[Final Fantasy VII Fanfiction] Maybe, Goodbye (2)
posted on 12 Oct 2007 18:54 by keechan in Fiction, FinalFantasy-KingdomHearts
ใส่เพลงซะหน่อย เห่อ ฮ่า ๆ เพิ่งโหลดมา OST ภาคนี้เล่นง่ายชะมัด มีพื้นไม่กี่เพลง รีมิกซ์ซะเยอะเชียว
Maybe, Goodbye (2)
เช้าวันใหม่มาถึงพร้อมแสงอาทิตย์ที่สดใส ช่างตรงข้ามกับความรู้สึกของเด็กหนุ่ม ทั้ง ๆ ที่คิดว่าควรจะชินได้แล้ว แต่ก็ไม่ คลาวด์คุ้นเคยกับการที่ต้องพูดว่า ‘กลับมาแล้วหรอ’ หรือไม่ก็ ‘ยินดีต้อนรับ’ หลังจากที่แซคเสร็จภารกิจทุกครั้ง แต่ประโยคอย่าง ‘ไปดีมาดีนะ’ อะไรเทือกนั้นกลับไม่ค่อยได้พูดสักเท่าไหร่ สาเหตุเพราะชายหนุ่มอีกคนมันจะหายตัวไปตั้งแต่เช้ามืด ต่างกับวันธรรมดาที่คลาวด์มักจะออกไปก่อน กิจวัตรของพวกเขาจึงไม่ประจบกันนัก
คิดว่าพอมาอยู่ห้องเดียวกันแล้วจะมีเวลาอยู่ด้วยกันมากกว่านี้... คลาวด์คิดแล้วก็ส่ายหัวเบา ๆ เขาไม่ได้ถ่อมาถึงมิดการ์นี่เพื่อมาทำตัวเป็นเด็ก ๆ แบบนี้นะ
...แต่ถึงยังไง... ก็ต้องยอมรับอยู่ดีว่าเวลาที่ไม่มีแซคคอยพูดมากอยู่ข้าง ๆ มันก็รู้สึกเหงาไม่น้อย
ดวงตาสีฟ้าเหลียวมองเตียงข้าง ๆ ที่เจ้าของลุกออกไปแล้ว จะว่าไปแล้วก่อนหน้านี้ห้องนี้คงอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ในเมื่อเจ้าของห้องไม่เคยจัดการเก็บกวาดอะไรให้เป็นระเบียบเรียบร้อยซักอย่าง ท่าทางจะมีไว้นอนอย่างเดียว คิดตำหนิเพื่อนร่วมห้องไปพลางพับเก็บที่นอนอย่างที่คนทั่วไปควรจะทำกัน ไม่ได้คิดสะดุดใจว่าทำไมเขาถึงได้ทำหน้าที่เหมือนคนทำความสะอาดห้องไปได้
อีก 3 วันกว่าแซคจะกลับ ห้องนี้คงจะเงียบไปพักใหญ่...
วันนี้ก็คงจะไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นอีกตามเคย เด็กหนุ่มอาบน้ำแต่งตัวอย่างเลื่อนลอยพลางคิดเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งเจอคนที่ไม่คาดคิดตอนที่ก้าวออกมาหน้าประตู
“เซฟิรอธ?” หลุดคำอุทานไปอย่างไม่ได้ตั้งใจเมื่อเผชิญหน้ากับนักรบผมเงิน คลาวด์เข้าใจว่าภารกิจที่แซคว่าจะเป็นภารกิจร่วมกันกับเซฟิรอธ แต่ดูเหมือนเขาจะเข้าใจผิด
ใบหน้าเฉยชาหันมาตามเสียงเรียก ไม่ได้แสดงออกว่าพอใจหรือไม่พอใจที่ถูกเรียก ไม่มีแม้แต่ความสงสัยว่าทหารไร้เกรดคนนี้จะเรียกเขาทำไม
“อะ... เอ่อ! ขะ... ขอโทษครับท่าน!” เป็นใครก็ต้องยืดตัวตรงพร้อมตะเบ๊ะโดยอัตโนมัติถ้าถูกมองด้วยดวงตาสีเขียวสว่างนั่น ใบหน้าไร้อารมณ์นั่นดูเหมือนจะเกิดสนใจขึ้นมานิด ๆ กระนั้นบรรยากาศเคร่งขรึมตึงเครียดรอบตัวอันเป็นเอกลักษณ์ก็ไม่ได้จางจืดลง คลาวด์ลุกลี้ลุกลนจนพูดอะไรไม่ถูก คิดอยากจะแก้คำจาก ‘ขอโทษ’ เป็น ‘ขออภัย’ ก็ดูจะสายเกินไป
“อ...อรุณ... สวัสดิ์.. ครับ” เอ่ยทักทายเสียงแผ่ว ไม่คิดเลยว่าจะต้องมาทักอีกฝ่ายด้วยท่าทีเก้กังแบบนี้
...เซฟิรอธคงเห็นว่าเรางี่เง่าแน่ ๆ...
“อรุณสวัสดิ์” เสียงทุ้มทรงอำนาจทักตอบ สำหรับคลาวด์ที่ไม่มีโอกาสได้ยินเสียงคนตรงหน้าบ่อยนักรู้สึกว่าช่างเป็นเสียงของผู้ชายที่มีเสน่ห์และน่านับถือเหลือเกิน มัวแต่หลงใหลอยู่อย่างนั้น ก่อนจะฉุกคิดขึ้นได้
...เขาตอบด้วย! เซฟิรอธพูดว่าอรุณสวัสดิ์กับเราด้วย!
“ค.. ครับท่าน!” คำตอบรับที่ดูจะช้ามากไปเสียหน่อย แต่เซฟิรอธไม่ได้กล่าวอะไร ชายหนุ่มเพียงแต่หันหลังเดินไปด้วยมาดสุขุมอย่างเคย คงเป็นเช้าธรรมดาวันหนึ่งของเขา
คลาวด์ต้องยืนนิ่งอยู่อีกนานจนกว่าจะสงบใจที่เต้นตึกตักให้มาอยู่ในจังหวะปกติได้ ซึ่งนั่นก็ช่วยให้เขาไม่ต้องเดินตามเซฟิรอธไปติด ๆ
แค่ได้พูดด้วยไม่กี่คำเท่านั้นเอง... ทำไมถึงต้องใจเต้นมากขนาดนี้ด้วยนะ คลาวด์ยกมือขึ้นกุมที่อกซ้ายตัวเองราวกับจะได้รับคำตอบที่รบกวนหัวใจ แต่ก็เปล่าประโยชน์ ทำไมเขาถึงได้... หวั่นไหวถึงขนาดนี้นะ
เป็นครั้งแรกที่เซฟิรอธได้สังเกตเด็กหนุ่มชัด ๆ เขาอดคิดไม่ได้ว่าเด็กหนุ่มผมบลอนด์คนนั้น ‘น่ารัก’ จะให้เปรียบกับอะไรก็คงจะไม่ดีเท่าโจโกโบะตัวเล็ก ๆ แสนไร้เดียงสา เขาเองก็รู้จักแซคมาตั้งนาน ไม่ยักกะรู้ว่านอกจากเงินกับผู้หญิงแล้วชายหนุ่มจะชอบอะไรแบบนี้ด้วย มุมปากที่มักจะเรียบเฉยกลับยักรอยยิ้มอย่างพึงใจ เขาได้ยินว่าเด็กหนุ่มคนนี้ก็เป็นหนึ่งใน ‘ผู้ชื่นชม’ เขาเหมือนกัน ท่าทางเกร็งเสียจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อกี้ดูแล้วก็น่าขำ คงกริ่งเกรงอำนาจเขาจนไม่กล้าขยับ แต่คิดดูอีกที... ก็น่าเอ็นดูเหมือนกัน
“หึ...”
เสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ มีเพียงนักรบผมเงินเท่านั้นที่รู้ว่ามีความหมายใดแฝงอยู่
ตกเย็นวันนั้น แม้ตลอดทั้งวันคลาวด์จะไม่ได้เจอหน้าเซฟิรอธอีกเลย แต่แค่คำคำเดียวที่ออกจากปากอีกฝ่าย ‘อรุณสวัสดิ์’ คำนั้นดังก้องอยู่ในหัวทั้งวัน เขา... พิลึกไปแล้วรึเปล่า? รึเพราะว่าแซคไม่อยู่เขาถึงได้คิดฟุ้งซ่านขนาดนั้น
เหมือนความบังเอิญจะจงใจกลั่นแกล้งเขาอีกครั้ง เซฟิรอธเดินสวนมาขณะเขาคิดจะเดินกลับห้อง คลาวด์ทำตัวไม่ถูกว่าจะแสดงท่าทีแบบไหนเมื่ออยู่ต่อหน้าอีกฝ่าย เพิ่งสังเกตว่าตัวเองอยู่ผิดที่ผิดทางขนาดไหน ถ้าหากว่าไม่ได้อยู่ร่วมห้องกับแซค ไอ้การจะเดินสวนกับเฟิร์สคลาสโซลเยอร์อย่างเซฟิรอธนั้นไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆ
เซฟิรอธเพียงแค่เลิกคิ้วเมื่อมองเห็นเขา คลาวด์รู้สึกว่าตัวเองหดเหลือนิดเดียวเวลาที่ถูกเซฟิรอธจ้อง
...อา... ผู้ชายคนนี้ช่างยิ่งใหญ่จริง ๆ เลย...
ไม่รู้ว่าเขาเหม่อไปถึงไหน อีกแว่บนึงที่กระพริบตา เซฟิรอธก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าแล้ว เมื่อมองในระยะประชิดแบบนี้อีกฝ่ายสูงกว่าจนเขาต้องแหงนหน้ามอง เพราะร่างนั้นยืนหันหลังให้กับแสงอาทิตย์เขาจึงมองใบหน้าหล่อเหลานั้นได้ไม่ชัด
“ม... มีอะไรหรือครับ... ท่าน...” เอ่ยตะกุกตะกักออกไปเพราะควบคุมตัวเองไม่ได้อีกตามเคย คลาวด์นึกอยากจะทุบหัวตัวเองนัก
“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ คลาวด์” เสียงทุ้มที่เรียกชื่อตนนั้นฟังอ่อนโยนกว่าที่คิดนัก
เซฟิรอธ... จำชื่อเราได้ด้วย
เพราะความดีใจทำให้คลาวด์ยิ้มออกมา เด็กหนุ่มไม่รู้หรอกว่ามันยิ่งทำให้เซฟิรอธรู้สึก ‘ถูกใจ’
มือใหญ่ยกขึ้นตบศีรษะเล็กเบา ๆ แม้จะดูเป็นการทักทายที่ตีสนิทไปนิด แต่เขาเห็นแซคทำแบบนี้กับเจ้าหนูนี่บ่อย ๆ จึงคิดเข้าข้างตัวเองกว่าไม่เป็นไร “ฉันดูน่ากลัวนักรึไง”
“ป... เปล่าครับท่าน!” คลาวด์ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มีโอกาสสนทนากับเซฟิรอธในลักษณะแบบนี้ ทั้งน้ำเสียงและท่าทางช่างอ่อนโยนกว่าที่จินตนาการไว้นัก เพิ่งจะรู้ว่านอกจากเป็นนักรบชั้นเยี่ยมสมคำร่ำลือกันแล้ว เซฟิรอธยังเป็นสุภาพบุรุษอีกต่างหาก ถึงแม้ใบหน้าเรียบเฉยนั่นจะไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่บรรยากาศกดดันรอบตัวนั้นไม่มีแล้ว
“แซค... ไม่กลับนี่นา”
“เอ่อ... ครับ”
“สนใจ... จะไปนั่งเล่นที่บาร์ข้างล่างมั้ย”
คำชวนนั้นทำให้คลาวด์ต้องเงยหน้าจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายเพื่อยืนยันความมั่นใจ
เมื่อกี้... เขาไม่ได้หูฝาดใช่รึเปล่า? นี่เขาจะมีโอกาสได้คุยกับเซฟิรอธอีกงั้นหรอเนี่ย
เพียงเท่านั้นหัวใจก็เต้นแรง ตื่นเต้นจนพูดไม่ออกจึงผงกหัวแรงๆ เป็นการตอบรับคำชวน
นักรอบผมเงินหัวเราะ ‘หึ’ ในลำคอเบา ๆ อย่างที่ชอบทำ พลางคิดว่าเด็กคนนี้ช่างไม่รู้จักระวังตัวเอาเสียเลย
########################################
...บางทีเขาอาจจะคิดผิดที่ตามเซฟิรอธมา...
นายทหารทั้งรุ่นน้อยรุ่นใหญ่ต่างมองมาเป็นตาเดียว แถมยังหันไปซุบซิบกันอย่างไม่ปิดบัง คงไม่พ้นหัวข้อเรื่องประมาณว่า ‘เจ้าเปี๊ยกนี่เป็นใครถึงได้มากับเซฟิรอธได้’ อะไรทำนองนั้นละมั้ง แต่ท่าทางเซฟิรอธจะไม่สนใจสักนิด บางทีเขาอาจจะไม่ใช่คนแรกที่เซฟิรอธชวนมาในที่แบบนี้ละมั้ง ดันคิดหลงตัวเองไปได้ น่าอายชะมัด หรือไม่ร่างสูงคงจะชินกับการที่เดินไปไหนมาไหนก็มีแต่คนตกตะลึง คลาวด์ก็สุดแท้แต่จะเดา
แสงสลัวทำให้สังเกตอิริยาบถของอีกฝ่ายได้ไม่ถนัดนัก เรือนผมสีเงินยาวสยายสะท้อนแสดงเป็นประกาย ยามที่เจ้าตัวขยับตัวแล้วเส้นผมลู่ไหลลงจากไหล่มันดูสวยและมีเสน่ห์อย่างลึกลับ สำหรับเซฟิรอธแลวคำว่าแข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ คงต้องบวกคำว่างดงามไปให้ด้วย
ลูกแก้วสีฟ้าใสจับจ้องเซฟิรอธอย่างไม่วางตา ทั้งยามที่ริมฝีปากเรียวจรดขอบแก้ว แม้แต่เครื่องดื่มสีอำพันอ่อนก็ดูราวกับเป็นเครื่องประดับชั้นยอดได้ ฝ่ายที่ถูกจ้องรู้ตัวได้จึงได้เหลือบสายตามามองแบบที่ยากจะตีความหมายว่าสื่อถึงอะไร
เซฟิรอธกำลังสนุก
ทุกครั้งที่เขาแบ่งปันสายตาให้คนที่ชวนมานั่งด้วยข้าง ๆ เด็กหนุ่มจะรู้สึกเขินอายไม่กล้าสู้หน้าจนต้องทำเป็นเบนความสนใจไปให้เครื่องดื่มตรงหน้าบ้าง อยากรู้นักว่าจะทนดื่มไปได้ซักกี่แก้ว ราวกับเขามีอำนาจควบคุมอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด ใบหน้าขาวใสเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ร่างสูงถือโอกาสโอบไหล่อีกฝ่ายได้โดยไม่ผิดสังเกต ความตื่นตระหนกที่ร่างเล็กเคยแสดงออกมาก็ดูจะหายไปด้วย คงเพราะฤทธิ์เหล้า หัวสมองเลยประเมินผลได้ช้าลง
“อย่างกับฝันไปเลยครับ...” เสียงใสโพล่งขึ้นอย่างไม่มีปีมีขลุ่ย คงเพราะเมาถึงได้กล้าพูดออกไปอย่างนั้น
“ผมเคยแต่มองคุณอยู่ห่าง ๆ แท้ ๆ ไม่คิดเลยว่าคนอย่างคุณจะมีจริงในโลก พอได้เห็นใกล้ ๆ แบบนี้ก็...” ดวงตาสีฟ้าสุกใสสบมาอย่างไร้เดียงสาแล้วไม่ได้เกรงกลัวความมีอำนาจของนักรบผู้เลือดเย็นแม้แต่น้อย “ดีใจมากเลยครับ”
เซฟิรอธไม่เคยรู้จักใครที่ดูเป็นเด็กถึงขนาดนี้ เหมือนกับลูกนกที่เพิ่งออกจากไข่... แล้วเขาเป็นแม่นกหรือนี่ ชายหนุ่มนึกขำ
“ฉันดังขนาดนั้นเชียวหรอ” ร่างสูงต่อบทสนทนาบ้างเมื่อเห็นว่าร่างเล็กผ่อนคลายเต็มที่
“ใคร ๆ ก็อยากเป็นเหมือนคุณทั้งนั้นแหละครับ” คนพูดยิ้มแป้น “ทั้งเก่งกาจแล้วก็เท่ขนาดนี้ เป็นใครก็อิจฉา”
“รู้จักฉันดีพอรึยังถึงได้พูดแบบนี้ได้” เซฟิรอธแย้ง เขาเบื่อนักกับพวกคนบ้าอุดมคติ เขาไม่เคยรู้สึกยินดีที่ตัวเองเป็นแรงบันดาลใจให้คนหลาย ๆ คน เขาคิดว่าการที่เฝ้าฝันถึงสิ่งที่เกินตัวน่ะช่างงี่เง่า เจ้าหนูนี่ก็คงเป็นประเภทเดียวกัน ถ้าคลาวด์ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับแซคเขาอาจจะไม่ชายตามองก็ได้
“นั่นสินะ ผมยังไม่รู้จักคุณดีเลย แต่ผมยังมีเวลาเรียนรู้อีกเยอะนี่ครับ” ฟังดูเป็นการเฉไฉตอบแบบไม่ตรงคำถาม แต่เอาเถอะ เขาจะคาดหวังอะไรกับคนเมาได้
“ตอนแรกก็เคยได้ยินแค่ชื่อ พอมาถึงที่นี่ก็ได้เห็นตัวจริง แล้วตอนนี้ก็ได้นั่งคุยกับคุณ ผมเชื่อว่าผมจะได้รู้จักคุณมากขึ้นอีกแน่”
จากมือที่กุมไหล่บาง มือใหญ่เคลื่อนไปสัมผัสท้ายทอยอีกฝ่าย ลำคอเล็กเรียวเสียจนเซฟิรอธแทบจะกำให้หักได้ด้วยมือเพียงข้างเดียว เขาขมวดคิ้วให้กับคำพูดที่คิดว่าอะไร ๆ มันจะง่ายไปเสียหมด
“เธอไม่มีวันได้รู้จักฉันหรอก ไม่มีวัน”
เขาไม่ชอบให้ใครล้ำเขต เรื่องของเขาควรมีแค่ตัวเองที่รู้ เซฟิรอธไม่คิดจะสุงสิงกับใคร นั่นเป็นเรื่องไม่จำเป็นและไร้สาระอย่างที่สุด การที่เห็นคลาวด์คาดหวังอย่างเต็มเปี่ยมกับเรื่องนี้ทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ
คลาวด์หัวเราะ “อย่าน้อยตอนนี้ผมก็รู้แล้วว่าคุณเป็นคนหัวแข็ง แถมทำตัวลึกลับเข้าใจยากด้วย” เอ่ยไปอย่างที่คิดโดยไม่ได้กลั่นกรอง ตรงไปตรงมาเสียจนทำให้อีกคนยักยิ้ม
“กล้าพูดขึ้นมาไม่เหมือนเมื่อกี้เลยนะ เพื่อนร่วมห้องของนายคงจะเสี้ยมสอนมาดีสินะ”
ยิ่งเห็น... ก็ยิ่งอยากจะรังแกขึ้นมาแล้วสิ
เซฟิรอธเอียงใบหน้าเข้าใกล้เด็กหนุ่ม ดวงตากลมโตสีฟ้าใสเบิกขึ้นเมื่อเขาขยับเข้าหาในระยะประชิด ไม่บ่อยนักที่เซฟิรอธจะเห็นเรื่องอื่นนอกจากการต่อสู้เป็นเรื่องน่าสนุก
“เซฟิ---“
นักรบผมเงินกดประทับริมฝีปากที่ไม่รู้ประสา ลิ้นอุ่นเข้าดุนดันภายในโพรงปากเล็กได้ไม่ยาก ไม่มีอะไรน่าค้นหา ไม่มีใช่เรื่องน่าตื่นเต้นจนใจเต้นตึกตัก ทั้งหมดนั่นคือความคิดของเซฟิรอธที่ตรงกันข้ามกับอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง
กรุ่นกลิ่นหอมหวานโชยออกมาจากร่างในอ้อมแขน ไม่ร้อนแรงหรือยั่วยวนเหมือนรสเหล้า แต่กลับนุ่มลิ้นราวรสวานิลาเรียบง่ายที่กินเท่าไหร่ก็คงไม่เบื่อ
จุมพิตยาวนานปิดกั้นลมหายใจจนรู้สึกอึดอัด คลาวด์พยายามขืนตัวหนี แต่แรงกดที่ท้ายทอยตรึงรั้งไว้ทำให้ไม่อาจขยับถอยจากเรียวลิ้นที่รุกรานเข้ามาในปากตนได้
เซฟิรอธยอมถอนริมฝีปากออกเมื่อตัดตวงความหอมหวานจนพอใจ ทอดสายตามองใบหน้าเด็กหนุ่มที่แดงก่ำ อกบางกระเพื่อมเพื่อสูดอากาศเข้าไปทดแทนในปอดให้มากที่สุด
คลาวด์สับสนงุนงงจนปะติดปะต่ออะไรไม่ถูก นี่เขากำลังฝัน? ละเมอ? หรือกำลังอยู่ที่ไหนกันแน่? เด็กหนุ่มแทบจะประมวลความคิดไม่ทันว่าที่ถูกทำไปเมื่อครู่คือ ‘จูบ’
เซฟิรอธคนนั้นจูบเขา??? ทำไม???
ยังไม่ทันจะรวบรวมสติได้นะ เครื่องดื่มชนิดเดิมก็ถูกยัดเยียดมาไว้ในมือ เซฟิรอธส่งสายตาที่เหมือนเป็นคำสั่งบอกว่า ‘ดื่มซะ’ เด็กหนุ่มจึงไม่เสียเวลาคิด ยังไงก็คงดีกว่าทนแรงกดดันทางสายตา ของเหลวสีอำพันไหลลงคอไปด้วยความรวดเร็ว จนเสียงทุ้มข้าง ๆ เอ่ยเตือน
“ห้ามหลับนะ”
นั่น... ถือเป็นคำสั่งหรือเปล่า?
To be continued...
-
ลิ้งค์เก่าเครื่องหมายคำพูดหายหมดเลย อ่านรู้เรื่องกันมั้ยเนี่ย ขี้เกียจแก้ก็อบใหม่
-
เซฟิรอธโดนใส่บทหื่น น่าสงสาร.... จริง ๆ มันออกจะเป็นคนดี
-
ยังสับสนอยู่ว่าตกลงเซฟิรอธจะชอบคลาวด์หรือชอบแซคดี (ขำ)
-
อย่าถามหา NC เพราะกว่ามันจะมีน่ะอีกนาน....
-
เรื่องนี้แซค x คลาวด์ ท่องไว้ ๆ
-
เนื้อเรื่องไร้สาระมาก ๆ....
-
ตอน 3 จะลงเร็ว ๆ นี้ จะได้ลงเท่า ๆ กับมัลติพลาย
-
OST เพิ่งอัพในมัลติพลาย ไปโหลดกันได้นะ *w*
คลาวด์เอ๋อเหรอดีแท้ โดนจูบยังเหวอเลย อิอิ
ตามใจคนเขียนเลยค่ะ จะให้ชอบใคร อิอิ
แซค/คลาวด์ แซค/คลาวด์ ฮี่ ฮี่
#1 By BeeJang on 2007-10-12 21:41