[Final Fantasy VII Fanfiction] Maybe, Goodbye (7)
posted on 23 Oct 2007 00:52 by keechan in Fiction, FinalFantasy-KingdomHearts
Maybe, Goodbye (7)
อาหารค่ำมื้อนั้นผ่านไปด้วยความครื้นเครง แซคอารมณ์ดีเป็นพิเศษเมื่อเขาได้ทำคะแนน อ่ะ... ไม่ใช่ ๆ ได้สนิทสนมกับคุณแม่ของคลาวด์ ได้เห็นรูปคลาวด์ตอนเด็ก ๆ ก็คุ้มแสนจะคุ้มแล้ว หนุ่มหัวเม่นหัวเราะกับตัวเองเมื่อนึกถึงใบหน้างองุ้มสลับกับเขินอายของเด็กหนุ่มเวลาที่ถูกแซว
ได้ยิ้มได้หัวเราะด้วยกัน อะไรมันจะสุขไปกว่านี้อีกล่ะน้า...
สายน้ำอุ่นจากฝักบัวช่วยชำระความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไปได้ชะงัดนัก พรุ่งนี้อาจจะต้องลุยกันหนัก แววตาสีดำอมละอองสีเขียวจากมาโควาววาบ เขาชักจะเบื่องานของโซลเยอร์เต็มทนแล้ว เริ่มจะคิดจริงจังเรื่องลาออก ถ้าเขาเกลี้ยกล่อมคลาวด์ได้จะขอมาอยู่ด้วยกันที่นี่ซะเลย
ความคิดเรื่อยเปื่อยหยุดชะงักลงเมื่อเห็นภาพเด็กหนุ่มนั่งมองดาวอยู่ริมหน้าต่าง ท้องฟ้าโปร่งทำให้เห็นแสงดาวส่องประกายชัดเจน แต่ยังไงแสงประกายสีฟ้าข้างใบหูนั่นก็ดูสวยกว่าเป็นไหน ๆ
แซคเดินเข้าไปใกล้ ชะโงกหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างเพียงแว่บเดียวแล้วจึงเคลื่อนสายตามองเด็กหนุ่มที่หันมาทางตน
“นอนไม่หลับหรอ?” เขาทัก คลาวด์อาบน้ำก่อนตั้งนานแล้ว เขาเองก็บอกว่านอนไปก่อนก็ได้เลย นึกว่าพอออกมาจะนอนหลับไปแล้วเสียอีก
“อืม... แค่นึกถึงวันเก่า ๆ น่ะ” คลาวด์ตอบ หันหน้าเสไปมองถังเก็บน้ำกลางหมู่บ้าน ที่ซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำ... คำสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะแข็งแกร่งขึ้น จะมาช่วยเหลือในเวลาที่เธอคนนั้นต้องการ
เขาในตอนนี้... ยังทำอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง เขาเบื่อหน่ายกับตัวเองที่อ่อนแอเหลือเกิน
“วันเก่า ๆ นะ หืม...” ใบหน้าน่ารักนั้นหมองหม่นลงจนสังเกตได้ แซคนิ่งเงียบ มองเจ้าของดวงตาสีฟ้าด้วยความห่วงใย
คงจะคิดมากอยู่คนเดียวอีกแล้วสิ...
“อยากจะคุยรึเปล่า?”
“ขอบคุณ แซค” เด็กหนุ่มว่า แต่ก็ตอบปฏิเสธ “แต่พรุ่งนี้เราต้องตื่นกันแต่เช้านี่ รีบไปนอนดีกว่านะ”
ร่างเล็กเดินเลี่ยงห่างออกไป ก้าวขึ้นเตียงแล้วถามอีกฝ่ายบ้าง “จะนอนรึยัง?”
“โอเค” หนุ่มหัวเม่นตอบ แล้วเดินไปปิดสวิตช์ไฟ ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ คลาวด์ลอบถอนใจใต้ผ้าห่ม
เขาไม่ควรจะคิดอะไรนอกเรื่อง ก็มาที่นี่เพื่อปฏิบัติภารกิจไม่ใช่หรอ... ทั้งเรื่องทีฟา... เรื่องแซค... ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาคิดตอนนี้
ดวงตาสีฟ้ากระพริบปริบเมื่อรู้สึกว่าฟูกที่นอนยวบลงเพราะน้ำหนักบางอย่างกดลงมา อ้อมแขนแกร่งโอบกอดจากด้านหลังทำเอาสะดุ้ง
“แซค! นี่ไม่ใช่เตียงนายนะ” เขาโวย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายคงจงใจ “แล้วฉันก็ไม่ใช่หมอนข้างด้วย!”
“ก็ที่นี่มันหนาว” บอกหน้าตาเฉยแล้วยิ่งกระชับอ้อมกอด
จริงอยู่นีเบิลเฮมย่อมหนาวกว่ามิดการ์ หมู่บ้านกลางเขาแบบนี้อากาศก็ต้องเย็นเป็นธรรมดา แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างเสียหน่อย!
เด็กหนุ่มพลิกตัวหันมาเผชิญหน้า บ่นอุบด้วยน้ำเสียงงอน ๆ “อย่ามัวแต่ล้อเล่นน่า แซค พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้านะ รู้ไม่ใช่หรอ”
ดวงตาสีฟ้าสบกับดวงตาสีดำประกายเขียวท่ามกลางความมืด เด็กหนุ่มหยุดหายใจ เพิ่งรู้สึกตัวว่าใบหน้าใกล้กันถึงขนาดรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของอีกฝ่าย อ้อมแขนที่รั้งท้ายทอยดันให้ใบหน้าเข้าใกล้กันยิ่งขึ้น
ริมฝีปากอุ่นวาบประทับลงเบา ๆ ครั้งนี้มันอ่อนหวาน... ไม่เหมือนครั้งก่อนที่รุนแรงเอาแต่ใจ
ปลายลิ้นค่อย ๆ แทรกเข้าไปในโพรงปากเล็กอย่างใจเย็น แซครอจนแน่ใจว่าเด็กหนุ่มจะไม่ตกใจเหมือนคราวที่แล้วอีก วงแขนกระชับแผ่นหลังบางให้แนบชิด ดูดซับความหอมหวานอย่างไม่รู้จักพอ
ดวงตาสีฟ้าเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบหวานซึ้ง คลาวด์รู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าว โชคดีที่มองเห็นหน้ากันและกันได้ไม่ชัดนัก เขาคงหน้าแดงจัดแน่ ๆ
...แซค... ทำแบบนี้อีกแล้ว
แม้ในความมืด ประกายสีเขียวจาง ๆ ในดวงตาสีดำก็ยังเห็นชัดเจน เช่นเดียวกับเจตน์จำนงของชายหนุ่ม สายตาที่ดูจะออดอ้อน แต่ก็ให้เกียรติอย่างสุภาพบุรุษ
คลาวด์ไม่ได้รังเกียจ... และไม่ได้หวาดกลัวเหมือนตอนที่โดนจูบแบบไม่รู้ตัวเมื่อคราวก่อน ชายหนุ่มไม่ได้บีบคั้นหรือบังคับอะไรเลย เพียงความรู้สึกซื่อตรงเท่านั้นที่สื่อออกมา
หัวใจยิ่งเต้นแรงเมื่อถูกสายตาจริงจังแบบนั้นจ้องมอง แต่ก็ไม่สามารถเบือนหลบสายตาไปได้ราวกับถูกมนต์สะกด
มือใหญ่โอบท้ายทอย เลื่อนมาจับต่างหูอันเดิม หวังจะประกบริมฝีปากลิ้มลองรสหวานนุ่มอีกครั้ง แต่เด็กหนุ่มยกมือขึ้นขวางไว้
“พรุ่งนี้... ต้องตื่นเช้าไม่ใช่รึไง”
ลูกแก้วสีฟ้าสั่นระริกจนเห็นได้ในความมืด เสียงแผ่วสั่น ๆ ทำให้เขาใจอ่อนได้ไม่น้อย แต่แซคยังไม่ยอมถอยห่าง
“งั้นก็ขอนอนอยู่แบบนี้ก็แล้วกัน” เขาต่อรอง
“ไปนอนเตียงนายสิ”
“ไม่เอา”
“นายทำอย่างนี้ฉันนอนไม่หลับนะ” คลาวด์พยายามหาข้ออ้างให้อีกคนไปนอนห่าง ๆ เสียที นอกจากจะนอนไม่หลับแล้วเขาจะหัวใจวายเอาได้ง่าย ๆ
แซคยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วย้อน “อยากนอนไม่หลับจริง ๆ มั้ย ฉันมีวิธีที่ทำให้นายตื่นได้ทั้งคืน”
มือซุกซนซุกไซ้เข้าใต้เสื้อบาง ละลาบละล้วงแตะผิวนิ่มอย่างนึกสนุก
“มะ... ไม่เอานะ!” คลาวด์สะดุ้ง รีบคว้ามืออีกฝ่ายให้หยุดรุกรานร่างกายตน แต่กลายเป็นว่าเขาถูกจับมือไว้เสียเอง แซคดึงมือเด็กหนุ่มมาจุมพิตที่หลังมือเบา ๆ
“ฉันไม่ทำอะไรหรอก... เชื่อสิ ขอแค่นี้แหละ” ชายหนุ่มอ้อน เสร็จแล้วก็หลับตาโดยที่ยังกุมมือเขาไว้อย่างนั้น
คลาวด์ถอนใจเฮ้อ ไม่รู้ว่าแซคแกล้งหลับรึเปล่า แต่ยังไงก็คงไม่มีทางเลือกแล้วนี่ เด็กหนุ่มจ้องมองใบหน้าเพื่อนสนิทที่อยู่ติดกันนิดเดียวเพียงแค่ปลายจมูก ถดตัวถอยหลังมาเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ หลับตาลงช้า ๆ
อยากอยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไป... นั่นเป็นความคิดชั่วแว่บหนึ่งที่ผุดขึ้นมาพร้อมกันในใจของทั้งคู่ ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทรา
ไออุ่นจากมือข้างที่กุมไว้ยังไม่มีวี่แววจะจางหายไป..
########################################
เสียงนกร้องยามเช้าตรู่ปลุกให้ชายหนุ่มลืมตาตื่น ทีแรกเขาคิดจะงัวเงียบิดขี้เกียจต่ออีกสักหน่อย แต่กลับตาสว่างเพราะคนที่แนบชิดอยู่ในอ้อมแขน ลมหายใจเข้าออกกระทบลำคอเขาสม่ำเสมอ ทำให้เขาเกรงใจจนไม่กล้าขยับ
เมื่อคืนน่ะผวาซะแทบแย่... ตอนนี้ดันมาให้ท่าเขาซะได้ แซคคิดกับตัวเอง เขาอารมณ์ดีสุดขีดที่คลาวด์เริ่มจะคุ้นเคยแล้วยอมให้เขาใกล้ชิดถึงขั้นแนบเนื้อได้ แต่สำหรับเรื่องอย่างว่า... มันอาจจะเร็วเกินไป
แซคนอนมองหน้าคนที่ยังหลับตาพริ้ม นึกกังวลว่าถ้าไม่รีบลุกอาจจะโดนเซฟิรอธเอ็ดเอาได้ทั้งคู่ แต่เทียบกับโอกาสอันหายากแบบนี้แล้ว... ให้โดนบ่นยังไงก็ยอมล่ะ
กลิ่นกรุ่นกายหอมหวานในยามเช้าเช่นนี้ ยากนักที่จะห้ามใจไม่ให้ลิ้มลอง แซคพยายามขยับตัวให้น้อยที่สุดไม่ให้คนที่กำลังหลับรู้สึกตัวตื่น ประทับริมฝีปากลงที่แก้มใส
ร่างเล็กขยับตัวเข้าใกล้ เท่านั้นยังไม่พอเจ้าตัวยังยึดเขาไว้แน่น ท่าทางเขาจะกลายเป็นหมอนข้างให้โดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว คลาวด์ยุกยิกอยู่ได้ไม่นานก็ตื่นเต็มตา
“อรุณสวัสดิ์” คนตื่นก่อนทัก ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ
เด็กหนุ่มกระพริบตาถี่ ๆ ขยี้ตาไล่ความสะลึมสะลือ ตอบงึมงำ “อรุณสวัสดิ์...”
หนุ่มผมเม่นอมยิ้ม เขาให้เวลานับถอยหลังอีกสามวินาที เดี๋ยวคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ต้องกระโดดโหยงแน่
ห้าวินาทีผ่านไป เกินว่าที่คาดไปนิดหน่อย คลาวด์เบิกตาโพลง กระถดตัวหนีจนแทบจะตกเตียง แซคถึงกับหัวเราะลั่น
“ตกใจช้ากว่าที่ฉันคิดไว้ตั้งสองวิแน่ะ คลาวด์!”
ใบหน้าน่ารักงอนจนแก้มป่อง ...แกล้งกันชัด ๆ... เมื่อคืนหยอกเขาจนทำใจอยู่นานกว่าจะหลับลง พอเช้าขึ้นมาก็หาเรื่องต่อเชียว สนุกนักรึไง
อีกฝ่ายเดาได้ว่าคนถูกแกล้งคงโกรธไม่น้อย จึงรีบแก้ตัว “อย่างอนน่า ฉันไม่เอาไปบอกใครหรอก”
...นั่นไม่ใช่ปัญหานะ แซค... เด็กหนุ่มถอนใจอย่างเซ็ง ๆ แล้วจึงเปลี่ยนเรื่อง “ตื่นแล้วก็น่าจะรีบ ๆ ลุก ต้องออกเดินทางแต่เช้า ลืมแล้วรึไง”
แซคยิ้มขำ ไม่รู้ว่าใครใหญ่กว่าใครกันแน่ แต่ก็ไม่ต่อปากต่อคำอีก จริงอย่างที่ว่า ถ้าไม่รีบมีหวังได้โดนเซฟิรอธเฉ่งกันทั้งคู่แน่ ๆ
ทั้งคู่แต่งตัวพร้อมกับการเดินทางสู่ภูเขานีเบิลเรียบร้อย เซฟิรอธที่เตรียมพร้อมก่อนใครเสมอก็มายืนรอที่หน้าคฤหาสน์ชินระที่เป็นทางขึ้นเขา โชคดีที่พวกเขาไม่ได้มาสาย การ์ดอีกคนที่จะร่วมทางไปด้วยกันก็มารวมพลติด ๆ กัน แถมด้วยชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งที่มารวมตัวกันเพื่อจะดูหน้า ‘เซฟิรอธผู้โด่งดัง’
“พอไกด์มาถึงเราจะไปกันเลย” นักรบผมเงินกล่าวเป็นการเป็นงาน ไม่สนใจสายตาคนนอกที่จ้องมองแม้แต่น้อย
เด็กสาวคนเดิมที่เห็นเมื่อวานเดินตรงเข้ามา พร้อมกับชายวัยกลางคนอีกคนที่หันไปคุยกับเซฟิรอธทันที
“ฟังนะ เซฟิรอธ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นล่ะก็...”
เซฟิรอธยกมือขึ้นปรามอย่างที่ชอบทำ กล่าวบอกปัดง่าย ๆ “เชื่อมือเถอะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พ่อ มีโซลเยอร์อยู่ด้วยตั้งสองคนนี่คะ” เสียงใสบอก เธอหันมาทางเซฟิรอธแล้วแนะนำตัว “ฉันชื่อทีฟาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ทีฟา! เธอเป็นไกด์หรอเนี่ย!” แซคอุทานเมื่อเธอเฉลย คลาวด์ที่สวมหมวกปิดบังใบหน้ายืนอยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกไม่คาดฝันเหมือนกัน
“ใช่ค่ะ บังเอิญว่าฉันเป็นไกด์อันดับหนึ่งของเมืองนี้น่ะ” ทีฟาอวดอย่างภูมิใจ ไม่ทันได้สะกิดใจว่าชายหนุ่มโพล่งขึ้นมาอย่างตกใจราวกับรู้จักชื่อเธอมาก่อนได้อย่างไร
“มันอันตรายเกินไปนะ ฉันยอมให้เธอมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยไม่ได้!” แซคค้าน เขาไม่เห็นด้วยที่จะให้เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ นำทางไปในที่อันตรายอย่างนั้น
“ก็คอยคุ้มกันไว้ซะสิ จะได้ไม่มีปัญหา ไปกันได้แล้ว” เซฟิรอธตัดบทง่าย ๆ หนุ่มผมดำไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตาม
“เอ่อ... คุณเซฟิรอธครับ! ผมขอถ่ายรูปคุณไว้เป็นที่ระลึกซักรูปได้มั้ยครับ!” ชายหนุ่มคนหนึ่งโผล่พรวดออกมาท่ามกลางฝูงชน คงจะจด ๆ จ้อง ๆ หาจังหวะมานาน แต่เซฟิรอธดูจะไม่สนใจกับคำขอนั้น เขาจึงยึกยักไปทางทีฟาแทน “ทีฟา ช่วยขอให้ด้วยสิ”
เด็กสาววิ่งไปหยุดอยู่ระหว่างแซคกับเซฟิรอธ นักรบผมเงินที่เดินห่างออกไปในทีแรกไม่ยอมขยับอยู่พักหนึ่ง จนสุดท้ายก็ยอมเดินมาถ่ายรูปด้วยตัดรำคาญ แค่นั้นตากล้องก็พออกพอใจแล้ว
“เอ้า ยิ้ม!”
แสงแฟลชวาบเมื่อเจ้าของกล้องกดชัตเตอร์ เขาบอกเสียงดังอย่างอารมณ์ดี “ยอดเลย ขอบคุณมาก! เดี๋ยวผมจะอัดรูปให้พวกคุณทุกคนเลยนะ”
เซฟิรอธเดินนำกลุ่มของตนไปอย่างไม่ใส่ใจ แซคยืดตัวแล้วเดินตามบ้าง พวกเขาจะได้เดินทางสู่เขานีเบิลกันเสียที
หนทางสู่เตาปฏิกรณ์ไม่ราบรื่นนัก แม้จะไม่มีสัตว์ประหลาดตัวเป้งออกมาขวาง แต่เส้นทางสู่ยอดเขาก็ทรหดไม่ใช่เล่น จนทีมของเขาเสียพรรคพวกไปหนึ่งคน คลาวด์ยังจำสมัยเด็กที่ทีฟาดึงดันจะขึ้นมาบนนี้ให้ได้ เหตุการณ์คราวนั้นเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาอยากจะเข้มแข็งขึ้นเพื่อปกป้องเธอ แต่เมื่อเห็นท่าทีแสนมั่นใจของทีฟาแล้ว คลาวด์ชักไม่แน่ใจว่าตัวเองจะสามารถปกป้องผู้หญิงที่แข็งแกร่งอย่างทีฟาได้เชียวหรอ
คลาวด์สำรวจเด็กสาวที่ฮึดฮัดอารมณ์เสียอยู่หน้าเตาปฏิกรณ์เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป เธอดูโตขึ้นมาก แล้วก็สวยขึ้นด้วย... ในขณะที่เขาเหมือนกำลังย่ำอยู่กับที่ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปซักอย่าง
น่าแปลกที่ความกังวลของเขาไม่ได้จดจ้องที่เธอ แต่กลับเป็นอีกสองคนที่อยู่ด้านใน จากข้างนอกนี่ไม่ได้ยินอะไรเลย เขาไม่มีทางรู้ว่าข้างในนั่นเกิดอะไรขึ้น ทั้ง ๆ ที่ไม่น่าจะมีอะไร แต่เขาสังหรณ์ใจไม่ดียังไงชอบกล
ทั้งเซฟิรอธทั้งแซคก็เป็นโซลเยอร์เฟิร์สคลาส... ไม่เห็นมีอะไรจะต้องเป็นห่วง แต่...
เสียงแกรกกรากทำให้คลาวด์หลุดออกจากความคิดของตัวเอง หรือว่าจะเป็นสัตว์ประหลาดที่แปดเปื้อนมาโค?
ดาบข้างตัวถูกชักขึ้นมาเตรียมพร้อมสู้ เขากันทีฟาให้ถอยไปด้านหลังโดยไม่พูดจา ไม่เกิดความคาดหมาย ฝูงสุนัขสีดำ... เรียกว่าสุนัขอาจจะไม่ถูกนักเพราะรูปร่างมันผิดเพี้ยนไปจากเดิม คงบูดเบี้ยวไปด้วยฤทธิ์ของสารพิษอะไรซักอย่าง จำนวนมากขนาดนี้... เขาไม่แน่ใจว่าจะต้านอยู่ได้นาน
อย่างน้อย... ขอให้ทีฟาปลอดภัยก็พอ
ด้านแซคกำลังตกตะลึงกับ ‘ความลับ’ ของโฮโจที่ค้นพบ ชินระเป็นต้นเหตุของสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์พวกนั้น ต้นตอของพวกมันแต่เดิมก็คือมนุษย์! ไม่ต่างอะไรกับพวกเขา ทั้งมาเทเรีย มาโค การทดลองต่าง ๆ นานาที่ชินระประเคนให้ ผลักดันโซลเยอร์ให้แข็งแกร่ง แต่สิ่งที่แลกไปนั้น... แซคไม่อยากจะคิด
เซฟิรอธเองก็ดูจะช็อคไม่ต่างกัน อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ ท่ามกลางความสับสนฉับพลันก็มีเสียงอะไรบางอย่างกระแทกดังจากด้านนอก ทำให้แซคเบนความสนใจไปทันที
แม้จะปวดใจกับความจริงที่พบ แต่ความกังวลที่มีต่อคลาวด์นั้นมากกว่าแซครีบผลุนผลันออกไป ทิ้งให้เซฟิรอธที่จมอยู่กับความคิดตนเองไว้เบื้องหลัง
“คลาวด์! ทีฟา!” ชายหนุ่มตะโกนเรียกบุคคลทั้งสองเป็นอันดับแรก แต่เสียงคำรามของสัตว์ประหลาดคงจะดังกลบไปเสียหมด ไม่ก็ทั้งสองคนกำลังจดจ้องอยู่กับการป้องกันตัวจนไม่ได้ยิน แซคไม่รอช้ารีบชักดาบก้าวเข้าไปในวงต่อสู้
คลาวด์เห็นแซคพุ่งเข้ามาช่วย รู้สึกใจชื้นขึ้นมาเปลาะหนึ่ง แต่ความโล่งใจนั้นกลายเป็นการเปิดช่องว่างให้สัตว์ตัวใหญ่นั้นกระโจนเข้าใส่ เด็กหนุ่มยกดาบขึ้นกันคมเขี้ยวแหลมคมของมันได้ทัน แต่แรงเหวี่ยงนั้นหนักหน่วงจนเขาลอยละลิ่วไปกระแทกกับท่อเตาปฏิกรณ์ดังอั้ก
แซคใจหล่นวูบเมื่อเห็นภาพนั้น กระโจนเข้าขวางสัตว์ประหลาดร่างใหญ่นั่นทันที เพียงตวัดดาบครั้งเดียวก็รุนแรงเสียจนฝ่ายตรงข้ามถดหนีทั้งฝูง ชายหนุ่มตั้งดาบหยั่งเชิงไว้เช่นนั้น สายตาเหลียวไปมองคลาวด์ที่หมดสติ
“ฉันว่าเรารีบกลับไปที่หมู่บ้านกันดีกว่า”
เขาหันไปบอกไกด์สาวจังหวะเดียวกับที่เซฟิรอธก้าวออกมาจากเตาปฏิกรณ์ แซคอ้าปากจะขอร้องให้ช่วยเคลียร์ทางให้ แต่ก็ต้องหุบปากเมื่อเห็นดวงตาสีเขียวอันเลื่อนลอย
นักรบผมเงินก้าวขาออกมาทีละก้าวอย่างเยือกเย็น ความจริงที่พบน่าตกใจน้อยอยู่เมื่อไหร่ แต่แซคไม่คิดว่ามันจะส่งผลกระทบกับเซฟิรอธได้มากถึงเพียงนี้ ชายผมเงินเดินผ่านร่างของคลาวด์ที่ฟุบอยู่ตรงนั้นราวกับไม่มีตัวตน...
เซฟิรอธ... นายเป็นอะไรไป?
To be continued...
-
โดนกิ้งก่าไซโคให้ต่อ
-
นักเขียนที่ดีควรจะตามใจผู้อ่านใช่มั้ย! (ตลก!)
-
ยุให้ลงบ่อย ๆ เดี๋ยวไม่มีมาต่อนะเว้ยเห้ย
-
จะเริ่มมีเสียงด่าแซคมาเยอะรึยัง
-
เป็นพระเอกที่ความอดทนสูงดีจังนะ นอนเตียงเดียวกันได้โดยไม่ทำอะไรเนี่ย
-
คลาวด์ง่าว ไร้ประโยชน์ บ่มีไก๊ ฮ่า ๆๆ ทีฟายังเก่งกว่ามันเลย
-
นี่สร้างจากเรื่องจริงเช่นเดียวกัน เดี๋ยวจะหาว่าเราลำเอียงให้อีคลาวด์มันอ่อนแอ


ไม่เลิกแบ๊วระวังรอบหน้าเสีย *ปิ๊บ* นะก๊ะ
อีเม่นกระบือ เมิงแน่มาก (กรี๊ดแตก)กระบือระดับเทะ (เทพ?) ว้ายๆๆๆ
อีแบ๊วก็ใช่ย่อย เอ๋ออีกต่างหาก มึงบอบบางกว่าทีฟาแล้วล่ะกุว่า 555555555
โอยยยยยยยยยยยย โฮกฮากกกกกกกกกก เอาแล้ว อีหน้าแก่ผมยาวจิตหลุดแล้ว
ตอนหน้าจะคลั่งชิมิ
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก แต่ แต่ แซคคลาวด์ อีโจโกะแบ๊วววววว อีเม่นกระบือ (ตัวอะไรวะ?)
#1 By †★☆*HANA~hanachiko*☆★† on 2007-10-23 01:13