[Final Fantasy VII Fanfiction] Maybe, Goodbye (3)
posted on 13 Oct 2007 00:05 by keechan in Fiction, FinalFantasy-KingdomHearts
Maybe, Goodbye (3)
กลิ่นหอมวานิลากำลังฟุ้งกระจายทั่วห้อง
ผิวกายขาวเนียนใต้เครื่องแบบสีน้ำเงินขึงขังของชินระช่างดูไม่เข้ากับคนใส่เอาเสียเลย ฝ่ามือหยาบกร้านของนักรบลูบไล้ลาดไหล่เล็ก เขายังจำได้เมื่อครั้งที่ได้สัมผัสผิวเรียบลื่นก่อนหน้านี้ ดูเหมือนรอยแผลที่เกิดขึ้นเพราะเขาจะจางหายไปแล้ว คิดแล้วก็รู้สึกโชคดีที่ไม่ได้ทิ้งริ้วรอยให้กับตุ๊กตาตัวสวย แต่คิดอีกทีทิ้งตำหนิไว้ซักรอยสองรอยก็ดีนะ จะได้รู้ว่านี่เป็นของของเขา
ร่างเล็กหลับตาพริ้ม ลมหายใจผ่อนออกสม่ำเสมอ แค่ดูก็รู้ว่าคงกำลังหลับฝันดี
เซฟิรอธไม่โปรดปรานการเห็นปฏิกิริยายามอีกฝ่ายไม่รู้สึกตัว แววตาที่ตื่นตระหนก อารมณ์ที่แสดงออกอย่างร้อนแรงจะสร้างความบันเทิงให้เขามากกว่า ร่างสูงปลดกระดุมเม็ดสุดท้ายออก ใช้ปลายนิ้วหยอกเย้ายอดอกสีเชอร์รี่น่าขบกัด จงใจแหย่ให้เด็กหนุ่มลืมตา จะสนุกอะไรถ้าเขาไม่เห็นใบหน้าน่ารักนี่แดงซ่านด้วยความอาย
“มาสนุกด้วยกันก่อนสิ คลาวด์”
เปลือกตาบางยังไม่ขยับ ท่าทางจะหลับลึกกว่าที่คิด เซฟิรอธจึงเปลี่ยนเป็นใช้ลิ้นดุนยอดอกเล็กอย่างหิวกระหาย ลิ้มรสหวานนิ่มของวานิลาอย่างเต็มอิ่ม
“อ...อือ...” ได้ผล... เสียงครางหวานหูเล็ดรอดออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ ร่างสูงลากลิ้นโลมเลียจากแผ่นอกไปจรดปลายคางเรียว มือข้างหนึ่งยึดศีรษะเล็กไว้แน่น
แขนเพรียวบางยกขึ้นปัดป้องโดยอัตโนมัติเมื่อมีผู้รบกวนการนอนของตน ยิ่งยั่วยุให้ฝ่ายตรงข้ามอยากจะกลืนกินทั้งร่างเฉกเช่นอาหารรสเลิศ
“มันจั๊กจี้นะ... แซ..ค” เสียงละเมอเป็นธรรมชาตินั้นทำให้ร่างสูงหยุดการรุกรานแทบจะในทันที แว่บหนึ่งเซฟิรอธนึกอยากจะกระชากคอเจ้าเด็กนี่ให้ลืมตาขึ้นดู แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นต่างหูสีฟ้าเด่น เขาจำได้ว่าแซคเองก็มีต่างหูแบบเดียวกัน
เขานึกรู้ได้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ถึงกับใช้ของง่าย ๆ ตีตราจองกันไว้แบบนี้ถ้าเขาไปแตะต้องเข้าชายหนุ่มคงเลือดขึ้นหน้า เขาไม่ใช่คนดีถึงขนาดจะเห็นใจหรอก เพียงแต่การที่คลาวด์ใสซื่อบริสุทธิ์เกินไปมันทำให้เขาหมดอารมณ์ อีกอย่างเขาไม่อยากจะกอดคนที่เอ่ยชื่อผู้ชายคนอื่นให้เขาได้ยิน
ร่างสูงยกผ้าห่มขึ้นคลุมกายเล็กโดยไม่ได้สนใจจะแต่งตัวให้เหมือนเดิม เขานึกสนุกอยู่เหมือนกันที่จะได้เห็นปฏิกิริยาตอนเช้าของเจ้าหนูนี่ ช่วงนี้ชินระชักจะใช้เขามากจนเซฟริอธเริ่มหมดความสนใจกับภารกิจยุ่งยากทั้งหลาย ได้หาเรื่องปั่นหัวแซค แถมได้กำไรจากคลาวด์แบบนี้คงจะช่วยให้หายเบื่อได้ไม่น้อย
เส้นผมสีทองที่ตั้งแหลมขึ้นมากลางกองผ้าห่ม มองเผิน ๆ ใครอาจจะนึกว่าเขาเก็บลูกโจโกโบะมาเลี้ยงบนเตียง ปลายยอดสีบลอนด์ขยับไหวไปมาเมื่อเด็กหนุ่มขยับตัวกระชับผ้าห่มให้ตนอุ่นสบาย ภาพไร้เดียงสานั้นหลอดละลายความเย็นชาในใจนักรบผมเงินผู้โดดเดี่ยวได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เซฟิรอธแตะต่างหูสีฟ้าที่เห็นคู่กันกับของอีกคนเบา ๆ ถ้าเขาไม่สังเกตเห็นก็อาจจะไม่ได้หยุดสิ่งที่ตั้งใจจะทำแต่แรกก็เป็นได้ ถึงอย่างไรเซฟิรอธก็ไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของการที่คนคนหนึ่งจะยึดติดกับใครอีกคนได้ถึงขนาดนี้ เพราะเขายังไม่เคยเจออะไรที่สำคัญ แม้แต่ตัวเอง เซฟิรอธก็ไม่คิดตีค่าไว้สูง ภายในใจของเขาคงมีแต่ความว่างเปล่าและมืดดำ บางทีเขาก็รู้สึกอิจฉาแซคที่สามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้อย่างซื่อตรง
นิ้วมือของเขาไล้วนอยู่ที่ติ่งหูนานจนทำให้ฝ่ายถูกสัมผัสเริ่มรำคาญจนพลิกตัวหนี เซฟิรอธยิ้ม ‘หึ’ อย่างเคย แล้วก้มลงกระซิบข้างใบหู
“ราตรีสวัสดิ์ คลาวด์ สไตรฟ์”
########################################
แซคแทบจะรีบเหาะกลับมาหลังจากทุ่มฝีมือเต็มที่เพื่อปฏิบัติภารกิจที่วูไทให้ลุล่วง ไอ้งานประเภทเก็บกวาดน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เวลาที่ต้องรอพวกเทิร์คเจรจาต่อรองน่ะมันแสนจะเสียเวลา แล้วก็ทำให้เขาหงุดหงิดด้วย!
คลาวด์ทั้งไม่ตอบเมล์แล้วก็ไม่รับโทรศัพท์มาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทุกทีเพื่อนของเขาไม่เคยทำแบบนี้ เวลาที่เขาเมล์ไปบ่นอะไรให้ฟังก็มักจะส่งข้อความเล็ก ๆ น้อย ๆ กลับมา ไม่ว่าจะในทำนองเออออหรือว่าจิกกัดเขาคืน แต่เมื่อคืนเขาไม่ได้อะไรซักอย่าง! คลาวด์อาจจะลืมโทรศัพท์ แต่เช้านีเขาก็ลองโทรหาดูอีกทีแล้วก็ไม่มีคนรับสาย ชายหนุ่มอดคิดเป็นห่วงไม่ได้ว่ามีอะไรแย่ ๆ เกิดขึ้นกับเพื่อนคนสำคัญของเขารึเปล่า จากที่สดใสร่าเริงอยู่ตลอด อารมณ์ของเขาวันนี้ดูจะไม่สู้ดีซะแล้ว ใครหน้าไหนที่เผชิญหน้ากับเขาคงจะโชคร้ายกว่าทุกที แซคคงทำให้ใจสงบไม่ได้ถ้าไม่ได้กลับมิดการ์เสียคืนนี้
########################################
คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมาทีไร ใบหน้าขาวก็แดงขึ้นมาทันที แม้จะจำได้เลือนรางแต่เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าอายที่สุด
เขาไปดื่มกับเซฟิรอธ...
เขาพล่ามโน่นพล่ามนี่ให้เซฟิรอธฟัง...
เขา... จูบกับเซฟิรอธ!!!
แล้วเขามานอนบนเตียงในห้องของอีกฝ่ายได้ยังไงก็ไม่อยากจะนึก เมื่อคืนเขาคงทำตัวรุ่มร่ามมากแน่ ๆ ถึงจะมึนงงด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ค้างอยู่ แต่พอลืมตาก็ตกใจจนแทบอยากจะลงไปนอนอีกรอบ พอได้ยินเจ้าของห้องทักว่า ‘ตื่นแล้วหรอ’
เขาคงลุกพรวด ไม่ก็สะดุ้งโหยง คลาวด์ไม่รู้ว่าจะใข้คำไหนถึงจะบรรยายสภาพของตัวเองได้ดีกว่ากัน แล้วคำแรกที่ออกจากปากเขาก็คือ ‘ข...ขออภัยครับท่าน’
เขาจะงี่เง่าได้มากกว่านี้อีกมั้ยเนี่ย!!!
แต่เซฟิรอธไม่ได้หัวเราะ ไม่ได้โกรธ หรือถึงโกรธคลาวด์ก็คงดูไม่ออก เฉยชาจนนึกภาพไม่ออกว่าชายหนุ่มผมเงินทำหน้ายังไงตอนที่นั่งคุยกับเขา ยังไม่ทันจะได้ถามถึงที่มาที่ไปของตัวเอง ร่างสูงก็ออกไปเสียก่อน เพียงแต่ทิ้งท้ายไว้ว่า ‘ถ้ายังปวดหัวอยู่ก็ไม่ต้องลุก นอนพักได้ตามสบาย’
แล้วเขาก็จบตรงที่นั่งคิดทบทวนเรื่องที่ราวกับมหัศจรรย์เมื่อวานจนถึงตอนนี้ ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองทีไรก็คล้ายจะสัมผัสได้ถึงความน่าหลงใหลของอีกฝ่าย
ทำไม... เขาถึงได้จูบเรานะ?
เป็นคำถามที่คิดเท่าไหร่ก็หาคำตอบไม่ได้ รู้ตัวอีกทีพระอาทิตยืก็ลอยขึ้นสูงแล้ว คลาวด์จึงได้ตัดสินใจลุกจากเตียง เพิ่งตระหนักได้ว่าเขาเหม่อลอยคิดอะไรเอ้อระเหยไปถึงไหน ๆ ยังกับอยู่ในห้องตัวเอง ทางที่ดีควรจะรีบกลับห้อง แล้วค่อย ๆ คิดท่าจะดีกว่า ส่วนเรื่องงาน... เดี๋ยวค่อยทำเรื่องลาเอาทีหลังละกัน
สิ่งแรกที่คลาวด์ตั้งใจจะทำคืออาบน้ำอาบท่าให้หัวสมองโล่งขึ้นบ้างเสียก่อน เขาปลดกระดุมเสื้อที่เพิ่งใส่ไปเมื่อครู่ก่อนจะออกจากห้องของเซฟิรอธพลางนึกสงสัยว่าเขาคงนอนดิ้นขนาดหนัก เรื่องต่อมาที่เบนความสนใจของเขาให้พ้นจากเซฟิรอธคือ PHS ที่วางทิ้งไว้ ไม่มีอะไรสลักสำคัญนอกจากเมล์บ่นคร่ำครวญจากเพื่อนคนเดิมกับบันทึกการโทรเข้าค่อนข้างถี่ผิดปกติ
เขียนเมล์บ่นมาเสียยืดยาวแล้วยังไม่สะใจจนถึงขนาดต้องโทรมาอีกเชียวรึเนี่ย? คลาวด์รู้สึกโชคดีชอบกลที่พลาดโอกาสรับสาย
ถ้าแซครู้เรื่องเมื่อคืนคงจะแซวเขาไม่เลิกแน่ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาบอกไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้งว่าเขาไม่ได้ชอบเซฟิรอธ ‘แบบนั้น’ คลาวด์สะดุดความคิดเมื่อนึกย้อนไปถึงจูบเมื่อคืน ใบหน้าของตัวเองร้อนวูบขึ้นมา เขาคงจะหน้าแดงอีกแล้ว จูบของเซฟิรอธช่างให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาด แน่ละ... เขาไม่ได้ ‘รัก’ เซฟิรอธ ผู้ชายคนนั้นเป็นเพียงบุคคลที่เขาชื่นชม เป็นแบบอย่างในอุดมคติที่เขาอยากจะเป็นในอนาคต แต่แค่เท่านั้น... รึเปล่า?
เพราะจูบเดียวนั่นแท้ ๆ ทำให้เขาเริ่มไม่แน่ใจ หรือว่าเขาจะคิดกับเซฟิรอธ... มากกว่านั้น อย่างที่เพื่อนสนิทชอบล้ออยู่ตลอดเวลาจริง ๆ... คลาวด์สะบัดหัวไล่ความคิดไม่เข้าท่าออกไป มันคงไม่ใช่แบบนั้นหรอก ทั้งเขาและเซฟิรอธก็เปนผู้ชายทั้งคู่ ที่สำคัญถ้าเขาเกิดความรู้สึกพิเศษแบบนั้นขึ้นมา คงจะเป็นปัญหาใหญ่แน่ เพราะเซฟิรอธคงไม่มีทางสนใจเขา อย่าคิดหวังอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ดีกว่า
วันนั้นทั้งวันคลาวด์เอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในห้อง ไม่กล้าแม้แต่จะออกไปฝึกตามปกติ เขากลัวว่าถ้าต้องเผชิญหน้ากับเซฟิรอธอีกคงไม่พ้นต้องทำอะไรน่าอายออกไปแน่ ไม่สิ เขาอาจจะตัวแข็งจนพูดอะไรไม่ออกก็ได้ เด็กหนุ่มไม่เคยรู้สึกเสียศูนย์ขนาดนี้มาก่อน ถ้าเขาได้เปิดปากระบายให้ใครสักคนฟังอาจจะช่วยบรรเทาความอัดอั้นไร้ทางออกเหมือนกับตัวเองหลงอยู่ในเขาวงกตเช่นนี้ได้ ไม่ได้สิ ไม่ได้ จะเล่าเรื่องน่าอายแบบนี้ให้แซคฟังได้ยังไงกัน มีหวังหมอนั่นได้แซวเขาทุกนาทีที่เปิดปากพูดแน่ ๆ
ขณะที่กำลังคิดไม่ตกอยู่นั้นเอง เสียงออดประตูก็ดังขึ้น แว่บแรกคลาวด์คิดว่าคงเป็นแซค แต่หมอนั่นไม่กดออดเวลาเข้าห้องตัวเองเสียหน่อย แล้วจะกลับมาได้เร็วขนาดนี้เชียวหรอ? กระนั้นเขาก็คิดถึงใครคนอื่นที่จะมีธุระไม่ได้นอกจากแซค เด็กหนุ่มจึงลุกขึ้นไปเปิดประตูอย่างไม่ได้ระแวดระวัง
“กลับมาแล้—“
ร่างของชายหนุ่มที่ปรากฏตรงหน้าทำให้คำพูดสะดุด ดวงตาสีเขียวสว่างยังสื่อประกายคุกคามกดดันเหมือนอย่างเคย แม้จะคิดว่าตนเริ่มจะชินกับสายตาแบบนี้แล้วก็ยังผ่อนคลายไม่ได้เสียทีเมื่อถูกคนผู้นี้จับจ้อง
เซฟิรอธรู้สึกประหลาดใจกับตัวเองอยู่เหมือนกันที่เดินมาหาคลาวด์ถึงห้องได้ เขาไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าสนใจ เขาเพียงแค่อยากรู้ว่าทำไมแซคถึงได้ให้ความสำคัญกับคลาวด์ เด็กหนุ่มดูไม่มีอะไรเป็นพิเศษสักนิด อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่เห็นดวงตาสีฟ้าสดนั่นอะไรบางอย่างก็ผุดขึ้นในใจ เขาไม่รู้ว่าทำไมและมันคืออะไรกันแน่ และเซฟิรอธเกลียดความคลุมเครือเช่นนั้นเป็นที่สุด ไม่น่าเชื่อว่านักรบผู้ยยิ่งใหญ่อย่างเขาจะมาติดใจกับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้
“มีอะไรรึเปล่าครับ... ท่าน?” เจ้าของห้องเป็นฝ่ายถามขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เริ่มพูดอะไรเสียที
“ฉันแค่อยากมาดูหน้าเธอ”
....เล่นพูดแบบนี้เขาจะต่อบทสนทนาอะไรได้ คลาวด์รู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาอีกแล้ว เขาเกร็งจนเอ่ยอะไรไม่ออกไปพักใหญ่ แล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าคงไม่สมควรถ้าจะปล่อยให้อีกฝ่ายยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่แบบนี้
“ถ้ายังไง เข้ามาข้างในก่อนมั้ยครับ”
ร่างสูงผงกศีรษะแล้วเดินตามเจ้าของห้องไปเงียบ ๆ จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเหยียบห้องส่วนตัวของคนอื่น แม้ผังห้องจะเป็นแบบเดียวกัน แต่เพราะเครื่องเรือนที่เพิ่มขึ้นทำให้ห้องของแซคดูเล็กลง ทว่าก็ไม่ได้คับแคบจนเดินไม่ได้ มุมหนึ่งของห้องจัดเป็นครัวเล็ก ๆ เห็นได้ชัดว่าเจ้าของห้องทั้งสองคนใช้งานมุมตรงนั้นไม่เคยขาด สังเกตได้จากจานที่วางเรียงรายอยู่เป็นระเบียบ เปรียบกันแล้วห้องของเขามุมตรงนั้นเรียกได้ว่าแทบจะร้าง อย่าว่าแต่เขาจะใช้ครัวเลย แค่จานสักใบเขายังไม่มีวางไว้ ห้องพักสำหรับเขาเป็นเสียงห้องที่ใช้นอนพักผ่อนเท่านั้นจริง ๆ ไม่มีอย่างอื่น
“จะดื่มอะไรมั้ยครับท่าน?” คนถามง่วนตระเตรียมถ้วยกาแฟแบบไม่รอคำตอบ ถ้าคลาวด์ไม่ทำตัวเองให้ยุ่งอยู่กับอะไรสักอย่างเขาคงตั้งสติไม่ถูกแน่ ทำไมทุกครั้งที่อยู่กับเซฟิรอธสองต่อสองเขาต้องเลิ่กลั่กอยู่ตลอดเวลาด้วยนะ
กาแฟอุ่น ๆ ถูกนำมาเสิร์ฟให้ ร่างสูงรับถ้วยโดยไม่ได้เอ่ยคำขอบคุณ แต่กลับดึงแขนเรียวเข้าหาตน ริมฝีปากเกือบแนบกับพวงแก้มอิ่ม
...กลิ่นวานิลา...
คลาวด์นิ่งอึ้งไปอึดใจ “เซ--- เอ่อ...”
ประตูห้องเปิดผางออกทำเอาคลาวด์สะดุ้งเฮือก ทว่าหนุ่มผมดำที่เข้ามาเห็นภาพบาดใจพอดีก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน
“เซฟิรอธ ทำอะไรน่ะ”
To be continued...
-
ลงติด ๆ เลย เพราะเครียด ไม่ไหวแล้ว เกลียดเซฟิรอธ อีเด็กติดแม่เนิร์ด กร้าก
-
เรื่องน้ำเน่าว่ะ ไร้เหตุผลด้วย จงอย่าหาความอะไรกับมันเลย กรูแค่อยากอ่านอะไรแซคคลาวด์! (ที่เจือกมีเซคลาวด์แถมมาด้วย)
-
คลาวด์แมร่ง... ตัวเมี้ยยยย ตัวเมียยยย ไม่กล้าอ่านอีกทีเลยว่ะ เดี๋ยวจะอยากถีบมันซะก่อน
-
ทำตัวเหมือนเมียโดนผัวจับได้ว่ามีชู้..........
พึ่งเคยอ่านนิยายพี่กีครั้งแรก >[]<!.....แซคคล้าวสุโก้ยย!!!
#1 By Syaolee on 2007-10-13 00:24