[Tenipuri Fanfiction] Oblivion... (7)

posted on 10 Oct 2007 21:14 by keechan  in Fiction

 

 

*Shouonen-ai Warning* 

Oblivion... (7)

“ฉันคิดว่าฉันคงจะรักนาย”

.

.

.

.

แววตาเอาจริงแฝงความเขินอายจ้องมองใบหน้าเคร่งขรึม หวังจะเห็นปฏิกิริยาอะไรซักอย่าง เทสึกะคงไม่ได้หูหนวกไปแล้วหรอกนะ หรือว่าเสียงฝนมันดังเกินไป

ร่างสูงยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความงุนงง ไม่คิดว่าคนอย่างอาโตเบะจะกล้าพูดเรื่องแบบนี้อย่างตรงไปตรงมขนาดนี้จนเขาตั้งตัวไม่ทัน

“...ขอโทษนะ อาโตเบะ ฉันตามไม่ทัน... นายกำลังบอกว่า นาย...... รักฉัน?”

อาโตเบะก้มหน้างุด ซ่อนใบหน้าแดงก่ำของตนไว้ เขาพูดออกไปแล้วจริง ๆ

พูดออกไปได้ยังไงกัน!

“...ถ้าอย่างนั้น เมื่อวาน...”

“อย่าคิดขึ้นมานะ เจ้าบ้า!” มันน่าอายพอแล้วที่เผยความรู้สึกตัวเองออกไปจนหมด เขากางไพ่จนหมดหน้าตักแล้ว แม้เทสึกะจะพูดชัดเจนว่าไม่เคย ‘รัก’ เขา แต่เป็นธรรมดาที่เขาอยากจะไขว่คว้าให้ได้ความรักตอบแทน ไม่ใช่รึไง เขาถึงได้ดั้นดันมาถึงจุดนี้โดยไม่ฟังเสียงใคร ไม่สนใจกระทั่งความยะโสโอหังของตัวเองที่คอยฉุดรั้งการกระทำไว้

เทสึกะหยุดพูด คิดเชื่อมโยงความรู้สึกของอาโตเบะกับการกระทำเมื่อวาน... มันอาจจะเป็นแค่ความหลงใหล ไม่ใช่รักอย่างที่เจ้าตัวคิด

อาจจะเป็นแค่อย่างเดียวกับที่เขารู้สึก...

“เลิกฟุ้งซ่านเถอะ อาโตเบะ มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่นายคิด ถ้าฉันไม่อยู่ซักระยะนายอาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม”

“นั่นแหละที่ทำให้ฉันทนไม่ได้มากที่สุด! ฉันเองก็อยากจะเลิกคิด เลิกสนใจนายซะที เพราะมันทำให้ฉันไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่แค่คิดว่านายจะไม่อยู่ ฉันก็ทนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ถึงได้ตัดสินใจมาถึงที่นี่ไงเล่า!” อาโตเบะพูดอย่างหัวเสีย การคุยกับเทสึกะกลายเป็นเรื่องยากไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ฉันเคยคิดว่านายโง่ แต่ไม่นึกว่าจะโง่ขนาดนี้นะเทสึกะ พูดถึงขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีกรึไง

เทสึกะไม่เคยชินกับการถูกเรียกร้องเอาฝ่ายเดียวแบบนี้ ในเมื่อสิ่งที่ให้ไม่ได้ก็ย่อมให้ไม่ได้ จะให้เขาเสแสร้งบอกว่ามีในสิ่งที่ไม่มีก็ไม่ได้เหมือนกัน แต่ความยึดติดในตัวเขาของอาโตเบะนันมันไม่ธรรมดา ถึงจะถูกปฏิเสธชัดเจนไปแล้วก็ยังไม่ยอมแพ้

นายกลายเป็นผู้ชายไม่มีเหตุผลอย่างนี้ไปได้ยังไง อาโตเบะ? ฉัน... ทำให้นายอ่อนแอได้ถึงขนาดนี้เชียวหรอ

เทสึกะไม่สามารถตอบรับความรู้สึกของอีกฝ่ายเพียงเพราะสงสารหรือเห็นใจได้ ถ้าทำอย่างนั้นผู้ชายที่หยิ่งในศักดิ์ศรียิ่งกว่าใครอย่างอาโตเบะคงยิ่งเจ็บปวด

และเขาเองก็พูดไม่ได้เต็มปากว่ารังเกียจ

ใบหน้าที่แดงก่ำเพราะพิษไข้ ลมหายใจร้อนหอบสั่น ถ้าให้พักสักหน่อยคงดีกว่า... อาโตเบะอาจจะเป็นตัวของตัวเองมากกว่านี้ เทสึกะคว้าถ้วยชาไปเก็บ แล้วเปลี่ยนเรื่อง

“กินอะไรซักหน่อยแล้วนอนพักเถอะ ฉันจะบอกให้แม่ทำมาให้”

ร่างสูงละไปโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายต่อความ อาโตเบะยกมือขึ้นกุมใบหน้าร้อนผ่าวของตัวเอง สิ่งที่เขาพูดออกไป มันทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่ลงไปรึเปล่านะ นึกภาพไม่ออกเลยว่าเมื่อเผชิญหน้ากันในคอร์ท เขาจะมองหน้าเทสึกะได้ยังไง

ทำไมความรู้สึกบ้า ๆ ที่เรียกว่ารักนี่ต้องมาเกิดกับเขาด้วย

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

ฝนยังคงตกหนักอยู่ด้านนอก เทสึกะบิดผ้าขนหนูซับน้ำอุ่นมาเช็ดตัวให้คนป่วยที่หลับงไปจนได้หลังจากที่กินข้าวต้มไปได้ไม่กี่คำ

ต่อจากตอนนั้น อาโตเบะก็ไม่ได้พูดอะไรเลยอีกซักคำ...

ร่างสูงใช้ผ้าขนหนูนิ่มซับเหงื่อบริเวณใบหน้า คงเพราะโดนฝนจนเปียกไปทั้งตัวถึงได้อาการแย่ลง ช่างเป็นคนที่ไม่รู้จักประมาณตัวเองเอาซะเลย เสียทีที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่รู้จักกะเกณฑ์ความสามารถของคู่แข่งเป็นเลิศ

เทสึกะลูบเรือนผมชื้น หวังว่าความอุ่นจากมือของตนจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายลงได้บ้าง ใบหน้าที่เคยเชิดหยิ่ง ยามหลับใหลแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กตัวเล็ก ๆ

“..... ถ้านายบอกให้เร็วกว่านี้ ฉันคงไม่ล่วงเกิน.... ร่างกายของนาย”

ตอนที่ถูกเชิญชวน เทสึกะคิดเพียงว่าอาโตเบะอยากจะหาใครเล่นสนุกด้วย ... ก็เท่านั้น... ถ้าเขารู้ว่าอาโตเบะคิดจริงจัง สิ่งที่ต้องการไม่ใช่แค่เซ็กส์ แต่เป็นอะไรมากกว่านั้น สิ่งที่ต้องตอบแทนด้วยความรู้สึกที่เท่าเทียมกัน เทสึกะรู้ว่าเขาให้ไม่ได้ แต่กลับตีความต้องการของอาโตเบะผิด แล้วทำในสิ่งที่ไม่อาจให้อภัยตัวเองได้

...ไม่แปลกที่อาโตเบะจะโมโหขนาดนั้น ตอนที่เขาบอกว่าเกมมันจบลงแล้ว...

เสียงฝนเริ่มเบาบางลง อาโตเบะพลิกตัวแล้วคว้ามือของเขากุมไว้ จับแนบกับแก้มของตน

...ละเมอ?

อาโตเบะที่ดื้อดึง... จะเรียกว่าจริงใจได้รึเปล่านะ เทสึกะไม่เคยเห็นมาก่อน นิสัยแบบนี้ ดวงตาอ่อนโยนมองใบหน้าที่หลับไหลอย่างสบายใจแล้วแย้มรอยยิ้มน้อย ๆ

“...ฉันล่ะนับถือความมุ่งมั่นของนายจริง ๆ”

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านม่านหนา ได้ยินเสียงนกร้องยามอรุณอยู่ไม่ไกล อาโตเบะกระพริบตาถี่เพื่อปรับสายตาให้รับแสงอาทิตย์ พอจะมองเห็นอะไร ๆ ได้ชัดก็ต้องเบิกตาโพลงอย่างไม่อยากเชื่อ

ใบหน้าของเทสึกะอยู่ตรงหน้า... ห่างกันไปไม่กี่คืบเท่านั้น

“ตื่นแล้วหรอ”

...จริงสิ... เมื่อคืน หลังจากเขาบอกทุกอย่างไปหมดแล้ว เทสึกะก็ไม่ยอมตอบอะไร แต่คะยั้นคะยอให้เขานอน อาโตเบะยิ่งตกใจเมื่อรู้ตัวว่าเขาจับมือเทสึกะไว้... ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

เทสึกะโน้มศีรษะแนบชิด แตะหน้าผากจรดอีกฝ่ายเพื่อวัดไข้ ถูกเข้าใกล้แบบไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ยิ่งเร่งให้ใบหน้าเป็นสีแดงเรื่อ

“ไข้ลดลงแล้วล่ะ วันนี้นายก็กลับไปพักผ่อนที่บ้านซะ” กัปตันแห่งเซชุนแนะ รู้สึกโล่งอกขึ้นมาที่อาโตเบะไม่ได้ป่วยจนเป็นอะไรมาก

“เทสึกะ...” ละล้าละลังอยากจะถามเรื่องที่คุยค้างไว้เมื่อวาน... แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่กล้า แค่เมื่อคืนก็อายจะแย่อยู่แล้ว...

“ขอบใจนะ...” ร่างสูงชิงเอ่ยก่อน จนอาโตเบะกลอกตาอย่างงุนงง “...เรื่องที่นายพูดเมื่อคืน ฉันคิดว่าเข้าใจสิ่งที่นายต้องการจะบอก”

มือใหญ่ลูบเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนแล้วเลื่อนเยื้องมาด้านหน้า บดบังไม่ให้ทั้งคู่เห็นหน้ากันและกัน เทสึกะไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไงเวลาพูดเรื่องแบบนี้... ซึ่งนั่นก็ดีเพราะอาโตเบะไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไงเวลาคุยเรื่องแบบนี้เหมือนกัน

“อย่างที่เคยบอก... ฉันไม่ได้รักนาย แต่ว่า... ก็ไม่ได้รังเกียจอะไร”

“...ถ้านายพูดว่ารังเกียจฉันจะทำให้รู้ว่าเวลาฉันทำตัวน่ารังเกียจจริง ๆ มันจะเป็นยังไง” น้ำเสียงเย่อหยิ่งว่า ตรงกันข้ามกับหัวใจที่ปลาบปลื้ม

เทสึกะหัวเราะ “ก็เป็นซะอย่างนี้ ลดลงบ้างได้มั้ยหน้ากากหยิ่ง ๆ ของนายน่ะ มีแต่จะทำให้ดูแย่ เวลาที่นายบอกอะไรออกมาจากใจน่ะ น่าดูกว่าตั้งเยอะ”

“....น่าอายจะตายไป” บ่นอุบอิบแล้วพลิกตัวหนี กลัวว่าอีกฝ่ายจะเห็นหน้าแดง ๆ ของตัวเอง

“ฉันดีใจนะ ที่นายบอก แต่ฉันยังไม่รู้ว่าฉันคิดกับนายแบบที่นายคิดกับฉันรึเปล่า ฉันคิดว่านายเป็นคนเก่งที่น่าหลงใหล แต่มันอาจจะไม่ใช่ความรัก เข้าใจใช่รึเปล่า”

“ไม่เข้าใจ”

ร่างสูงลอบถอนใจแล้วจึงพูดต่อเมื่อเห็นว่าคนที่นอนอยู่ไม่ได้โวยวายอะไรขึ้นมา ..คงจะพูดไปอย่างนั้นเอง... “ฉันไม่เคยคิดเรื่องอย่างนั้นจริงจังมาก่อน ในหัวฉันมีแต่เทนนิส จะต้องรักษาแขนให้หายโดยเร็ว เพราะฉันอยากแข่งกับนายอีกครั้ง”

อาโตเบะกำผ้าห่มแน่น แม้จะผิดหวังที่เทสึกะไม่เคยมองเห็นอะไรอย่างอื่นนอกจากเทนนิส แต่ก็ใจชื้นขึ้นมาได้บ้างว่าอย่างน้อยเขาก็เป็นหนึ่งในความสนใจ

...คนอย่างนายนี่มัน... โง่เหลือรับจริง ๆ เลย เทสึกะ...

“เพราะอย่างนั้น ช่วยรอจนกว่าแขนฉันจะหาย แล้วมาแข่งกันอย่างภาคภูมิอีกครั้ง ความรู้สึกของนาย ฉันจะเก็บไว้” ร่างสูงนิ่งรอคำตอบสักครู่ แต่ก็มีแต่ความเงียบ “ได้รึเปล่า?”

อาโตเบะค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าคมฉาบรอยยิ้มเย่อหยิ่ง เหลียวมามองกัปตันแห่งเซชุนผู้จริงจัง

เจ็บใจที่ตัวเองถูกตีค่าด้อยกว่าเทนนิส... แต่เทสึกะก็เป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“คนอย่างนายอุตส่าห์เอ่ยปากขอร้องทั้งที จะยอมให้ซักครั้งก็ได้”

...จะยอมว่าง่ายซักครั้งก็ได้...

เทสึกะรู้สึกสบายใจที่การคุยครั้งนี้ลงเอยด้วยดี อาโตเบะแบบเชื่อฟังอย่างนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน... ถ้าพูดที่คิดไปต้องถูกโวยวายใส่อีกแน่ ร่างสูงจึงแค่อมยิ้มแล้วเก็บความคิดไว้

“อะไรล่ะ อ๋า?” อีกคนชักฉุนที่เห็นแววขบขัน ยังไม่ทันจะต่อบทสนทนาเสียงดนตรีคลาสสิคของวากเนอร์ก็ดังขัดจังหวะ อาโตเบะลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ของตน มองที่หน้าจอแล้วก็ต้องหน้าเบ้ ก่อนจะกดตัดสายอย่างไม่ลังเล

...โอชิทาริ... อีกแล้ว น่ารำคาญเสียจริง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ไวเท่าความคิดเจ้าของเครื่องก็กดตัดสายอีกรอบ แต่ฝั่งปลายสายไม่ยอมเลิกรา โทรเข้ามาอีกเป็นครั้งที่สามอาโตเบะจึงยอมกดรับ

“มีอะไร”

“อาโตเบะ...” เสียงทุ้มปลายสายแสดงความดีใจเมื่อได้ยินเสียงคนที่ต้องการ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว “นายอยู่ไหน”

“อยากจะรู้ไปทำไม”

“หรือนายบอกไม่ได้”

ถูกย้อนเข้าแบบนั้น อาโตเบะก็อารมณ์ขึ้นได้ง่าย ๆ จึงกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ดังลั่น “ไม่ใช่กงการอะไรของนาย โอชิทาริ!” ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะปิดบัง แค่ไม่อยากให้ ’คนนอก’ มายุ่มย่ามเรื่องส่วนตัวของตัวเอง

“...ฉันไม่เคยมีความหมายสำหรับนายเลยใช่มั้ย อาโตเบะ” โอชิทาริกล่าวตัดพ้อ ความอดทนที่เคยมีเริ่มจะกร่อนลงไปทุกที สวนทางกับความเอาแต่ใจตัวของกัปตันทีม

“รู้ฐานะของตัวเองดีนี่ โอชิทาริ รู้อย่างนั้นแล้วก็ไม่ต้อง---“

“นายจะมาโรงเรียนใช่มั้ย”

“....พวกนายซ้อมกันเองเถอะ” อาโตเบะเลื่อนมือกดปุ่มวางสาย แล้วเลือกที่จะปิดเครื่อง

“หมอนั่นเป็นห่วงนายนะ” เทสึกะพูดขึ้น เขาสังเกตได้จากท่าทีของโอชิทาริเมื่อวาน

“อ่อนหัดจังนะ เทสึกะ หมอนั่นน่ะไม่คิดเรื่องอื่นนอกจากหาประโยชน์ใส่ตัวหรอก”

ร่างสูงได้แต่ยักไหล่ ป่วยการที่จะเถียงอะไรต่อ “เดี๋ยวทานข้าวเช้า แล้วก็เตรียมตัวกลับได้แล้ว”

“แล้วนายไม่ไปเรียนรึไง” สังเกตขึ้นมาได้เมื่อเห็นร่างสูงอ้อยอิ่งรอเขา เท่าที่ดูดวงอาทิตย์ก็ลอยขึ้นสูงจนแดดเริ่มแรงแล้ว

“...ฉันมีเรื่องต้องเตรียม วันนี้คงไม่ไป” ตอบไปโดยที่มีเรื่องจริงแค่ครึ่งเดียว จริงอยู่ว่ายังมีของต้องเตรียม แต่เขาไม่ได้กะจะหยุดเรียน

...จะให้แกะมือที่จับไว้แน่นออกแล้วทิ้งคนที่นอนอยู่ไว้คงไม่ได้... หรือจะให้ปลุกก็ยิ่งทำไม่ได้เข้าไปใหญ่ ก่อนที่อาโตเบะจะตื่นเขาก็เผลอจ้องหน้าอีกฝ่ายตอนหลับไปไม่รู้นานเท่าไหร่...

...เทสึกะตอบตัวเองไม่ได้ว่าความรู้สึกนี้ใช่ ‘รัก’ หรือไม่...

To be continued...

  • บรรยายไม่ออกบอกไม่ถูก
  • มีใครรู้สึกมั่งว่าเทะมันเจ้าเล่ห์แต่แกล้งโง่
  • รักเบะ ๆ *3*

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

....มันโง่จริง ไม่ได้แกล้ง !!!!!!! อี๊!!!!
แล้วมาทำเหมือนเป็นคนดี อี๊ๆๆๆๆ

เก๋น่ารักกกก น่ารักว้อยยยยยยยยย

...ยังคงสงสารชี่ต่อไป...ถึงมันจะ...หึๆ...

#1 By :nakare: on 2007-10-10 21:33

อยากกรี๊ดดดดด~!! ตอนนี้น่ารักโฮกกก ><!! ชอบอ่านอนจับมือออออออ

ในหัวเก๋ มีแต่คำว่า เทะโง่ หะหะหะหะ

ชอบตอนสุดท้ายที่สุดเลยพี่กี >< ><!!! แอบนอนมองหน้าเค้า~

ปล. 2 เห็นด้วย!!
มีใครรู้สึกมั่งว่าเทะมันเจ้าเล่ห์แต่แกล้งโง่
^
^
ถูกต้องนะคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบ
ฮาๆๆๆๆ เก๋น่ารักแบบนี้แหละ ฮ่าๆๆๆ
ขำ โอยย ชอบบบ อาโตเบะซังอายเป็นด้วยเหรอคะ
55555

ฮิๆๆๆ โง่มากๆระวังชี่คาบไปแดกนะเทะนะ

#3 By Uriel*幸村が大好き!! on 2007-10-11 00:03

โอยยย เก๋เอ๊ยยยยย คราวนี้แกไม่ทำตัวบ้า+หลงตัวเองเพราะฉะนั้นความหมั่นไส้มันจะลดลงมาหน่อย
...เอาวะ...อย่างน้อยมันก็ดูน่ารักขึ้นบ้าง
(ทุกทีทำตัวยังกะจะกดอีเทะเหอะ..เคะประสาไรฟระ)
.
.
รู้สึกว่าเทะโง่แต่แกล้งทำตัวเจ้าเล่ห์ 555

เบะเอ๊ย....คราวหน้าเอ็งไม่รอดชี่แน่ๆ ฟันธง!!!

#4 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2007-10-11 00:22

เท๊ะๆ-----โง่ โง่ โง่ๆๆๆๆๆๆๆ----- (5555 โ
ง่วแบบแอคโค่ววว)

รักเบะเว้ยยยยย ยกเบะให้เราเห๊ออ กร้ากกก
เบะน่ารักกกกกกกกกกกกกก.....

*แอบชอบชี่เบะๆๆๆๆๆ*

ตอนต่อไปละopen-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile

#5 By ย า โ อ [Y a o] on 2007-10-11 01:34

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
อีเก๋บ้า
อีแอ๊บแบ๊วววววววววววววว
สาปส่งงงงงง *ด่าๆๆๆๆๆๆๆๆ*

อีเทะหล่ออออออออออออออ

ฟูอยู่หนายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
*กรีดร้อง*
คนโง่กับคนเจ้าเล่ห์นี่แยกยากนะคะ =w=
อาโตเบะตอนนี้เนี่ย ซะน่ารักเลย

ป.ล. ทำไมบลอคพี่กีแปลกๆ

#7 By Nagi on 2007-10-11 15:53