[Final Fantasy VII Fanfiction] Maybe, Goodbye (5)
posted on 19 Oct 2007 11:02 by keechan in Fiction, FinalFantasy-KingdomHearts
Maybe, Goodbye (5)
ไม่กี่วันหลังจากนั้น ภารกิจที่ถูกสั่งการลงมาช่างดูเหมือนจะเล่นตลกเสียเหลือเกิน เมื่อเซฟิรอธกับแซคได้รับมอบหมายให้ไปตรวจเตาปฏิกรณ์ที่หมู่บ้านนีเบิลเฮม พร้อมทหารชั้นการ์ดอีกสองสามคน ซึ่งหนึ่งในนั้นมีคลาวด์อยู่ด้วย นับเป็นครั้งแรกที่เขาสามคนได้ปฏิบัติภารกิจร่วมกัน
ตั้งแต่วันที่แซคเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกไปหมดหน้าตัก ความสัมพันธ์ของเขาและคลาวด์ก็ยังระหองระแหงเหมือนเดิม ย้อนกลับไปเหมือนตอนที่เพิ่งรู้จักกันใหม่ ๆ ไม่มีผิดเพี้ยน คลาวด์พูดน้อยลง เก็บปากเก็บคำ วันนึงพูดแทบจะนับเป็นคำได้ ถึงแม้ว่าแซคจะพยายามพูดมากเป็นสองเท่าก็ตาม อีกฝ่ายก็จะตอบแค่หือหรืออือเท่านั้น เวลาคุยกันก็ไม่หันหน้ามามอง ไม่สบตาเขา ดูเหมือนคนขาดความมั่นใจสุด ๆ
ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว แซคก็ไม่กล้าแตะเนื้อต้องตัวคลาวด์อีก แค่เขาเข้าใกล้เกินระยะหนึ่งเมตร เด็กหนุ่มก็เกิดอาการผวา ไม่ก็สะดุ้งราวกับเห็นผี (ดีเท่าไหร่แล้วที่คลาวด์ยังทนนอนห้องเดียวกับเขาได้) แซคนั่งทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นในสองสามวันที่ผ่านมาแล้วก็เกาหัว
เขาพลาดเอง
ดูเอาเถอะ ขนาดตอนนี้อยู่บนรถที่กำลังเดินทางไปนีเบิลเฮม เด็กหนุ่มร่างเล็กก็นั่งนิ่งเรียบร้อยด้วยเครื่องแบบเต็มยศพร้อมหมวกปิดบังใบหน้า เสมองออกไปนอกรถไม่เสวนากับใคร แซคเหล่มองเซฟิรอธที่นั่งเงียบอยู่อีกมุมก็นึกโชคดีที่อาการเก็บตัวของคลาวด์ไม่ได้เป็นกับเขาคนเดียว ปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ ก็ดูจะลดลงตามไปด้วย ไม่เว้นแม้แต่เซฟิรอธ
เสียงเครื่องยนต์และเสียงกึกกักเวลารถแล่นเท่านั้นที่ดังท่ามกลางความเงียบ พวกเขานั่งอยู่ในรถกระบะมีหลังคาที่กว้างขวางพอดู มีเขา เซฟิรอธ คลาวด์ แล้วก็ทหารอีกคนหนึ่งนั่งแยกกันอยู่คนละมุมได้โดยไม่ต้องเบียดกัน แต่ก็ไม่ได้นับว่าหรูหรา มันออกจะคับแคบไปด้วยซ้ำถ้าเทียบกับตำแหน่งของเขากับเซฟิรอธ แซคอดคิดไม่ได้ว่าชินระนี่ขี้เหนียวเป็นบ้า ยังดีนะที่เขาได้มาเทเรียใหม่แกะกล่องมา ถือว่าเจ๊ากันไปละกัน
พูดถึงมาเทเรียแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหยิบออกมาเชยชม ไหน ๆ ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว
ฝนที่กระหน่ำตกลงมาทำให้อากาศในรถอบอ้าวยิ่งกว่าเดิม แซคยิ่งเซ็งในคุณภาพของที่ชินระยกมาให้ใช้เสียจริง ทีพวกเทิร์คจะไปไหนมาไหนทีถึงกับได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ยังกับว่าพวกนั้นเจ๋งกว่าซักเท่าไหร่กันเชียว คิดแล้วก็หงุดหงิดชะมัด ระหว่างที่คิดเรื่อยเปื่อยแซคสังเกตเห็นเด็กหนุ่มท่าทางไม่ค่อยดี
“นี่ นายน่ะ” เขาหันมาทักคลาวด์ที่นั่งกระสับกระส่าย ชายหนุ่มเดาว่าคงเป็นเพราะอากาศที่ไม่ถ่ายเท “โอเครึเปล่า”
“...ไม่เป็นไร... ครับ”
...เมารถ? เอ... ควรจะทำยังไงดีล่ะ เขาเองก็ไม่เคยมีปัญหากับพาหนะพวกนี้ซะด้วย
“ถ้าอึดอัดก็ถอดหมวกออกก็ได้นี่” แซคอ้างไปอย่างนั้นเอง ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากเห็นหน้าเด็กหนุ่ม คลาวด์ลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงถอดหมวกออกตามคำแนะนำของอีกฝ่าย เส้นผมสีบลอนด์สว่างอันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวน่าดูกว่าเวลาใส่หมวกทหารนั่นเป็นไหน ๆ ต่างหูสีฟ้าสะท้อนแสงแว่บวับในพื้นที่แคบ ๆ ได้เห็นแล้วสบายใจดี
แต่นั่นกลับเปิดช่องให้เซฟิรอธเหลียวไปมอง เด็กหนุ่มจึงสบตากับนักรบผมเงินจัง ๆ ใบหน้าขาวใสแดงแปร๊ดขึ้นมาฉับพลัน มีหรือแซคจะไม่สังเกตเห็น ได้แต่ส่งสายตาอาฆาตไปทางตัวต้นเหตุที่ดูจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวเอาเสียเลย
“นี่ ๆ ฉันเพิ่งได้มาเทเรียใหม่มาเชียวนะ” หนุ่มผมเม่นหันไปคุยกับเซฟิรอธ พยายามตัดเรื่องเบนความสนใจ “ฮยากจะลองใช้จนทนไม่ไหวแล้วนะเนี่ย”
นักรบผมเงินเพียงแต่เหลือบตามองคู่สนทนา
“.......เด็ก”
“แล้วไง นายจะบอกได้รึยังว่าสรุปภารกิจคราวนี้ต้องทำอะไร”
“คราวนี้ไม่ใช่ภารกิจธรรมดา” เซฟิรอธว่า
“เจ๋งสิ! ขอให้มันจริงอย่างที่ว่าแล้วกัน รายละเอียดล่ะ รายละเอียด”
“เตาปฏิกรณ์มาโคเก่า มีรายงานมาว่ามันทำงานผิดปกติ แล้วก็ผลิตสิ่งมีชีวิตพิลึกออกมา หน้าที่ของพวกเราคือสืบว่าปัญหาคืออะไร แล้วก็จัดการแก้ไขซะ”
“เตาปฏิกรณ์ ที่ไหนนะ?”
“โรงงานเตาปฏิกรณ์ที่หมู่บ้านนีเบิลเฮม”
นีเบิลเฮม... ถ้าจำไม่ผิด ที่นั่นมัน...
“....นีเบิลเฮม” เสียงเล็กเอ่ยแทรกขึ้น เพียงพอจะเบนให้โซลเยอร์ทั้งสองคนหันไปมอง “...บ้านเกิดผมเอง”
“หืม... บ้านเกิดสินะ” เซฟิรอธพึมพำอย่างแฝงความหมาย หนุ่มหัวเม่นชักเริ่มอารมณ์บูด เขาไม่ได้กะจะเปลี่ยนเรื่องคุยให้คลาวด์กับเซฟิรอธหันหน้าพูดกันมากขึ้นนะ!
จู่ ๆ รถก็เบรกกะทันหัน ตามมาด้วยเสียงโครมใหญ่ แซคชะโงกไปถามคนขับด้านหน้า
“มีอะไร!”
“มีสัตว์ประหลาดขวางทางอยู่ครับท่าน!”
เซฟิรอธไม่รอช้า คว้าดาบมาซามุเนะคู่ใจก้าวออกจากรถทันที “เรามีงานทำกันแล้ว”
นักรบผมเงินเดินนำไปเผชิญหน้ากับ ‘สัตว์ประหลาด’ ที่ว่าอย่างไม่กริ่งเกรง ก่อนจะหันมาออกคำสั่งกับการ์ดทั้งสอง “นายสองคนจัดการดูแลรถไว้ด้วย”
คลาวด์มองตามแผ่นหลังแกร่งนั้นด้วยดวงตาเป็นประกาย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคงกำลังปลาบปลื้มสุด ๆ แซคที่เดินตามออกไปทีหลังได้ทีจึงเคาะหัวเด็กหนุ่มเข้าหนี่งโป๊ก “ทำงานเพื่อน ทำงาน ไม่ใช่เวลามาปลื้มดารา”
เด็กหนุ่มกุมหัวตัวเอง ที่โดนเคาะน่ะมันไม่ได้เจ็บอะไรหรอก แต่ไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี ถ้าปกติเขาคงทำหน้ามุ่ยใส่... อ่ะ.. เขาคิดนานไปแล้ว อีกฝ่ายไม่ได้สนใจจะหันมามองหน้าเขาเสียหน่อย หนุ่มหัวเม่นเดินตามสหายผมเงินไปติด ๆ เพื่อช่วยจัดการมังกรตัวใหญ่ ถ้าไม่ได้มากับเซฟิรอธแล้วก็แซคล่ะก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากเผ่นให้เร็วที่สุด มีโซลเยอร์เฟิร์สคลาสมาด้วยถึงสองคน คงไม่มีอะไรที่จะจัดการไม่ได้
ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เซฟิรอธตวัดดาบจนละอองน้ำกระเด็นซ่าน ยามที่อากาศเป็นใจเช่นนี้ ง่ายนักที่จะร่ายเวทย์สายฟ้าฟาดลงผ่ากลางตัวมังกร แสงสว่างวาบจากสายฟ้าส่องสว่างแปลบปลาบจนแสบตา คลาวด์รู้สึกเหมือนเป็นช่วงเวลาชั่วพริบตาเท่านั้น
แซคหันหลังเดินกลับมาก่อนอย่างไม่บันเทิงใจนัก ยังไม่ทันจะได้ออกแรงเซฟิรอธก็ชิงใช้มาเทเรียตัดหน้าไปเสียก่อน ความไม่พอใจนั้นแสดงออกชัดเจนทางสีหน้า เด็กหนุ่มผมบลอนด์เห็นแล้วก็อดจะอมยิ้มไม่ได้
ยังเหมือนเดิมเลยนะ... แซค
เพื่อนสนิทของเขาไม่เคยเปลี่ยนไป ชายหนุ่มเป็นคนที่จริงใจ แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา รู้ดีว่าตัวเองชอบอะไร ต้องการอะไร
เขาเอง... จะหนักแน่นได้เท่ากับแซคบ้างซักครึ่งนึงได้ไหมนะ
ครุ่นคิดพลางควานหาผ้าขนหนูจากในรถให้เฟิร์สคลาสโซลเยอร์ทั้งคู่ แซคยื่นหน้าเข้ามา แต่ตัวแทบจะโอบคลาวด์ตัวเล็ก ๆ ไว้ได้จากด้านหลัง แม้จะเปียกฝนไออุ่นจากกายก็ไม่ได้จางหายไป
“ซ... แซค!! ทำอะไรน่ะ”
“หยิบผ้าขนหนู” ตอบหน้าตาเฉยแล้วคว้าผ้าไปจากมือคนถาม เช็ดหัวตัวเองลวก ๆ แล้วโยนอีกผืนให้เซฟิรอธที่ตามเข้ามาในรถทีหลัง
นักรบผมเงินคว้าผ้าไว้ได้เหมาะเจาะ แต่ไม่สนใจจะเช็ดใบหน้าที่เปียกปอน เขาลงนั่งที่มุมเดิม บอกการ์ดที่ทำหน้าที่ขับรถให้เดินทางต่อได้
คลาวด์จึงต้องนั่งติดกับแซคอย่างช่วยไม่ได้ เรื่องที่จะขยับไปไหนไม่ต้องคิด เพราะแซคนั่งขวางไว้เสียติดมุม ถ้าขยับมาก ๆ เซฟิรอธอาจจะไม่ชอบใจเอาก็ได้ เขาแอบเหลือบมองหนุ่มผมดำข้าง ๆ อย่างพิจารณา ขอถอนคำพูดเมื่อกี้ได้รึเปล่า... ตอนนี้เขาดูไม่ออกว่าแซคโมโหที่เขาจะหยิบผ้าขนหนูให้เซฟิรอธรึเปล่า
ชายหนุ่มรู้ตัวว่าถูกมอง จึงแกล้งหันขวับมาจนคลาวด์ผงะ ฉีกยิ้มกว้างแล้วกล่าวล้อ “จ้องหน้าฉันแบบนั้นน่ะ ตกหลุมรักเข้าให้แล้วรึไง คลาวด์”
“มะ---!” เด็กหนุ่มหน้าแดงแปร๊ด ยังไม่ทันจะค้าน มือใหญ่ก็ปิดปากเขาไว้ก่อน แซคจงใจพูดเสียงดังเหมือนจะประกาศให้คนอื่นรู้ว่าเขาสนิทสนมกับเด็กหนุ่มมากกว่าใคร
“ไม่ต้องอายหรอกน่า ไม่ต้องอาย เรื่องแบบนี้น่ะออกจะปกติ เนอะ เซฟิรอธ”
ไร้ปฏิกิริยาจากนักรบผมเงิน มีแต่แซคที่ยิ้มร่า คลาวด์นึกอยากจะเขกหัวเพื่อนรักนัก โทษฐานมาล้อเล่นอะไรบ้า ๆ ที่สำคัญต่อหน้าเซฟิรอธ! แต่เมื่อมองซีกหน้านั้นอีกที ใบหน้าที่หันมามองอย่างจริงจังนั้นกลับทำให้ต้องฉุกคิดใหม่
‘รู้มั้ย ฉันก็หึงเป็นนะ’
คำสารภาพความรู้สึกของเจ้าตัวดังก้องในหัวอีกครั้ง แซค... ไม่ได้ล้อเล่น
‘ฉันจะโกรธมากถ้านายชอบเซฟิรอธนอกเหนือจากนั้น’
ขอบเขตที่ฉันจะชอบเซฟิรอธได้... อยู่ตรงไหนล่ะ แซค?
ไม่ใช่หรอก... เซฟิรอธไม่ใช่ปัญหา แซคน่ะเพียงแต่อยากได้ยินคำตอบจากเขาเท่านั้น
คลาวด์ยังหาคำตอบไม่พบ เขา ‘ชอบ’ แซคแบบเดียวกับที่อีกฝ่ายให้คำว่า ‘ชอบ’ กับเขารึเปล่า?
To be continued...
-
สั้นเนาะ
-
อืม... สั้น
-
จะลงให้ซัก 4-5 วันครั้งแล้วกัน (ฮา) ก็มันสั้น
-
ยิ่งเขียนยิ่งออกทะเล ไร้สาระน้ำเน่า โอ้ย เห่ยยย
-
ถ้าไม่มีเนื้อเรื่องหลักให้สงสัยบ้าบอกว่านี้
(ยังไง
)
คนแรกกก 555+ (รึ้ป่าว)
สั้นจริงๆด้วยอ่ะ
แต่ตอนนี้ถึงใจ เพราะเป็นเรื่องจริง คึ้คึ้คึ้
อ่านไปแบบว่า โอ้วว
555555555555+
#1 By PapaPayi on 2007-10-19 11:13