[Tenipuri Fanfiction] Oblivion... (8)

posted on 15 Oct 2007 18:16 by keechan  in Fiction

 

 

*Yaoi Warning* 

Oblivion... (8)

หลังจากที่มีเรื่องกันไปเมื่อวาน โอชิทาริก็กลับเป็นฝ่ายปรากฏตัวขึ้นก่อนจากที่ไม่เคยโทรมาถามซอกแซกอีก ชายหนุ่มเลือกเวลาอย่างจงใจ เขารู้... ว่าอาโตเบะคิดจะไปไหน

“จะไปหาเทสึกะอีกรึไง ฉันไม่คิดว่าคนอย่างนายจะลดศักดิ์ศรีตัวเองลงได้ขนาดนี้”

คิ้วเรียวกระตุกแสดงความหงุดหงิด นอกจากจะมายุ่งไม่เข้าเรื่องแล้วยังเหน็บแนมเขาอีก... โอชิทาริกะจังหวะได้ดีหลังจากที่เขาแยกกับคาบาจิแล้วถึงโผล่มา

“งั้นศักดิ์ศรีฉันคงต่ำน่าดูเลยที่ทนคบกับนายมาได้ถึงวันนี้” อาโตเบะโต้ ทำเอาอีกฝ่ายหน้าชา

“ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก”

กัปตันแห่งเฮียวเทเหยียดสายตามอง “คนอย่างฉัน อยากได้อะไรก็ต้องได้ และเทสึกะ... ไม่ใช่ปัญหา”

อาโตเบะเดินเลี่ยงผ่านเพื่อนร่วมทีมที่ยืนขวางอยู่ แต่โอชิทาริคว้าไหล่บางดันเข้ากับกำแพงกระแทกดังตึง

“อาโตเบะ... อย่าบอกนะว่านาย...” ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินเว้นช่วงไป เขาไม่รู้จะพูดคำไหนออกไประหว่าง ‘รักเทสึกะ’ หรือ ‘นอนกับเทสึกะแล้ว’ แต่ไม่ว่าจะแบบไหนมันก็แย่พอกัน การที่อาโตเบะจะยอมลงให้คนอื่นขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

...อาโตเบะที่สวยงาม... อาโตเบะ เคย์โกะผู้สูงส่งของเขา............ ของเขา!

ร่างเพรียวเบ้หน้าด้วยความเจ็บ พยายามใช้แรงปัดแขนหนาออกไปแต่ดูจะไม่เป็นผลเท่าไหร่ “ฉันจะทำอะไรยังไง เกี่ยวอะไรกับนายด้วย โอชิทาริ!” เขาไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล เบี่ยงตัวหนีจากผู้คุกคามได้สำเร็จ

“นาย...นอนกับหมอนั่นแล้วใช่มั้ย” คำถามไม่อ้อมค้อมทำให้อาโตเบะที่คิดจะเดินหนียั้งขาไว้

ถ้าอยากรู้ขนาดนั้นเขาจะตอบให้ก็ได้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปิดบัง ในเมื่อเขารู้สึก ‘รัก’ เทสึกะจากใจจริง แม้จะไม่ได้รับการตอบรับจากอีกฝ่ายเต็มที่ก็ตาม เขาไม่สนใจแล้วว่าภาพพจน์ของตัวเองจะเป็นยังไง ทำยังไงก็ได้ให้เจ้าคนเกาะแกะน่ารำคาญนี่เลิกยุ่งกับชีวิตเขาเสียที

“ใช่”

คำตอบรับเดียวทำให้โอชิทาริแทบคลั่ง อาโตเบะในความคิดไม่ใช่ผู้ชายที่ ‘ง่าย’ ขนาดนี้ ที่เขาเฝ้ารอกุหลาบดอกนี้ให้เบ่งบานไม่ใช่เพื่อให้คนอื่นมาเด็ดไปง่าย ๆ

“อาโตเบะ! นายทำอย่างนั้นได้ยังไง รู้มั้ยว่าหมอนั่นมันเป็นใคร แล้วนายเป็นใคร!” เสียงทุ้มเต็มไปด้วยโทสะ เขากระชากแขนอีกฝ่ายให้หันมาอีก โอชิทาริโกรธจนแทบจะฆ่าคนได้ แต่ไม่รู้จะเอาความโกรธนี้ไปลงที่ใคร เขาประมาทไปที่คิดว่าเทสึกะจะไม่ทำอะไร ทั้งโมโหอาโตเบะที่เข้าไปเสนอตัวกับผู้ชายคนนั้นถึงที่

มือเรียวฟาดลงบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง โอชิทาริหน้าหันจนแว่นกระจกตกลงบนพื้น น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยตัดรอน “รู้ดีเลยล่ะโอชิทาริ เหมือนกับที่รู้ว่าฉันเป็นใคร แล้วนายเป็นใคร หัดรู้จักสำเหนียกไว้ด้วย”

ราชาแห่งน้ำแข็งทิ้งความน่าเบื่อเอาไว้ตรงนั้น เหลียวหลังเดินไปโดยไม่หันมามอง เขาคว้าโทรศัพท์เครื่องที่ใช้ประจำขึ้นมา ส่งข้อความไปบอกคนที่คิดจะไปหา เขาคงไม่มีอารมณ์ไปเจอหน้าเทสึกะเสียแล้ว... ถ้าไปอารมณ์หงุดหงิดค้างเข้ามันจะยิ่งทำให้อะไรแย่มากขึ้น ถึงยังไงเขาก็ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่าจะไปหาอยู่แล้ว ไหน ๆ พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุด ถ้าจะไปช่วยซื้อข้าวของไปเยอรมันเสียหน่อยคงจะไม่เสียหายล่ะนะ

ช่วงเวลาที่คิดถึงกัปตันแห่งเซชุนทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาได้นิดหน่อย อาโตเบะลืมเรื่องขุ่นเคืองไปหมดสิ้น ราวกับเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่อยู่ในสายตา ไม่รู้สึกถึงความโกรธแค้นที่ครุกรุ่นอยู่ในใจอีกคน

โอชิทาริยอมปล่อยให้กัปตันของตนเดินจากไปง่ายดาย แล้วเดินไปหยิบแว่นที่ตกขึ้นมาสวมใหม่ แสยะรอยยิ้มชั่วร้ายลับหลัง

...สบายใจไปเถอะ อาโตเบะ........ ยังไม่รู้สินะว่าเวลาที่ฉันโมโหขึ้นมาจริง ๆ มันจะเป็นยังไง แค่คิด... ก็สนุกแล้ว

โอชิทาริยั้งจินตนาการล้ำหน้าของตนไว้... น่าเสียดายออกที่จะคิดไปเองก่อน ในเมื่ออีกไม่นานก็จะได้เห็นของจริงแล้วนี่นะ อา... แทบจะรอไม่ไหวแล้วล่ะ อาโตเบะ....

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

“รักษาตัวด้วยนะ เทสึกะ”

รองกัปตันแห่งเซชุนกล่าวลา นี่ไม่ใช่การจากกันไปตลอดกาล บรรยากาศจึงไม่ได้หดหู่นัก เทสึกะขอฝากทีมไว้ในมือโออิชิ เขาเชื่อว่ารองกัปตันคนนี้มีความสามารถพอที่จะนำทีมไปสู่การแข่งขันระดับประเทศได้แม้เขาจะไม่อยู่ก็ตาม

เพราะว่าเป็นวันธรรมดา จึงมีแค่โออิชิและอาจารย์ริวซากิมาส่งเขา ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว เทสึกะไม่อยากให้คนอื่นต้องมาวุ่นวายเพียงเพราะส่งเขาไปเยอรมัน แต่ร่างสูงก็ยังเหลียวมองหาใครบางคนที่คาดหวังว่าน่าจะมา

อาจจะเปลี่ยนใจละมั้ง...

“งั้น แล้วเจอกันนะ”

สิ่งที่ควรจะทำตอนนี้คือคิดแต่รักษาแขนให้หายก็พอ... อย่างนั้นใช่มั้ย

กระเป๋าเดินทางถูกลากผ่านด่านผู้โดยสาร โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นเป็นสัญญาณบอกว่ามีข้อความเข้ามา เทสึกะหยิบโทรศัพท์ขึ้นพลางคาดว่าคงได้เจอเบอร์ใดเบอร์หนึ่งที่เพิ่งเพิ่มเข้าไปตามคำสั่งของคนเอาแต่ใจที่มีโทรศัพท์ 4 เครื่อง แต่ก็ผิดคาด...

‘ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะ เทสึกะ อย่าลืมติดต่อมาบ้างล่ะ ผมคิดถึงเทสึกะนะ’

‘ฟูจิ ^-^’

แววตาคมประกายแสงอ่อนโยนขึ้นเมื่อได้อ่านข้อความจากเพื่อนสนิท เพราะว่ามาส่งเองไม่ได้ก็เลยส่งข้อความมาแทนสินะ เทสึกะยังอดแปลกใจไม่หายว่าคนที่บอกเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมากลับไม่ปรากฏตัว... บางทีเขาไม่ควรจะคาดหวังอะไรมากเกินไป

...คงไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นหรอก...

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

... เสียงน้ำ...

ท่ามกลางสติที่เลือนรางสิ่งแรกที่แทรกเข้ามาในประสาทสัมผัสคือเสียงหยดน้ำ... หัวสมองยังมึนงงและปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ได้ เขากำลังทำอะไรนะ...

น้ำเย็น ๆ ถูกสาดปะทะใบหน้าเต็มแรง อาโตเบะสะลึมสะลือเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างยากลำบาก ทำไมถึงได้รู้สึกว่าหนังตาของตัวเองหนักอึ้งเสียเหลือเกิน ใบหน้างามเปียกชุ่มด้วยหยดน้ำที่สาดกระเซ็น ช่างเป็นภาพที่น่าดูนักในสายตาของผู้ชายอีกคน

ที่นี่... ที่ไหน?

ทุกอย่างดูเบลอไปหมด... แม้จะพยายามเพ่งมอง ภาพที่เห็นตรงหน้าก็ยังพร่าเลือน ทั้งร่างก็เหมือนกับถูกตรึงไว้จนไม่อาจขยับได้สะดวก เขากำลังฝันร้ายอยู่รึเปล่า...

มือใหญ่กอบกุมปลายคางฉับพลัน ออกแรงบีบกรามเขาจนเจ็บ ริมฝีปากถูกประกบลงมาอย่างดุดัน ปลายลิ้นร้อนดุนดันอะไรบางอย่างเข้ามาในปาก ร่างเพรียวดิ้นรนสูดเอาอากาศหายใจเข้าปอดจนอะไรบางอย่างนั้นลื่นไหลลงลำคอไปได้ไม่ยาก

ผู้รุกรานแสยะยิ้ม อาโตเบะรู้สึกในหัวเต้นตุบ ๆ อย่างผิดปกติ อาการปวดเล็กน้อยนั่นเพียงพอที่จะบอกเขาว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ความฝัน คิ้วเรียวขมวด แววตาสะท้อนไปด้วยความเกลียดชัง

“ตื่นเต็มตารึยัง” เสียงทุ้มเอ่ยถาม น้ำเสียงร่าเริงกว่าทุกทีที่ได้ยิน

อาโตเบะไม่ตอบ ทดลองขยับข้อมือที่ถูกพันธนาการไว้เหนือศีรษะ เส้นลวดบางเสียดสีกับข้อมือจนเป็นแผลบาง ๆ... ก็ไม่แปลกอยู่ ตอนที่เขาหมดสติน้ำหนักตัวคงจะถ่วงลงมาจนลวดครูดกับเนื้อ แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงผิวกระเบื้องเย็นเยียบ เขาถูกมัดอยู่ในห้องอาบน้ำห้องใดห้องหนึ่งในชมรม สายลวดยาวยึดอยู่กับฝักบัวและอะไรซักอย่างที่มุมด้านซ้ายและขวาแต่เขามองไม่เห็น ขาทั้งสองยังเป็นอิสระ กระนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรนักเพราะอีกฝ่ายยืนผงาดค้ำหัวเขาอยู่

นับว่ายังดีที่เสื้อผ้ายังอยู่ครบ ความตื่นกลัวนั้นมีน้อยกว่าถ้าเทียบกับโทสะที่มีต่อชายตรงหน้า

“ฉันประเมินค่านายสูงไปใช่มั้ย โอชิทาริ ไม่เคยคิดมาก่อนว่านายจะเป็นผู้ชายที่น่าสมเพชถึงขั้นต้องทำอะไรต่ำ ๆ เหมือนคนข้างถนนแบบนี้”

“อยู่ในสภาพนี้ยังปากกล้าได้อีกนะ” กระชับปลายคางอีกฝ่ายให้แน่นขึ้น ดึงรั้งให้สบตาตนอย่างหนีไม่พ้น “แต่อย่างนี้สิ ที่ฉันชอบ... ถ้าฉันเป็นคนข้างถนน นายก็คงเป็นอะไรไม่ต่างกัน หรือบางทีอาจจะต่ำต้อยกว่านั้นก็ได้”

อาโตเบะหัวเราะหึ กลบความสะท้านที่อาจหลุดรอดออกมาให้อีกฝ่ายเห็น “ถึงขนาดต้องมาทำลับ ๆ ล่อ ๆ ในห้องน้ำชมรมอย่างนี้น่ะหรอ ต้องการมากจนหาที่ดี ๆ กว่านี้ไม่ได้แล้วรึไง”

“พูดไปเถอะ อาโตเบะ ฉันอยากรู้นักว่านายจะปากดีแบบนี้ได้อีกนานซักเท่าไหร่ ไม่คิดบ้างรึไงว่าตั้งแต่นายสลบไปฉันจะทำอะไรไปแล้วบ้าง” ลิ้นเปียกชื้นโลมเลียซอกคอขาว อาโตเบะพยายามขยับหนีด้วยความขยะแขยงแต่ก็ไร้ผล เสียงลวดกรีดกรึงกับมุมห้องอาบน้ำเล็ก ๆ ก้องกว่าที่ควรจะเป็น รอบข้างเงียบกริบ...

นี่มันกี่โมงกี่ยามกันแล้ว... เมื่อตอนที่เขากำลังจะออกจากโรงเรียนเพื่อไปส่งเทสึกะเพิ่งจะบ่ายเองนี่ เจ้าบ้านี่โปะยาสลบเขามากขนาดไหนกัน

“ถ้าเป็นเรื่องของคนที่บ้าน ไม่ต้องห่วงนะ อาโตเบะ” ดวงตาใต้กรอบแว่นยิ้มหวาน เป็นหน้ากากใจดีที่จงใจสวมทับปกปิดการกระทำอันตรงกันข้าม “ฉันโทรไปบอกให้เรียบร้อยแล้วว่านายจะไม่กลับ กำลังอารมณ์เสียเลยอยากจะค้างบ้านเพื่อนให้หายหงุดหงิด แล้วฉันก็เป็นเพื่อนผู้แสนดีที่ยอมโทรศัพท์มาบอกที่บ้านให้ตามคำสั่งของนาย เพราะคุณหนูอย่างนายไม่อยากจะเสียเวลาทำเอง”

...ฉลาดสมเป็นโอชิทาริดี เรื่องเลว ๆ นี่ล่ะถนัดที่สุด...

อาโตเบะออกแรงกดข้อมือจนเป็นข้อขาว ลวดบาง ๆ ยิ่งบาดลึกจนเลือดซึม คนอย่างเขาไม่มีทางยอมอยู่นิ่ง ๆ ให้ใครมาเล่นสนุกกับร่างกายได้ตามใจชอบหรอก

“อ้ะ อ้ะ...” ไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะไม่สังเกตเห็นแรงขัดขืน เขาเอื้อมมือขึ้นรั้งแขนทั้งสองไม่ให้กดลงมา ดูดซับเลือดสีแดงราวดื่มน้ำหวานเอร็ดอร่อย “ไม่ดีเลยนะ อาโตเบะ ขืนดึงมาก ๆ เข้าข้อมือขาดไปจะเล่นเทนนิสได้ยังไง หรืออยากจะทำประชดเทสึกะบ้าง หือ?”

คิ้วเรียวกระตุกด้วยความโมโห อาโตเบะเบื่อการเล่นลิ้นกวนประสาทของผู้ชายคนนี้ เกลียดที่ทำตัววางอำนาจเหนือกว่า “พูดพอรึยัง ฉันเบื่อจะฟังแล้ว คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะได้อะไรขึ้นมารึไง ไอ้ความคลั่ง่ไคล้ของนายน่ะมันทำให้ฉันอยากอ้วก!”

“อย่าพูดจาไม่น่ารักอย่างนั้นซี่ อาโตเบะ ฉันยังอยากสนุกกับนายอีกนาน ๆ ใจเย็น ๆ แล้วก็รอไปเถอะนะ”

โอชิทาริละมือจากพวงแก้มอย่างเสียดาย เลื่อนมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตทีละเม็ด เชื่องช้าและเนิบนาบ สบายอกสบายใจราวกับมีเวลาเหลือเฟือเกินพอ เสื้อสีขาวถูกแหวกออกจนเห็นผิวเนื้อเนียน ชายหนุ่มเลียริมฝีปากแสดงความอยากเมื่อร่างกายที่ใฝ่ฝันมานานปรากฏสู่สายตา นิ้วมือหยาบคายไล่แตะไปทั่วผิวขาว ดวงตาสีน้ำเงินส่งแววหิวกระหายมองตามรอยนิ้วมือที่ตนกดลากไปตามแผ่นอก

อาโตเบะรู้สึกขนลุกไปทั่วร่าง เพียงแค่ถูกสัมผัสเล็กน้อยอารมณ์กลับเหมือนถูกกระตุ้นให้พุ่งขึ้นสูง เขากัดฟันทนแล้วตะคอก “เลิกล้อเล่นได้แล้ว โอชิทาริ! ถ้าคิดจะทำมากไปกว่านี้---“

“จะทำไม อาโตเบะ?” กล่าวยอกย้อนอย่างไม่กลัวเกรง “นายจะทำอะไรฉันได้ ฉันไม่มีอะไรต้องเสียหายซักหน่อย คงน่าสนุกน่าดูถ้ามีคนอื่นมารู้เรื่องนี้เข้านะ ‘กัปตันผู้เก่งกาจแห่งเฮียวเท อาโตเบะ เคย์โกะ สำส่อนไปทั่ว ยั่วยวนสมาชิกในทีมยังไม่พอ ถึงกับไปมีความสัมพันธ์พิเศษกับกัปตันแห่งเซชุนอีกต่างหาก’ ถ้าหนังสือพิมพ์โรงเรียนพาดหัวแบบนี้ ต่อให้มีคนเชื่อหรือไม่เชื่อก็เถอะ ชมรมเราคงคึกคักเป็นอีกหลายเท่าเลยว่ามั้ย”

ติดกับ...

อาโตเบะกำหมัดอย่างแค้นใจ เจ้าแว่นกระจกโรคจิตนี่จะเอาอะไรกับเขา “อดอยากมากนักนะ ถ้ารู้จักขอร้องดี ๆ ฉันอาจจะสมเพชนายน้อยกว่านี้”

คงหนีไม่พ้น.... แต่ยังไง... ก็แค่ร่างกาย....

ความปั่นป่วนในช่องท้องยิ่งเพิ่มพูนเมื่อถูกลูบไล้หนักหน่วง เพียงแค่หน้าอกเท่านั้นยัง... “ไม่มีฝีมือรึไง โอชิทาริ ถึงต้องใช้ยาแรงขนาดนี้ รู้มั้ยว่าเขาเรียกว่าไม่มีน้ำยา”

ถ้อยคำด่าทอมีไว้เพียงเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวของตัวเองเท่านั้น อาโตเบะได้แต่หวังว่ามันจะจบไปโดยเร็ว

รีบจัดการให้มันเสร็จ ๆ ไปซะทีเถอะ...

เสื้อเชิ้ตถูกถอดออกจนลงมากองอยู่ที่เอว จากนิ้วที่ดุนดัน เปลี่ยนเป็นลิ้นอุ่นเข้ามาหยอกล้อ อาโตเบะเบี่ยงตัวหนีการรุกรานของอีกฝ่ายแม้จะรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ ลมหายใจหอบสั่นกระชั้น ความแข็งขืนเบื้องล่างกำลังทำให้เขาอึดอัดสุดทน

โอชิทาริยิ้มอย่างสมใจ เขารู้ว่ายาปลุกกำลังเริ่มออกฤทธิ์ เขาดูออกจากสีหน้าที่ทรมานและหยาดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาประปราย นิ้วมือเย้าหยอกกับยอดอกจนเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มอย่างไม่รู้เบื่อ เก็บทุกปฏิกิริยาที่คนตรงหน้าแสดงออกและอดกลั้น “ฉันแค่คิดว่าแบบธรรมดานายอาจจะเบื่อ ร้อนวูบวาบขึ้นมาแล้วใช่มั้ย อาโตเบะ ดีเท่าที่เทสึกะทำให้รึเปล่า”

“อย่ามา... ตลกน่ะ น้ำหน้าอย่างนายน่ะหรอ โอชิทาริ จะเทียบกับเทสึกะได้! อื้อ---!”

ฟันคมขบกัดทิ้งรอยไว้บนยอดอกแดงก่ำ ให้มันรู้กันไปว่าวันนี้อาโตเบะจะยอมสยบแทบเท้าเขารึเปล่า “หวาดเสียวรึเปล่า อาโตเบะ อยากให้กัดตรงไหนอีกมั้ย”

“ไปลงนรกซะ!!!”

โอชิทาริไม่ได้ต้องการความรัก เขาแค่อยากเห็นสภาพของผู้ชายที่สง่างามเกินกว่าใครถูกกำราบด้วยน้ำมือของตนเท่านั้น ยิ่งเห็นท่าทีทุรนทุราย เขายิ่งชอบ...

“ขึ้นสวรรค์สิ อาโตเบะ ด้วยร่างกายของนาย ฉันคงรู้สึกแบบนั้นแน่ ๆ ส่วนนาย... อาจจะต้องลงนรกซะเองก็ได้นะ รู้มั้ยว่าความหยิ่งยะโสแสนงดงามของนายน่ะ มันบาปหนา... ที่เจออยู่ตอนนี้เขาคงเรียกว่า กรรมตามทัน ล่ะมั้ง”

โอชิทาริกระชากกางเกงของอีกฝ่ายลง เผยให้เห็นส่วนอ่อนไหวที่กำลังตั้งชัน อาโตเบะเบือนหน้าหนี แต่กลับถูกดึงหันมาให้รับริมฝีปากร้อนแรง ลิ้นแกร่งบังคับให้ริมฝีปากนุ่มเผยอออกจากกันแล้วเข้าเล้าโลมในโพรงปากอย่างชอบใจ แต่อาโตเบะไม่ยอมให้โอชิทาริได้ใจอยู่ฝ่ายเดียว ฟันคมกัดปลายลิ้นอีกฝ่ายจนได้รสเลือดพร่าในปาก กระนั้นโอชิทาริก็ไม่ยอมแพ้ขบริมฝีปากบางคืนเสียจนเลือดซิบ

“ชอบความรุนแรงก็ไม่บอก” ร่างสูงในกรอบแว่นยิ้มสนุก มือใหญ่กอบกุมแก่นกายที่กำลังตื่นตัวเต็มที่ หยอกเย้ากับปลายยอดที่เปียกแฉะ “ใครกันที่ว่าฉันไร้น้ำยา แข็งขึ้นมาตั้งขนาดนี้แล้ว จวนจะทนไม่ไหวแล้วล่ะสิ ส่งเสียงสิ อาโตเบะ... ครางออกมา... บอกฉันสิว่าต้องการให้ทำยังไง”

ริมฝีปากได้รูปถูกเม้มจนเจ็บ ยิ่งเร่งให้เลือดซึมจากบาดแผลจนสีแดงเข้มแต้มชัดที่มุมปาก ยิ่งเป็นคำสั่งของโอชิทาริ เขายิ่งต่อต้าน ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้เสียงครางจะหลุดรอดออกมาได้

โอชิทาริยักไหล่ “ดื้อจังนะ อาโตเบะ ฉันอุตส่าห์ใจดีจะให้นายได้ถึงสวรรค์ก่อน แต่เอาเถอะ...” จัดการปลดปล่อยความเป็นชายของตนออกมาแล้วแยกขาอีกฝ่ายออกไม่กว้างนัก แทรกตัวเองอยู่ระหว่างขาเรียว มือหนึ่งยังคงกุมกั้นไม่ให้ธารแห่งอารมณ์ของอีกฝ่ายไหลรินออกมาได้ ส่วนอีกข้างดันร่างเพรียวให้ออกห่างจากผนัง แล้วแทรกนิ้วยาว ๆ ของตนเข้าไปที่ช่องทางด้านหลัง

อาโตเบะเจ็บจนแทบน้ำตาเล็ด ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่อาจหนีพ้น ทั้งเสียงร้องระบายความทรมานก็ถูกเก็บกลั้นหายลงลำคอไปเสียหมด มือทั้งสองที่ถูกลวดรัดไว้ไม่อาจออกแรงระบายความเจ็บได้ ทำได้เพียงกัดริมฝีปากแน่น ปิดเสียงร้องน่าอายให้หายไปเท่านัน

“อดทนไว้มาก ๆ มันไม่ดีนะ รู้มั้ย อาโตเบะ” โอชิทาริเริ่มหงุดหงิดเมื่อไม่ได้ยินเสียงครางครืออย่างที่หวัง จึงเพิ่มจำนวนนิ้วรุกรานเข้าในกายอีกฝ่ายเป็นสาม หมุนวนแทรกเข้าลึกจนหนำใจ แล้วจึงถอนออกโดยไม่คิดจะทะนุถนอม

เสียงลวดเอียดอาดดังขึ้นเมื่อร่างกายถูกยกขึ้นเหนือพื้น ลวดเส้นเล็กรั้งน้ำหนักตัวของอาโตเบะไว้ ร่างกายสั่นสะท้านเมื่อรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

“นายรู้มั้ยว่าทำไมฉันถึงเลือกพานายมามีอะไรกันที่นี่ ทั้ง ๆ ที่จะพานายไปนอนบนเตียงนุ่ม ๆ ก็ได้” โอชิทาริถามอย่างอารมณ์ดี เรื่องสนุกจริง ๆ มันจะเริ่มหลังจากนี้

อาโตเบะนิ่ง... ชั่งใจว่าควรจะตอบดีหรือไม่ตอบดี แต่สุดท้ายด้วยนิสัยไม่ยอมแพ้ อย่างน้อย ๆ ขอให้ได้ต่อปากต่อคำเสียหน่อยก็ยังดี “เพราะนายมันจิตเสื่อมน่ะสิ”

“หึ... ตอบได้น่ารักเหมือนเดิมเลยนะ อาโตเบะ คุ้มค่ามาก”

ขาเรียวถูกจับแยกออกกว้างยิ่งขึ้น โอชิทาริแทรกตัวเข้าไปอย่างไม่รอช้า ร่างเพรียวกระตุกเฮือก สิ่งแปลกปลอมที่แทงเข้ามาในร่างราวกับมีมีดคมร้อนระอุเสียบเข้ามาในช่องท้อง เสียงร้องเกือบจะหลุดผ่านลำคอแต่อาโตเบะกัดฟันห้ามไว้ได้ทัน

“นายจะได้จำไว้ซะ ว่านายเป็นของฉัน ทุกครั้งที่นายย่างเท้าเข้ามาในนี้ ฉันจะทำให้นายลืมไม่ลง”

ความคับแน่นภายในทำให้โอชิทาริอึดอัดเมื่ออีกฝ่ายไม่ผ่อนคลาย แต่ชายหนุ่มก็ยังดึงดันสอดใส่เข้าออกอย่างไร้ความปรานี ของเหลวสีแดงที่ไหลรินออกมาไม่ได้ช่วยให้แรงเสียดสีลดลงแม้แต่น้อย “อา... ในตัวนาย ร้อนมากเลย อาโตเบะ...”

เรือนกายสีชมพูเรื่อ ใบหน้างดงามที่เก็บกลั้นความเจ็บปวดไว้ ความหมิ่นเหม่ระหว่างความต้องการและไม่ต้องการ สวย... อะไรขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ลิ้มลองสักครั้งก็น่าเสียดายแย่...

เสียงร่างกายเสียดสีกันสะท้อนก้องภายในห้องอาบน้ำแคบ ๆ หยดเลือดสีแดงหล่นกระทบพื้นกระเบื้องคงเบาเกินกว่าจะได้ยิน เสียงหอบหายใจกระชั้นถี่เหมือนคนหมดแรง ผิวกายร้อนรุ่มแนบชิดติดกัน ร่างสูงกอบโกยความต้องการที่ซุกซ่อนมานานอย่างสาแก่ใจ แล้วจึงปลดปล่อยสายธารแห่งอารมณ์ของตนภายในร่างกายแสนเย้ายวน

เจ็บจนชา... แทบจะไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว หมดสิ้นเรี่ยวแรงจนไม่อาจทรงตัวอยู่ไว้ได้ ลวดที่ขึงรั้งที่ข้อมือจึงยิ่งบาดลึกจนเลือดไหลเป็นทาง ความแข็งขืนกลางลำตัวก็ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย เหงื่อและน้ำตาที่หางตาปะปนกันจนแยกไม่ออก

ริมฝีปากถูกประกบโดยผู้รุกรานอีกครั้ง จูบคราวนี้อวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด โอชิทาริยิ้มกริ่มด้วยพึงพอใจที่ได้ย่ำยีอีกฝ่าย

“หมดแรงแล้วหรอ คุณหนูเคย์โกะ” กล่าวล้อเลียนแล้วหยอกเย้าปลายยอดที่แดงก่ำ “ยังไม่ได้ไปเลยนะ น่าสงสาร... อยากให้ทำยังไงดีล่ะ”

นิ้วหัวแม่มือออกแรงกดมากขึ้นเมื่ออาโตเบะไม่ยอมตอบ เอาเถอะ... เขายังมีเวลาทั้งคืนที่จะเล่นสนุกกับผู้ชายที่หยิ่งยะโสคนนี้ แค่ลวดบาง ๆ นั่นมันอาจจะน้อยไป บางทีเขาอาจจะต้องหาอะไรมาเพิ่มความบันเทิงเสียแล้ว

“อย่าว่ากันเลยนะ อาโตเบะ แต่ฉันว่าสีแดง... เข้ากับนายที่สุดเลย”

To be continued...

  • ลงให้วันเกิดชี่ตามที่บอก
  • ยาวเชียว
  • ไม่ได้ตั้งใจจะให้ยาวนะ บทมันต่อเนื่อง
  • เทะโง่
  • ชี่เลว
  • รักเก๋ *3*
  • เขียนฉากยากโคด นี่นับว่าง่ายแล้วนะ เพราะชี่มันจิต (?)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

วะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ห้า ห้า ห้า ห้า ห้า ห้า
555555555555555555555555555

สะใจว้อยยยยยยยยยยยยยยยยย

เอาอีกชี่ ชี่เลิศ ชี่เก่ง ทำอะไร(ทรมานอีเก๋) ถือว่าดี 55555
สะจ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
เป็นตอนที่อ่านมันส์มาก

ฟู อั๊ง ส่งข้อความ อั๊งงงงง ไม่ส่งเป็นmmsหน้าตัวเองมาเลยล่ะ ยิ้มหวานนนนน
อั๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

ชี่ สู้ววววววววววววววววววววววววววววววววว

แฮปๆวันเกิดนะชี่ 55555
กรี้ดดดดดดดดเหอะๆๆๆๆๆ

ชี่เบะอ๊ากกกกกกกกกกกก

รักชี่อ่ะ เลวก็รักกก5555555555555+
ชี่เลวได้อีกกก หรื่นได้อีกกกก กร๊าซซซ
ตั้งแต่ไอชี่ฟูละ5555 แต่ก็ช๊อบบบ
ชอบยูชิรักยูชิเคอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

(ข่าวว่าอันนี่ฟิคเทะเบะ55555)

เบะเบะน่ารั้กกกกก....
แต่ฟูวน่ารักกว่าๆๆๆๆๆๆๆๆ.......ฟูจ๊า โผล่มาประโยคเดียว น่ารักซะๆๆๆๆๆ

ปล. ฮาคอมเม้นฮานะ นั่นดิ๊ไม่ไม่ส่ง เอมเอมเอสหน้าตัวเองม๊าๆๆๆๆๆ มาให้เทะหลงเล่นๆ อั๊งง
(พี่กี - ก็บอกแล้วไงว่าเทะเบะเว้ย!!)
...ฮ่า!! ดี สมใจ เชียร์ชี่ ฮี่ๆๆๆๆๆๆ

..เป็นของขวัญวันเกิดที่ดีจิงๆ open-mounthed smile

#3 By :nakare: on 2007-10-15 21:00

โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก ชี่ขา จิตได้ใจจริงๆ

ชี่แม่ง...โอ๊ยย ชอบว่ะทั้งหื่นทั้งจิต อาการหนักนะแกบำบัดด่วน555

เก๋..เป็นไงล่ะแก๊โดนไปซะเลย จะว่าสงสารก็สงสารนะแต่แรงหมั่นไส้เก๋มันเยอะกว่า ดังนั้นเลยสะจายยยย

ปากดีโดนซะ หึหึหึ จะได้เข็ด (แต่มันไม่เข็ดหรอกมั้ง555)

เทะเอ๋ยยย ฟูน่ารักใช่มั้ยล่า~~~

เอาอีกค่ะพี่กี เอาอีกกกกกกกกกกก

#4 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2007-10-15 22:15

ฮือ....ฮือ....ฮือ....อาโตเบะ ไม่น่าเลยยยย

เทะกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!! กลับม๊า ยอมไม่ได้!!

กรี๊ดดดดดด~!!! ดิ้นๆๆๆ ตาย... อยากตาย!!

ทำกันได้น้าพี่กี~~!! ตอนแรก...บอกชี่เบะก็คิดว่าคงไม่มีอะไร...อ่านไปอ่านมา

ฉิบหายล่ะ...มีขาว... แว๊กกกกกก~!!

กะอ่านให้ชื่นใจก่อนสอบ....เหี่ยว...เหี่ยว!!!

ไม่น้า~!!!
เลวสุดๆ *-* สุดจะเลว ....
โดนสปอยไปตอนนั้น
ไม่นึกว่าของจริงมันยิ่งกว่า.....
ไม่น่าเปิดเพลงชี่ไปฟังไปด้วยเลย
...ราวกับว่ามันตามมาหลอนด้วยเสียงหื่นๆ

สงสารน้องเก๋.....
เทะเค้าคงดูแลเธอดีกว่านี้
...
แต่.... นี่มันแค่เริ่มสินะ
ผ่านด่านอรหันต์ชี่ไปยังไมได้เลย ถึงคราวฟูคงจะ.... ยิ่งกว่านี้

#6 By Uriel*幸村が大好き!! on 2007-10-15 23:17

โฮกกกกกกกกก
อ่านจบแล้วแอบอึ้ง
โอชี่เลวได้ใจ จะหื่นจะโรคจิตไปไหนเนี่ย

เทะสึกะหายไปน๊ายยยยยย ทำไมไม่กลับมาช่วยฟระ(มันจะมาช่วยได้ไงหล่ะ)

ปล.ฟูจิโผล่มาหน่อยนึงก็ยังให้ความรู้สึกว่าเป็นนางอิจฉาอยู่ดี55

#7 By Mercutery on 2007-10-16 01:09