Maybe, Goodbye (6) 

ไม่ช้า พวกเขาก็เดินทางมาถึง

นีเบิลเฮม...

เซฟิรอธเป็นฝ่ายชวนเด็กหนุ่มคุยก่อน ถือเป็นเรื่องหายากอย่างไม่น่าเชื่อที่คนปากหนักอย่างเซฟิรอธจะชวนคนอื่นคุยได้ แซคแทบประสาทกินเพราะไม่รู้จะแทรกบทสนทนาเข้าไปยังไง

“ครั้งแรกใช่มั้ยที่ได้กลับมาบ้านเกิด? จากไปนานล่ะสิ คงจะคิดถึงน่าดูใช่มั้ย”

คลาวด์ยิ้มแก้เก้อตอบไป จะว่าคิดถึงก็คิดถึง แต่เขามีใครบางคนที่ไม่อยากให้เจอ... ก็ตอนนี้เขายังไม่ได้เป็นโซลเยอร์อย่างที่หวังเลยนี่

“ได้มาเหยียบบ้านเกิดอีกครั้งรู้สึกยังไงน่ะ ฉันน่ะคงไม่รู้จักความรู้สึกแบบนั้นหรอก เพราะไม่มีที่ที่จะเรียกได้ว่าเป็นบ้านเกิดน่ะ”

คลาวด์ทำหน้างง ฮีโร่ของเขาดูเศร้าหมองกว่าที่เคย

“เอ่อ... แล้วพ่อแม่คุณละครับ”

“แม่ฉันชื่อเจโนวา ท่านตายตั้งแต่ฉันเกิด ส่วนพ่อ...” เซฟิรอธหยุดพูดไปเสียอย่างนั้น ทำเอาคนฟังงุนงงไปด้วย “ไม่สำคัญหรอก... เราไปกันดีกว่า”

คลาวด์หันไปมองแซค ใบหน้าอ้อน ๆ เหมือนจะถามว่า ‘นี่ฉันทำอะไรผิดไปรึเปล่า’ แซคหน้ามุ่ย ไม่อยากจะปลอบนักหรอก แต่ก็เพียงยักไหล่ เขารู้ว่าสำหรับเซฟิรอธ เรื่องที่ไม่อยากพูด ต่อให้ง้างปากหรือมอมเหล้ายังไงก็ไม่มีทางพูด (แค่เปรียบเปรยนะ เขาไม่เคยมอมเหล้าเซฟิรอธจริง ๆ หรอก) ชายหนุ่มบุ้ยใบ้บอกให้ลูกน้องทั้งสองคนเดินตามมาเร็ว ๆ

นีเบิลเฮมดูเป็นหมู่บ้านที่เงียบเหงา ทั้งอยู่กลางเขาห่างไกลความเจริญ แต่ชินระก็ยังมาตั้งเตาปฏิกรณ์ในที่แบบนี้ได้ เขาได้ยินว่าที่นี่มีห้องทดลองขนาดใหญ่สำหรับพัฒนาอาวุธชีวภาพ ตำราอ้างอิงต่าง ๆ นานาเป็นกองภูเขาอยู่ในคฤหาสน์หลังโต คงไม่มีอะไรน่าสนุกเท่าไหร่

สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักสะดุดตายืนอยู่หน้าหมู่บ้านเหมือนกำลังรอใครบางคน เด็กสาวผมดำยาวกวาดตามองพวกเขาสักครู่ แล้วก็หันหลังวิ่งเข้าหมู่บ้านไป แซคเกาหัวแกรก ๆ ก่อนจะหันตามไปมองว่ามีอะไรผิดปกติจนทำให้สาวน้อยน่ารักคนนั้นวิ่งหนีไปรึเปล่า แต่ก็ไม่มีอะไรนอกจากคลาวด์ที่กลับมาใส่หมวกปิดบังใบหน้าเหมือนเดิม

ชายหนุ่มขัดใจนิด ๆ อดไม่ได้ที่จะเข้าไปกระซิบถาม “ใส่หมวกทำไมน่ะ คลาวด์ ฉันบอกแล้วไงว่าถอดออกก็ได้ ไม่เห็นเป็นไรเลย”

คลาวด์อึกอัก “...มันไม่ดีนะแซค เหมือนนายปฏิบัติกับฉันพิเศษกว่าคนอื่น ฉันเป็นแค่การ์ดนี่ ใส่เครื่องแบบให้เรียบร้อยเข้าไว้แหละดีแล้ว”

แซคกอดอก สายตาบ่งบอกว่าไม่เชื่อเต็มที่ “พิเศษแล้วไง ก็พิเศษสิ ก็นายเป็นคนพิเศษของฉันนี่คลาวด์ ทำไมฉันจะเข้าข้างนายเป็นพิเศษไม่ได้ล่ะ” ชายหนุ่มเริ่มเสียงดัง แถมเน้นคำว่า ‘พิเศษ’ เป็นพิเศษอีกด้วย

“แซค!!!” เด็กหนุ่มโวย แต่พยายามเงียบเสียงไว้ เมื่อพิจารณาสายตาคาดโทษของอีกฝ่ายแล้วจึงยอมสารภาพ “...มีคนที่ฉันไม่อยากเจอน่ะ มัน... น่าอาย ขอล่ะนะ แซค”

หนุ่มผมดำถอนใจ ยอมเลิกระรานในที่สุด แล้วเดินฉับ ๆ เข้าหมู่บ้าน “ก็ตามใจ รีบ ๆ ตามมาได้แล้ว ขืนชักช้ากว่านี้ฮีโร่ของนายมีหวังได้บ่นอีก”

คลาวด์ก้าวตามไว ๆ ท่าทางเรื่องวุ่นวายจะมีมาได้ไม่หยุดหย่อน.... เอาเถอะ เวลาออกมาเดินในหมู่บ้านถ้าสวมหมวกไว้ตลอดเวลาคงไม่มีปัญหาอะไร ต่อให้คนรู้จักมาคุยด้วยก็มองไม่ออกว่าเป็นเขาหรอก

ทำไมถึงได้เป็นคนขี้ขลาดแบบนี้นะ... คลาวด์นึกตำหนิตัวเอง เขาเหลียวมองบ้านหลังเดิมที่คุ้นเคย บ้านของเขาเอง ปีกว่าที่ไม่ได้กลับบ้าน... หวังว่าแม่คงยังสบายดีอยู่นะ ถ้าเขามีโอกาสได้เห็นหน้าแม่บ้างก็คงจะดี

ร่างเล็กมุ่งหน้าเดินตามผู้บังคับบัญชาของตนไป แซคกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ หมู่บ้านนี้เงียบเหงาแล้วก็ไม่มีอะไรจริง ๆ แต่บรรยากาศไม่โสภาเอาเสียเลย ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเพราะสัตว์ประหลาดที่ออกมาอาละวาดทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวไม่กล้าออกจากบ้าน แต่เมื่อสังเกตเห็นสายตาที่จ้องมา เขาก็รู้

ไม่ใช่สัตว์ประหลาดหรอก พวกชาวบ้านน่ะ... กลัวชินระ กลัวพวกเราต่างหาก

อ้อ จะเว้นก็แต่ผู้ชายคนหนึ่งที่ถือกล้องคอยท่าหาจังหวะถ่ายรูปเซฟิรอธล่ะนะ สงสัยจะเป็นหนึ่งในแฟนคลับ แต่แซคก็ไม่ได้สนใจอะไร เขาเปิดประตูผางเข้าไปในโรงแรม ชินระเหมาจ่ายค่าโรงแรมให้พวกเขาอยู่แล้ว สำหรับหมู่บ้านเล็ก ๆ อย่างนีเบิลเฮม ก็เป็นโรงแรมระดับดีใช้ได้ทีเดียว เซฟิรอธโยนกุญแจห้องให้เขา แล้วอธิบายภารกิจ

“พรุ่งนี้เช้าตอนรุ่งสางเราจะเดินทางไปที่เตาปฏิกรณ์ อย่านอนให้มันดึกมากล่ะ เรามีคนเฝ้ายามอยู่แล้ว เพราะงั้นนายกับคนอื่น ๆ ที่เหลือไปพักผ่อนกันได้”

หมดความนักรบผมเงินก็หันหลังเดินขึ้นชั้นสอง ก่อนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้

“จริงสิ” ดวงตาสีเขียวสว่างเปล่งประกายฉายแววความอ่อนโยน แซคเห็นอย่างนั้นแล้วแทบจะอ้าปากค้าง เซฟิรอธหันมาพูดกับคลาวด์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง “นายจะไปเยี่ยมครอบครัวหรือว่าเพื่อนเก่าก็ได้นะ”

เสียงทุ้มโปรยความปรารถนาดีอย่างหาได้ไม่ง่ายนัก ไม่บ่อยที่เซฟิรอธจะแสดงท่าทีอ่อนโยนแบบนี้กับใคร แซคหมั่นไส้เสียจนต้องจิ๊ปาก

เด็กหนุ่มที่ได้รับคำอนุญาตกลับลังเลจนเกือบจะลำบากใจ เดือดร้อนแซคต้องถามให้รู้ความ “เป็นอะไรไปอีกล่ะ คลาวด์ นายทำตัวแปลก ๆ มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ ปวดท้องรึเปล่า”

เพราะอีกฝ่ายใส่หมวกปิดบังใบหน้า ทำให้ไม่รู้ว่าทำหน้ายังไงอยู่ คลาวด์กำลังสองจิตสองใจว่าจะกลับไปที่บ้านดีรึเปล่า “...ไม่ได้เป็นอะไรหรอก ฉันสบายดีน่า”

แซคควงกุญแจห้องเรื่อยเปื่อย ถึงจะไม่เห็นหน้า แค่ฟังเสียงก็พอเดาออกได้ว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ คลาวด์นี่ก็ประเภทปากรูดซิบเหมือนกัน ถ้าไม่อยากบอกก็จะอ้ำอึ้งอยู่อย่างนั้น ดีกว่าเซฟิรอธหน่อยตรงที่ง้างปากได้ง่ายกว่า

“เสร็จธุระเมื่อไหร่ ก็ตามมาบนห้องแล้วกัน” แซคว่า มัดมือชกว่าคลาวด์ต้องนอนพักห้องเดียวกับเขาไปเรียบร้อย

“ฉันไม่มีธุระอะไรจะต้องทำเสียหน่อย” คลาวด์ค้าน ทำท่าจะเดินตามอีกฝ่ายขึ้นห้อง

“แล้วไม่ไปหาพ่อแม่นายรึไง” ถามอย่างประหลาดใจ นึกว่าคลาวด์จะดีใจจนอยากกลับไปนอนที่บ้านเสียมากกว่าด้วยซ้ำ

คนถูกถามนิ่งไปพักหนึ่ง แล้วจึงตอบงึมงำ “...ฉันกลับไป มันจะดีหรอ”

“ทำไมจะไม่ดีล่ะ!” แซคโพล่งขึ้น สำหรับเขาแล้วคลาวด์โชคดีที่มีโอกาสได้มาเยี่ยมเยียนคนที่บ้านด้วยซ้ำ โอกาสสำหรับเขา ถึงอยากจะกลับไปหาพ่อแม่ตอนนี้ก็คงจะกระดากเกินไป เขาออกจากบ้านมานานเกินไปแล้ว

“ฟังนะ คลาวด์” ชายหนุ่มกุมไหล่บาง เขาไม่อยากให้คลาวด์เสียโอกาส “ไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่อยากเห็นหน้าลูกหรอกนะ ฉันน่ะ ไม่มีโอกาสกลับไปกองกาก้าเลย รู้ตัวอีกที เวลามันก็ผ่านไปนานจนย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว มันน่าเศร้านะ ถ้าต้องแยกจากพ่อแม่โดยที่ไม่ได้แวะเวียนเข้าไปหาอีกเลย ไอ้ฉันน่ะมันเป็นลูกที่ไม่ค่อยดีนักหรอก เพราะงั้นกลับไปหาครอบครัวของนายเถอะนะ”

“แซค...” คลาวด์มองดวงตาสีดำแน่วแน่นั่น แซคหวังดีกับเขาจริง ๆ นี่ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเรื่องยิบย่อยอย่างระดับของตัวเอง... ถึงยังไงแม่ก็เป็นแม่ของเขาอยู่วันยังค่ำ เขาเองก็คิดถึงแม่ ยิ่งได้มาอยู่ในที่ใกล้แค่เอื้อมแค่นี้ ก็ยิ่งอยากพบ

“อยู่ในครอบครัวตัวเองน่ะ ทำตัวเป็นเด็กบ้างก็ไม่เป็นไรหรอก” แซคยิ้มกว้าง ตบไหล่ให้กำลังใจ แล้วพยักหน้าให้อีกฝ่ายไป

“ไม่ต้องรีบกลับมาล่ะ ต้องกลับไปจริง ๆ ด้วยนะ อย่าคิดว่าจะหลอกฉันได้ล่ะ”

คลาวด์ยิ้มหวานเมื่อได้ยินเสียงร่าเริงนั่น คำพูดของแซคทำให้เขาไม่รู้สึกกลัว “ขอบคุณนะ แซค”

ร่างเล็กวิ่งออกนอกโรงแรมไปอย่างรวดเร็ว แซคยิ้มขำ ‘จริง ๆ แล้วก็อยากเจอนี่นา’ ถ้าหากคลาวด์มั่นใจในตัวเองมากกว่านี้สักนิด คงจะทำอะไรได้มากขึ้นอีกหลายอย่างแน่ ๆ แต่ก็นะ... ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า เขาเองก็รักที่ได้เห็นเพื่อนอ่อนวัยกว่าคนนี้เติบใหญ่ขึ้น และอยู่ในสายตาของเขา

แซคเดินขึ้นบันไดไปแล้วก็หยุดชะงักเมื่อเห็นเซฟิรอธยืนจ้องมองอะไรบางอย่างอยู่ ดวงตาสีเขียวสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามเย็นประกายแววประหลาด สายตาครุ่นคิดมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง

“ดูอะไรอยู่น่ะ?”

“...ที่นี่.... คฤหาสน์ตรงนั้น รู้สึกเหมือนกับว่าฉันเคยเห็นมาก่อน”

“หืม...” หนุ่มผมเม่นชะโงกหน้ามองดูนอกหน้าต่างบ้าง จากด้านนี้ของโรงแรมเห็นทั้งคฤหาสน์ชินระตั้งตระหง่านท้าแสงอาทิตย์ ด้านหลังคฤหาสน์ก็คือหุบเขานีเบิล เตาปฏิกรณ์เป้าหมายของพวกเขาอยู่ที่นั่น

 “พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า อย่าลืมรีบนอนซะล่ะ” เซฟิรอธเปลี่ยนเรื่อง “ฉันจ้างไกด์นำทางไปเตามาโคไว้แล้ว ได้ยินว่ายังเด็กอยู่เลย หวังว่าคงเชื่อมือได้นะ” น้ำเสียงเบื่อหน่ายราวกับบ่นกับตัวเอง แซคไม่ได้ถามว่าที่เคยเห็นมาแล้วเพราะว่าเคยมาที่นี่ก่อนแล้วรึเปล่า หรือมันเป็นอะไรอย่างอื่น แต่เพราะไม่สนใจก็เลยไม่ซักไซ้ เขาทิ้งเซฟิรอธให้อยู่ในโลกส่วนตัว ส่วนตัวเองเดินเข้าไปสำรวจห้องนอน

ผ้าม่านหนาถูกเลื่อนออก แซคมองไปรอบ ๆ หมู่บ้าน ถังเก็บน้ำใหญ่โตตั้งตระหง่านเด่น เทียบกันแล้วคฤหาสน์ชินระกลายเป็นสิ่งที่สะดุดตา ดูไม่เข้ากับบ้านเรือนหลังอื่นเลยจริง ๆ คฤหาสน์หลังใหญ่ แต่บรรยากาศอึมครึม ตกค่ำแล้วคงเหมือนบ้านผีสิงไม่มีผิด

ชินระ... คิดจะทำอะไรกับโลกนี้กันแน่

แต่เดิมแซคไม่เคยสนใจว่าชินระจะทำอะไร เขาสนแค่บริษัทขี้เหนียวนั่นไม่เบี้ยวจ่ายเงินเดือนเขาก็พอ แต่เดี๋ยวนี้นับวันเขายิ่งจะกังวลมากขึ้นทุกที ทุกครั้งที่ชักดาบ รู้สึกว่าเขากำลังสูญเสียอะไรบางอย่างในตัวไปทีละนิด อะไรบางอย่างที่แสดงว่าเขาเป็นใคร ชินระปฏิบัติกับเขาเหมือนเครื่องมือ เป็นอาวุธที่เรียกใช้ได้ตามสะดวก หรือจะมองให้แย่กว่านั้น โซลเยอร์ก็เป็นกองทัพสัตว์ประหลาดทรงอำนาจและบ้าคลั่ง

แซคยกมือขึ้นคลึงต่างหูสีฟ้า พลางนึกถึงเจ้าของดวงตากลมสีเฉกเช่นเดียวกัน คลาวด์ยังบริสุทธิ์ราวเมฆขาวท่ามกลางท้องฟ้าใสสะอาด ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะลอยไปเจอกับอะไร แซคไม่อยากให้เด็กหนุ่มเข้ามาพัวพันในโลกอันโสมมของชินระเสียเลย

ที่ยังยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่หวั่นไหว... ก็เพราะเขามีคลาวด์อยู่เคียงข้าง รอยยิ้มสดใสนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เขารอคอย แม้คลาวด์จะไม่ชอบเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟัง คลาวด์ในแบบที่เขารู้จักก็น่ารักเพียงพอแล้ว

เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้นขัดจังหวะความคิดคำนึง แซคเปิดข้อความใหม่ออกอ่าน แค่ชื่อคนส่งก็ทำให้เขาอมยิ้ม

‘ว่างรึเปล่า?

วันนี้มาเที่ยวบ้านฉันมั้ย? มากินข้าวฝีมือแม่ฉันกัน แม่ฉันทำสตูว์เก่งนะ อยากให้นายมาลองชิมให้ได้เลย

คลาวด์’

“ลัคกี้!!!” อดจะตะโกนออกมาด้วยความดีใจไม่ได้ หนุ่มหัวเม่นรีบพุ่งออกจากห้องไปแทบจะทันที จนถึงหน้าโรงแรมถึงได้นึกขึ้นได้ว่าเขาไม่รู้ว่าบ้านคลาวด์อยู่ไหน

แซคเกาหัวแกรก ๆ กลบความเซ่อซ่าของตัวเอง แล้วกดโทรศัพท์หาคนที่ส่งข้อความมา รอให้ปลายสายรับอย่างใจจดจ่อ

“แซค?” เสียงใสปลายสายตอบ ออกจะแปลกใจนิดหน่อย ส่งข้อความไปยังไม่ถึงนาทีอีกฝ่ายก็โทรกลับมาแล้ว

“น้อมรับคำเชิญด้วยความยินดี! ว่าแต่บ้านนายอยู่ไหนล่ะ คลาวด์”

เด็กหนุ่มหัวเราะคิกคัก ขำความเปิ่นของเพื่อนตนเอง “สตูว์ยังไม่เสร็จเลย ไม่ต้องรีบตอบขนาดนั้นก็ได้”

แซคยิ้มแล้วพูดติดตลก“ก็ฉันหิวแล้วนี่”

“ตะกละ” เด็กหนุ่มแซว เสียงหัวเราะเบา ๆ ลอดเข้ามาในสายด้วย “เดี๋ยวฉันไปรับ คอยอยู่หน้าโรงแรมละกัน บ้านฉันไม่ไกลหรอก”

“รับทราบ!”

ชายหนุ่มอมยิ้มกรุ้มกริ่ม ยืนเท้าเอวรอคนมารับอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะสังเกตเห็นเด็กสาวผมยาวคนเดิมที่เจอหน้าหมู่บ้านทำท่ากล้า ๆ กลัว ๆ อยากจะเดินเข้ามาหา เธอคงรู้ตัวว่าเขาเห็นจึงค่อย ๆ เดินเลียบ ๆ เคียงๆ เข้ามา แล้วเอ่ย

“คุณน่ะ เป็นโซลเยอร์ใช่มั้ยคะ” เสียงใสถาม

“ใช่ มีอะไรหรอคุณหนู” แซคตอบตามสไตล์หนุ่มเจ้าสำราญ ยิ้มแป้นพลางคิดเข้าข้างตัวเอง หรือว่าเขาจะเสน่ห์แรงจนสาวน้อยคนนี้สนใจ แต่แย่จังนะ หัวใจของเขามีเจ้าของเสียแล้วสิ

“คือว่า...” เด็กสาวอ้ำอึ้ง ตาก้มลงมองพื้น เธอไม่แน่ใจว่าควรจะถามคำถามที่ค่อนข้างพิลึกนี้กับคนที่เพิ่งเจอรึเปล่า

โอ๊ะโอ๋ จะสารภาพรักกันซึ่ง ๆ หน้าเลยรึคุณหนู เด็กสาวสมัยนี้ไวไฟกันจัง แบบนี้ชักไม่ดีแล้ว ถ้าคลาวด์โผล่มาเห็นพอดี โดนเข้าใจผิดขึ้นมาแล้วมันจะแย่ แต่คำถามกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

“คือว่า... ในโซลเยอร์ มีคนที่ตัวเล็ก ๆ ผมบลอนด์ตั้ง ๆ อยู่รึเปล่าคะ”

แซคเลิกคิ้ว ลักษณะแบบนี้มันคุ้น ๆ เหมือนคนใกล้ตัวยังไงชอบกล ยังไม่ทันจะอ้าปากตอบก็เห็นเจ้าตัววิ่งมาถึงพอดี คลาวด์ที่ใส่หมวกปิดบังใบหน้าชะงักเท้าเมื่อเห็นสาวน้อยคู่สนทนา

หนุ่มหัวเม่นมองทั้งสองคนสลับไปมาอย่างสงสัย คลาวด์ยกมือขึ้นไขว้เป็นการบอกว่าไม่อยากให้พูดถึงตน แซคจึงเออออไปตามเรื่อง

“เอ่อ.. ไม่มีหรอก”

ไม่ได้โกหกนี่นะ ก็ที่ถามน่ะไม่ได้เป็นโซลเยอร์เสียหน่อย แต่คนลักษณะที่ว่ามาแค่ยืนอยู่ด้านหลังเจ้าหล่อนเท่านั้นเอง

เด็กสาวทำหน้าผิดหวัง แล้วพึมพำกับตัวเอง “ไม่มีจริง ๆ ด้วยสินะ”

“มีอะไรรึเปล่า”

เธอส่ายหน้า “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” โค้งน้อย ๆ ให้เขาเป็นการขอบคุณแล้วหันหลังวิ่งกลับไปอย่างรวดเร็ว สวนกับคลาวด์ที่มองตามแผ่นหลังเล็กบางนั้นอย่างละห้อยหา

“คนรู้จักรึ?”

“...เพื่อนสมัยเด็กน่ะ”

“หือ...” แซคส่งเสียงในลำคอ บอกเป็นนัยว่าไม่เชื่อว่ามันเป็นแค่นั้น แต่ดูคลาวด์ไม่อยากจะพูดถึงสักเท่าไหร่

“แฟนเก่า?” เขาเดา ชายหนุ่มจำได้ว่าคลาวด์เคยเปรยให้ฟังว่าที่อยากเป็นโซลเยอร์ เพราะอยากจะปกป้องคนสำคัญ

“ไม่ใช่” เด็กหนุ่มตอบเสียงห้วน ใบหน้าภายใต้หมวกนั้นงองุ้ม ถ้าแซคเห็นคงแซวต่อได้อีกยาว

น้ำเสียงไม่สบอารมณ์นั้นทำให้แซคอยากจะแหย่มากขึ้น “งั้นสาวน้อยคนนั้นชื่ออะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่แฟนนายฉันก็จีบได้ใช่มั้ย”

“...เธอชื่อทีฟา” เขาตอบ

“ฮื้อ...” ลากเสียงยาวเหมือนกำลังพิจารณา จากนั้นจึงว่าเสียงดัง “น่ารัก!”

คลาวด์ถอนใจอย่างเอือมระอา วันก่อนก็มาจริงจังบอกว่าชอบเขา วันนี้ก็มาบอกว่าทีฟาน่ารัก หรือสรุปแล้วที่บอกมาวันก่อนแค่ล้อเล่น เขาไม่น่าเสียเวลาคิดมากไปเองเลยจริง ๆ เชียว

ร่างสูงกว่าก้าวฉับ ๆ มาทัน เขาแกล้งถอดหมวกอีกฝ่ายออก แล้วกระซิบเสียงเซ็กซี่ข้างหู “แต่ยังไงก็น่ารักไม่เท่านายหรอกนะ”

ลมแผ่วที่พ่นจากริมฝีปาก ทั้งเสียงขี้เล่นข้างหูนั่นทำเอาเด็กหนุ่มขนลุกซู่

“ละ.. เล่นอะไรบ้า ๆ!” กุมใบหูตัวเองแล้วหันมาว้ากใส่ทั้ง ๆ ที่หน้ายังแดงก่ำ แซคหัวเราะดังลั่นแล้วโยนหมวกคืนให้

 “แม่นายไม่ตกใจแย่เรอะ จู่ ๆ มีทหารชินระบุกเข้าบ้านเนี่ย”

“เมื่อกี้ฉันถอดหมวกก่อนเข้าบ้านน่า อีกอย่างแม่ก็จำเสียงฉันได้ด้วย”

แซคยักไหล่ เดินตามเจ้าของบ้านอย่าสงบเสงี่ยม บ้านของคลาวด์ไม่ใหญ่โตไปกว่าหลังอื่นในหมู่บ้าน แต่มันดูอบอุ่น แซคแทบจะจำไม่ได้ว่าบ้านตัวเองเป็นยังไง รู้แต่ว่ามันก็เล็ก ๆ แคบ ๆ แบบนี้เหมือนกัน สัดส่วนในบ้านถูกจัดไว้อย่างง่าย ๆ ด้านซ้ายมือเป็นครัว ส่วนทางขวาเป็นห้องนอน

“แม่ฮะ นี่แซค” เด็กหนุ่มแนะนำ

หญิงวัยกลางคนละมือจากการตระเตรียมอาหาร หันมาทักทายชายหนุ่ม ผมสีบลอนด์ยาวถูกรวบไว้อย่างแม่บ้าน

“ขอบคุณที่ช่วยดูแลคลาวด์นะคะ คงลำบากแย่เลย” เธอว่าตามประสาแม่ทั่วไป แม่ของคลาวด์เป็นผู้หญิงที่ดูใจดีและอ่อนหวาน แซคผงกหัวแล้วยิ้มแหะ

“ยินดีครับ คุณแม่! ลูกชายคุณแม่เห็นน่ารักขนาดนี้ แต่ก็แกร่งใช่ย่อยเหมือนกัน ไม่ลำบากหรอกครับ” กล่าวร่าเริงเสียงดังแล้วตบหลังอีกฝ่าย คลาวด์ที่โดนตบโดยไม่ได้ตั้งตัวถึงกับเซมาข้างหน้า ยังไม่วายส่งสายตาขัดใจมาให้คนพูด

“ตรงไหนของฉันที่เรียกว่าน่ารักกันน่ะห้ะ” คลาวด์บ่นอุบอิบ หน้ามุ่ยเพราะยังงอนกับคดีความเมื่อครู่ไม่หาย

คุณแม่ยิ้มแก้มปริ ลูกชายของเธอเคยเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ค่อยจะพูดจาเล่นหัวกับใคร ตอนแรกเธอเป็นห่วงที่คลาวด์จะออกจากหมู่บ้านไปคนเดียว แต่เมื่อเห็นใบหน้าผ่อนคลายเวลาที่คุยกับเพื่อนสนิทแล้วเธอก็โล่งใจ โชคดีที่ลูกชายของเธอได้เจอกับคนดี ๆ

คลาวด์ชักชวนแซคให้นั่งระหว่างรออาหาร ชายหนุ่มกวาดสายตาภายในห้องที่จัดแต่งอย่างเรียบง่าย แล้วเอ่ยถาม

“แล้วพ่อนายล่ะ คลาวด์”

“พ่อตายตั้งแต่ฉันยังไม่เกิด อุบัติเหตุบนเขานีเบิลน่ะ”

“...โทษที” แซคเงียบเสียงลงเมื่อคิดว่าตัวเองแตะเรื่องที่ไม่ควรกล่าวถึง

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันเองก็จำหน้าพ่อไม่ได้” เด็กหนุ่มกล่าวได้เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

“แม่นายเข้มแข็งน่าดูเลยนะ”

“อือฮึ แม่ฉันซะอย่างนี่นา” เด็กหนุ่มยิ้มอย่างภูมิใจ

เพียงบรรยากาศอบอุ่นในบ้านหลังเล็ก ๆ นี้ แซคก็รับรู้ได้ว่าแม่ลูกคู่นี้รักกันแค่ไหน ตอนโดนชวนมากินข้าวเขาดีใจจนลืมคิดไปหน่อยว่าจริง ๆ แล้วน่าจะปล่อยให้คลาวด์มีโอกาสอยู่กับแม่สองคน เขาอาจจะอยู่ผิดที่ผิดทางไปนิด

“ขอบคุณนะ แซค” จู่ ๆ คลาวด์ก็พูดขึ้น ส่งสายตาเยิ้มหวานมาให้ ไม่ว่าเจ้าตัวจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว แต่มันทำให้แซคใจเต้นขึ้นมา

“ฉันน่ะ ถ้าไม่มีแซคอยู่ด้วย อาจจะท้อแท้ไปแล้วก็ได้ มีนายอยู่ด้วยแล้วฉันรู้สึกเหมือนมีคนคอยห่วงใยตลอดเวลา นายสำคัญนะ ฉันถึงได้ชวนมานี่ อยากให้แม่ได้รู้จักด้วยน่ะ” เด็กหนุ่มเกาแก้มแก้เขิน เขาพูดอะไรเลี่ยน ๆ ไม่เก่งเสียด้วยสิ แต่เขาอยากบอกให้แซครู้ว่าเขาเห็นชายหนุ่มสำคัญ.... มากกว่าเซฟิรอธด้วยซ้ำ

แซคยีหัวฟู ๆ สีบลอนด์ของคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม ‘เป็นปลื้ม’ คงเป็นคำที่เหมาะกับความรู้สึกตอนนี้ที่สุด “ขอบใจ คลาวด์ ฉันดีใจสุด ๆ ไปเลย”

ทั้งคำพูดของนาย... ทั้งรอยยิ้มของนาย... มีความหมายต่อฉันมากกว่าที่นายคิดนะ

ถ้าไม่ติดว่ามีสายตาของผู้ปกครองมองอยู่ เขาคงจับเด็กหนุ่มเข้ามาหอมแก้มซักฟอดให้สมกับคำพูดน่ารัก ๆ ที่พูดมาทั้งหมดนั่นแล้ว แซคนึกอย่างเสียดาย แต่ว่าอย่าโลภมากดีกว่า ดีเท่าไหร่แล้วที่คลาวด์กลับมาคุยกับเขาได้เป็นปกติเหมือนอย่างเดิม เขาไม่ควรเร่งเร้าเอาคำตอบ... สินะ?

ที่แซคไม่รู้... คือเจ้าของดวงตาสีฟ้านั่นแอบลอบมองเขาตลอดเวลา ถ้าเขาชอบแซค... เวลาที่จ้องหน้าทำไมถึงไม่ได้ใจเต้น เวลาที่นึกถึงใบหน้าร่าเริงของอีกฝ่ายทำให้เขายิ้มออกก็จริง แต่ไม่ได้รู้สึกหวือหวา ตรงกันข้าม... เวลาที่ถูกจูบ... หัวใจกลับเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก

อาการพิลึกแบบนี้... นายเป็นเหมือนกันรึเปล่า แซค?

To be continued...

  • ลงให้สะใจ ทดแทนตอนที่แล้วมันสั้น
  • เรื่องตรงไม่ตรงกะเรื่องจริงมั่ง ใครเล่นไครซิสคอร์ก็มองข้าม ๆ ไปซะนะ ฮ่า ๆ
  • แต่งจากเรื่องจริงแน่นอนส่วนหนึ่ง (ส่วนนั้นแหละ) หลักฐานข้างล่าง
  • Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
  • อย่ามาหาว่าเราแต่งพล็อตเป็นการ์ตูนผู้หญิง เพราะอีคลาวด์มันแบ๊วของจริง กร้ากกกก
  • NC รอไป อีก 3 ตอน... มั้ง?
  • จะรีบหื่นกันไปไหนห้ะ!!! เขียนยากนะเฟ้ย ฉาก NC เนี่ย!!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ฮ่ากกกกกกกก
โถ ไกด์เด็กสาวนั่นก็คือทีฟานี่เองสิน้า
เอ ตกลงคลาวด์เองก็ไม่มีพ่อเหมือนกันเหรอ
อันนี้สตอรี่ของจริงรึเปล่าหว่า

เออ อยากจะบอกว่าคลาวด์ช่างแบ๊ว
แต่ของจริงมันก็ทำตัวแบบนี้=[]=;
(ในไครซิสนะ ตอนออกภาคเจ็ดภาคแรก
ยังดูแมนเมินเฉยนิ่งอยู่เลย
สงสัยสแควร์ยังจับจุดขายไม่ได้ กรั่กๆๆๆ)

#1 By mikan on 2007-10-22 20:28

โฮกฮากกกกกกกกกกกกกกกกก
อีแบ๊วววววววววววววววว

อีแซคก็ช่างอดทนนนนนนนนนนนนนนนน

ว้าย ว้าย ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

เอนซีเมื่อไหร่ก็ได้ฮ่า ฮานะรอได้
นั่งรอNC /โดนพี่กีแบ๊วหัว

“ตรงไหนของฉันที่เรียกว่าน่ารักกันน่ะห้ะ” คลาวด์บ่นอุบอิบ หน้ามุ่ยเพราะยังงอนกับคดีความเมื่อครู่ไม่หาย

^ ก็ตรงที่ไม่รู้ว่าตัวเองน่ารักไงน้องหนู 555

โอยคลาวด์น่าร๊ากกก อั๊งงงง

#3 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2007-10-22 21:20

ใจเย็นไว้ครับsad smile
..........อึ้ง...
นี่น้องคลาวด์แกชวนไปจริงๆ เรอะเนี่ย
อยากบอกว่าเขียนชวนน่ารักเชียว (รึตรูพยายามออกเสียงให้น่ารัก????)
ม่ายหวายแล้วมันต่างกับตอนแอดเวนท์แบบสุดขั้วมากเลยคลาวด์คุง

#5 By ^-Hawkeye-^ on 2007-10-23 09:55

คลาววววววววววววว~
แบ๊วได้อีกนะ แบ๊วทั้งชาติ 55+
้เห็นด้วยกับ rep 1 ในไครซิสไปไหนมาไหนนี่
อ้อนแอ้นได้ตลอดเวลา
ดูแล้วแอบชอบ เอิ้กๆ

#6 By พ ั ด จ ั ง on 2007-10-23 10:10

โอ๊ย หวานแหวว คำพูดสวยหรู ขำแซค

ไปอ่านต่อ

#7 By :nakare: on 2007-10-23 13:33