถ้าเขาใช้คำว่าหึงอาจจะเหมาะกว่า แต่นี่ไม่เกินไปรึไง กระทั่งในสถานการณ์แบบนี้ยังคิดเล็กคิดน้อยอยู่ได้

“ฉันไม่เคยเข้าใกล้เซฟิรอธ และนายก็ไม่เคยให้ฉันเข้าใกล้เซฟิรอธ ฉันไม่รู้จักเขาและคิดว่าเขาคงไม่รู้จักฉันเหมือนกัน แต่ตอนนี้ฉันกลับคิดว่าคงไม่ได้รู้จักนายดีอย่างที่เคยเข้าใจ”

“คลาวด์ ฉันแค่---“ อยากจะเถียงออกไปบ้าง แต่เด็กหนุ่มยังพูดไม่จบ

“ฉันเป็นห่วงเซฟิรอธจริง แต่ก็แค่ฐานะหัวหน้าทีม ฉันไม่เคยรู้จักเขานอกเหนือจากตำแหน่งนั้น ชักไม่แน่ใจแล้วสิว่าฉันต้องขออนุญาตนายไปทุกเรื่องรึเปล่า” เอ่ยประชดตบท้าย แล้วประสานสายตาประกายเขียวมาโค เทียบกันแล้วเขาห่วงแซคมากกว่าไม่รู้กี่เท่า อาจเพราะเขาไม่ได้เห็นสภาพของเซฟิรอธด้วยตาตัวเอง แต่แซคที่เหงาหงอยไร้ชีวิตชีวาแบบนี้ เขาไม่ชอบเอาเสียเลย

“ใครที่ไกล้ชิดฉันมากกว่า นายดูไม่ออกรึไง” ในเวลาแบบนี้ถ้าแซคไม่เข้มแข็ง ใครล่ะจะทนได้

แซคค่อย ๆ ก้าวเข้ามาหา กุมใบหน้าเฉยเมยนั่นไว้ “ไม่รู้หรอก ฉันมันคนหัวช้า ไม่ได้สังเกตบ้างหรอ คลาวด์” ไม่ทันขาดคำก็เคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ เกือบจะแนบริมฝีปากแน่นสนิท

“...ก็นายน่ะ ไม่เคยพูดอะไรเลย ไม่ว่าจะถูกฉันจูบหรือว่าเซฟิรอธจูบ ฉันจะรู้ได้ไงว่านายชอบใครมากกว่ากัน”

ร่างเล็กยืดตัวขึ้น แตะริมฝีปากนุ่มอุ่น มือทั้งสองยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่ง แซคคาดไม่ถึงว่าคลาวด์จะเป็นฝ่ายจูบเขาเองก่อนแบบนี้จึงได้แต่เบิกตา

“แยกออกรึยัง... ฉันไม่ใช่คนที่จูบใครไปทั่วหรอกนะ” ใบหน้าแดงก่ำข่มความอายสุดทน แม้จะโกรธอยู่บ้างที่แซคพูดเหมือนว่าเขาหลายใจ คลาวด์ไม่ปฏิเสธว่าจูบของเซฟิรอธนั้นชวนฝัน แต่มันเทียบไม่ได้กับจูบของแซคที่อ่อนหวานและร้อนแรงได้ในเวลาเดียวกัน

“ตั้งแต่ฉันอยู่ชินระมา... ก็มีแต่นายที่อยู่ข้าง ๆ มาตลอดไม่ใช่รึไง ฉันจะไปชอบใครมากกว่านี้ได้อีก”

จุมพิตร้อนแรงถูกมอบให้อีกครั้ง แซคกอดเขาแน่นจนเจ็บ แนบชิดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นดังเป็นจังหวะเดียวกัน ลิ้นอุ่นแทรกเข้ามาดูดกลืนความหวานซ่านไปเสียหมด

ลมหายใจหอบระรัวเมื่อริมฝีปากแยกออกจากกัน ดวงตาสีดำประกายเขียวนั้นจดจ้องด้วยความตื่นเต้นดีใจ “พูดจริงรึเปล่า ไม่ใช่เพราะจะปลอบใจเพราะเห็นฉันกำลังเศร้าแน่นะ อย่าหลอกกันล่ะ”

คลาวด์อดจะงอนขึ้นมานิด ๆ ไม่ได้ที่แซคดูจะไม่เชื่อใจเขาเท่าไหร่ แต่คิดอีกทีก็น่าเห็นใจ แซคคงจะต้องอดทนคนที่เข้าใจยากอย่างเขามานาน

“ถ้าฉันจะเสียเวลามาหลอกนายแบบนี้ สู้ตั้นหน้านายซักหมัดให้หายหดหู่ไม่ง่ายกว่ารึไง” เด็กหนุ่มยิ้มให้ แล้วผละออกจากอ้อมกอดเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายอารมณ์ดีขึ้นเสียที “ไปอาบน้ำได้แล้ว”

คนข้างหลังกลับโอบเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “อาบด้วยกันสิ”

เด็กหนุ่มหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที “บ้า!” พออารมณ์ดีขึ้นมาก็เอาใหญ่เลยนะ

แต่นี่แหละ... แซคที่เขาชอบ

ชอบ... มากกว่ารุ่นพี่

ชอบ... มากกว่าเพื่อนสนิท

ชอบ... มากกว่าเซฟิรอธ

ชอบ... ด้วยความรู้สึกที่พิเศษ

ชายหนุ่มไม่ฟังคำปฏิเสธและการดิ้นรนพอเป็นพิธี เขาลากอีกฝ่ายเข้าห้องน้ำทั้งเสื้อผ้า เปิดฝักบัวรดจนเปียกปอนทั้งคู่ แซครั้งใบหน้าสวยขึ้น แนบริมฝีปากร้อนแรงลงไปอีกหน

“ฉันรักนาย คลาวด์” คำบอกรักดังปนกับน้ำฝักบัวที่ราดรินลงมา น้ำอุ่นดูจะเย็นลงไปถนัดใจ เมื่อเทียบกับความร้อนรุ่มเมื่อทั้งสองร่างแนบชิดกัน เสื้อผ้าเปียกลู่ช่างดูเกะกะในสายตาหนุ่มเจ้าสำราญ เอาเถอะ แบบนี้ก็ดูเซ็กซี่เร้าอารมณ์ชายได้ไม่น้อย เขาเองนั่นแหละที่ดึงดันจะให้อีกฝ่ายอาบน้ำด้วยกันให้ได้ ถึงจะไม่เต็มใจแต่ลองเปียกไปท้งตัวแบบนี้ คลาวด์ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะอาบน้ำอีกรอบ

“คนเอาแต่ใจ” คลาวด์บ่น แต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม แซคเองก็ยิ้มเพราะอิ่มอกอิ่มใจ ก็คนเอาแต่ใจคนนี้ไม่ใช่รึที่นายบอกว่าชอบ ตราบใดที่เขามีคลาวด์ เรื่องอื่นดูจะกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปทันที

“เวลาบอกรักฉันไม่เห็นจะพูดตรง ๆ เหมือนตอนด่าบ้างเลย ปล่อยให้ฉันคิดมากอยู่คนเดียวตั้งนาน”

เจ้าของดวงตาสีฟ้าบึ้งตึงใส่ กระดากอายเหลือล้นกับคำว่า ‘บอกรัก’ “นอกจากเอาแต่ใจแล้วยังโลภมากอีกด้วย”

“รู้ดีนี่” ในเมื่อคลาวด์ยอมรับแล้วว่าชอบเขาเหมือนกันก็ไม่มีอะไรต้องเกรงใจกันอีก แซคถอดเสื้อเปียกชุ่มออก เผยให้เห็นไหล่ขาวเนียน ริมฝีปากลูบไล้จากลำคอไปถึงลาดไหล่ ยังไม่ทันจะฝากรอยจูบ คลาวด์ก็ชืนตัวออกเสียก่อน

“....ไม่ได้นะ ไม่ใช่เวลาจะมาทำอะไรอย่างนี้ซะหน่อย” ใบหน้าแดงก่ำเปียกไปด้วยน้ำ เด็กหนุ่มผมบลอนด์ยกมือขึ้นปิดหน้าแดง ๆ ของตัวเองแล้วรีบผละออก

แซครั้งแขนเรียวไว้ เขาไม่เห็นว่ามันจะเสียหายอะไร “ของแบบนี้ไม่เห็นต้องนึกถึงเวลากับสถานที่เลย”

“แต่ฉันคิด!” หันมาตวาดเสร็จก็สะบัดแขนออกอย่างแรง พื้นกระเบื้องลื่น ๆ ทำให้เสียการทรงตัวจนจะล้ม แซคฉุดร่างเล็กเข้าหาตัวจนล้มทับตัวเอง

“...ข.. ขอโทษ” เอ่ยอย่างเก้อเขินแล้วตั้งท่าจะรีบลุก แต่มือไม้กลับอ่อนจนลุกไม่ขึ้น ในหัวเขามันตื้อไปหมด ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ว่าแซคอยากทำอะไร แต่... นี่ไม่ใช่จังหวะที่ดีจริง ๆ มีเรื่องของชินระที่ควรจะมาก่อน อีกอย่าง... เขาก็กลัว... กลัวโดยไม่มีเหตุผล เขาที่แสนอ่อนแอ สมควรแล้วหรือที่จะ ‘ชอบ’ คนดีอย่างแซคได้... เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากเป็นภาระให้

แซคที่รองรับอยู่ด้านล่างโอบศีรษะเล็กอย่างเอ็นดู ดวงตาสีฟ้าคู่นี้จะมองมาที่เขา... เขาดีใจ... แต่ก็มองออกว่าคลาวด์ไม่แน่ใจกับอะไรบางอย่าง

“เป็นอะไรไป หือ? คนที่เพิ่งบอกรักกันน่ะ เขาไม่ทำหน้าอมทุกข์แบบนี้หรอกนะ”

สายน้ำที่รวยรินก็ไม่อาจดับความร้อนรุ่มที่เก็บกักไว้ในใจได้แม้เพียงนิด แต่เขาไม่อยากรีบร้อน... ใช่ว่าเรื่องอย่างนั้นจะทำใจกันได้ง่าย ๆ เขาไม่อยากฝืนใจคลาวด์ แม้จะปรารถนาที่จะครอบครองร่างกายเบื้องหน้าเพียงใด

ราวกับปรารถนาในแววตาของเขาจะส่งไปถึง ริมฝีปากเรียวขยับ แทบจะกระซิบ บอกคำที่เขาใฝ่ฝันมานาน เสียงน้ำดังก้องแทบจะกลบคำพูดนั้น แต่แซคมั่นใจว่าเขาฟังไม่ผิด

“...........ฉัน... ก็รักนาย แซค”

To be continued...

  • โดนบังคับขู่เข็ญต่อราคาลดแลกแจกแถม (?) ให้ลง
  • ว่าจะลงพรุ่งนี้ (วันนี้) เย็น เจือกได้มาลงแต่เช้าตรู่
  • ว่าจะนอนสี่ทุ่มครึ่ง (พรุ่งนี้ (วันนี้) เปิดเทอม สราดดด) ยืดตัวเองถึงห้าทุ่มครึ่ง แล้วก็มีคนยืดให้ถึงเที่ยงคืน ใครวะ! ที่ชอบพูดปุริ ๆ อ่ะ!!! เลยลงให้ก็ได้ (วะ)
  • พอจะลงมีต่อรองราคา 3000 คำอีคนบังคับ (?) บอกว่าไม่พอ เลยต่อให้เป็น 4900 คำ พอมั้ย!
  • เซฟิรอธลูกเมียน้อยมาก โดนถีบตกขอบ 5555 น่าสงสาร กร๊ากกกก
  • ตอนต่อไปเตรียมขาว เตรียมมีเรท อย่าคาดหวังมาก กรูเขียนไม่เก่งเว้ยยยยย เขียนยากเว้ยยยย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

กรี๊ด มาคราวนี้ลงยาวสะใจ
โอ๊ย คู่นี้สวีทหวานโรแมนติก
คล้าวสาวแตก อิอิ

me/รอตอนหน้าใจจดจ่อ กร๊ากก
*โดนพี่กีเสย ใจคอจะรออ่านแต่ตอนนั้นเร๊อะ*

#1 By ★ GenZo ★ on 2007-10-29 04:34

โอ๊ย ยาวสะใจ TwT
อ่านแล้วอมยิ้มกรี๊ดวี๊ดอยู่หน้าคอม(?)
น่าย๊ากก น่าร๊ากกกกกกกกก
คลาวด์สาวแตก แต่แซคก็แมนแตกพอกัน ก๊ากก
*สมาธิกระเจิดกระเจิง ///*

#2 By 仁(Jin) on 2007-10-29 08:55

ตัดจบตอนค้าง ๆ คา ๆ แบบนี้ ทิ้งบอมดีกว่า *ตูมมมมม* 5555
เซฟิรอธสติจะแตกแล้ว ชอบ (อ้าว)

จะรออ่านตอนหน้าค่ะ ฮิ้ววววววว XD

#3 By BeeJang on 2007-10-29 09:43

อีโง่วววววววววววววววว (ไม่แพ้อีเทะในฟิคเทะฟูเลย)
เม่นโง่ววววววววววววววว
อยู่ตรงหน้า
โง่วววววววววววววววววววววววววววววววววว

อีโจโกแบ๊ววววววววววววววว แบ๊วมากกกกกกกก มีแอบเอโระเล็กน้อยพองามนะยะ

กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ รออ่านต่อ รออ่านต่อ รออ่านต่อออออออ
ง่า...สงสารเซฟี่ตะหงิดๆแฮะเป็นส่วนเกินไปซะล่ะ
แซคเอ๊ย...เห็นแววว่าแซคจะตายมารำไร:เกาะขาพี่กี ม่ายยยยยยย ไม่อยากให้แซคตายอ่าาาาาาาTT^TT

#5 By tear on 2007-10-29 15:38

กรี๊ดดดดดดดดดด
โฮกกกกกกก
ยาวสะใจ น่ารักได้ใจ
ในที่สุดนู๋คลาวด์เราก็บอกรักซักที

รอฉากเรทตอนหน้านะจ๊ะ
กีสู้ๆ

#6 By Mercutery on 2007-10-29 19:28

รักกันแล้วววววววว
รักกันแล้ววววววววววว
รักกันแล้ววววววววววววว

อิจฉา!!!!!!!!!!!!!!!!!

จะถึงเวลาฮันนีมูนวีคแล้วสิ..

#7 By :nakare: on 2007-10-30 16:30

นึกว่าจะ เพื่อน...กูรักมึงว่ะ

อ่านมากๆไม่ได้แล้วววว sad smile
อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย อะกริ๊บกริ๊ววี๊ดวิ่วTwT!!!

น่าฮักน่ากอด 555+
พี่กีสู้ๆฮร๊า>w<!

#9 By Syaolee on 2007-11-02 22:44

กร้ากกกกกกกกกกกก
กีจังโวยวาย..แหม..แต่คนอ่านก็ชอบนะมีต่อให้ขนาดนี้เนี่ย
ลดแลกแจกแถมบ่อยๆ สิจ๊ะ (ส่งสายตาปิ๋งๆ)

นู๋คลาวด์ยังหวานไม่เลิกจริงๆ อืมมมม

#10 By ^-Hawkeye-^ on 2007-11-04 20:48