[Final Fantasy VII Fanfiction] Maybe, Goodbye (1)
posted on 05 Oct 2007 18:46 by keechan in Fiction, FinalFantasy-KingdomHeartsMaybe, Goodbye (1)
นับเป็นเวลาร่วมสามเดือนแล้วที่เขาสองคนอยู่ห้องเดียวกัน แต่สำหรับคลาวด์แล้ว เขาไม่ได้รู้สึกว่าความสนิทสนมจะพอกพูนเพิ่มขึ้นกว่าก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่ ด้วยฐานะของแซคที่เป็นถึงเฟิร์สคลาสโซลเยอร์แล้วก็มักจะเป็นเรื่องปกติที่เจ้าตัวจะถูกเรียกไปทำภารกิจที่โน่นที่นี่ เวลาที่จะได้อยู่ติดห้องก็เลยแทบจะไม่มี ถ้าจะพูดถึงเวลาที่ได้พูดคุยกัน บทสนทนาระหว่างปฏิบัติภารกิจอาจจะมากกว่าเวลาที่อยู่ในห้องนอนด้วยซ้ำ ยิ่งพักหลัง ๆ ชินระกระหน่ำโยนภารกิจหิน ๆ มาให้จนแซคบ่นว่า ใช้กันแบบขูดเลือดขูดเนื้อ แล้วแถมท้ายด้วยว่าถ้ายังโดนจิกหัวใช้ไม่เลิกแบบนี้ เงินดีแค่ไหนก็ไม่ทนอยู่ทำ วันนี้ก็เป็นอีกวันที่พ่อหนุ่มหัวเม่นบ่นเป็นหมีกินผึ้งกลับมา
นายคิดดูนะคลาวด์ มีอย่างที่ไหน เจ้าพวกผู้บริหารนั่งเก้าอี้นั่นน่ะดีแต่สั่ง ไม่เคยบอกที่มาที่ไปอะไรซักอย่าง พวกฉันไม่ใช่หุ่นยนต์นะเฟ้ยถึงจะได้ทำตามแบบไม่ซักอะไรบ้าง แต่พอฉันอ้าปากจะถามทีไรก็จะต้องถูกบอกว่า ทำงานของนายไป ไม่ต้องถาม ทุกที มันน่าเจ็บใจเว้ย!
คลาวด์ห้ามไม่ให้ตัวเองหัวเราะไม่ได้ทุกทีเวลาที่เพื่อนของเขาบ่นเสียยาวเหยียด เพราะทุกครั้งมันก็ไม่พ้นเรื่องเดิม ๆ ไม่ดีรึไง แบบนี้น่ะแปลว่าชินระไว้ใจนายไง น่าภูมิใจออก
เชอะ... เอาไปพูดกับเซฟิรอธของนายเหอะ หมอนั่นก็น่าโมโหเหมือนกัน แทนที่จะช่วยกันแย้งซะหน่อย เพราะบางทีฉันว่าภารกิจที่โดนใช้ให้ไปทำมันดูไม่สมเหตุสมผลยังไงชอบกล แต่นายรู้มั้ย หมอนั่นน่ะไม่เคยจะปริปากถามอะไรซักอย่าง ถึงจะไม่ได้แสดงออกว่าเห็นด้วยหรืออะไรก็เถอะนะ สงสัยว่าเจ้าหมอนั่นคงไร้ความรู้สึกอย่างที่เขาลือกันแล้วล่ะมั้ง แซคประชด จริง ๆ แล้วเขารู้ว่าเซฟิรอธไม่ได้ไร้ความรู้สึกอย่างที่พาลออกไป แต่มันยากที่จะคาดเดาว่านักรบผมเงินคนนั้นคิดอะไร แม้จะได้ปฏิบัติภารกิจด้วยกันมานานเกือบปี เขาก็ยังเข้าหน้าคนอย่างเซฟิรอธได้ไม่สะดวกใจเสียที
คลาวด์เองก็ไม่ได้ใกล้ชิดเซฟิรอธมากขึ้น (แต่เขาไม่ได้หวังอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ!) โอกาสที่จะได้พูดคุยกับชายหนุ่มที่เขาชื่นชมนั้นน้อยยิ่งกว่าน้อย ถึงแม้ว่าในตอนเช้า นับโดยเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 3-4 วันต่อสัปดาห์ คลาวด์จะออกจากห้องพร้อม ๆ กันกับคนห้องข้าง ๆ แต่ด้วยความ... ทั้งกระดากอาย เคอะเขิน หรือจะอะไรก็ตาม แล้วก็ยังเรื่องตำแหน่งอีก จะให้เขาออกปากทักทายคำว่า อรุณสวัสดิ์ ก็คงจะฟังดูพิลึกน่าดู... ทุกทีที่เจออีกฝ่ายคลาวด์ก็ได้แต่ก้มหน้างุดเดินไปตามทาง หรือไม่ก็พยายามไม่จ้องเรือนผมสีเงินยาวนั้นมากเกินไปเวลาที่ได้เดินตามหลัง
แต่เรื่องเหล่านั้น ไม่ได้ทำให้คลาวด์รู้สึก ชื่นชม เซฟิรอธน้อยลงไป เขายังเทิดทูนเซฟิรอธในอุดมคติอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง บางทียังยกแซคไปเปรียบเทียบกับฮีโร่ของตัวเองด้วยซ้ำ
ถ้านายสงบเสงี่ยมได้อย่างเซฟิรอธบ้าง พวกผู้บริหารชินระคงทำงานกันสบายกว่านี้ละมั้ง คลาวด์ย้อนเป็นการเอาคืนที่คู่กรณีมาเสียดสีเซฟิรอธบ้าง น้ำเสียงน่ารักแฝงแววล้อเล่นอยู่ในที แต่คนฟังก็ยังรู้สึกขัดหูอยู่ดี
เออเซ่ ก็ใครมันจะดีเลิศประเสริฐศรีเหมือนฮีโร่ของนายล่ะฮะ หนุ่มหัวเม่นบ่นอุบ ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวเตรียมตัวเข้าห้องน้ำ คอยดูนะ ถ้ายังใช้งานกันไม่บันยะบันยังแบบนี้---
ฉันจะลาออกให้ดู คลาวด์ต่อให้ ใช่มั้ยล่ะ ว่าอย่างรู้ทันแล้วก็ยักไหล่ เขาไม่เข้าใจว่าแซคจะมีปัญหาอะไรกับเรื่องแค่นี้ เป็นถึงเฟิร์สคลาสโซลเยอร์แต่กลับมาบ่นกระปอดกระแปด เชื่อเขาเลย
ฝ่ายคู่สนทนาได้ยินหนุ่มผมบลอนด์ต่อปากต่อคำก็ถึงกับโยนผ้าเช็ดตัวทิ้งแล้วกระโจนเข้าล็อคคอสั่งสอนจนอีกฝ่ายร้องจ้าก
หวา~~!!! จะ... เจ้าบ้านี่ ทำอะไรของนายน่ะ!
พูดจาไม่มีสัมมาคารวะกับรุ่นพี่แบบนี้ก็ต้องสั่งสอนกันบ้างเซ่! นับวันนี่นายชักจะเสียคนใหญ่แล้วนะคลาวด์!
กะ... ก็ใครล่ะเป็นคนบอกให้เลิกทำตัวนอบน้อมน่ะ ห้ะ!
ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักไปมา นึกอยากจะทุ่มอีกฝ่ายให้หงายท้องก็แรงไม่พอ รู้สึกโมโหกับแขนบาง ๆ ของตัวเองขึ้นมาตะหงิด ๆ
ถ้าฉันลาออกขึ้นมาจริง ๆ นายก็เตรียมตัวย้ายสำมะโนครัวไปห้องข้างล่างได้เลย ได้นอนห้องหรูขนาดนี้เพราะใครกันน้านายเนี่ย ชายหนุ่มผมดำแซวโดยที่ยังไม่คลายล็อคออก รัดอีกฝ่ายแน่นจนต้องนอนนิ่งกับเตียงได้เสียสนิท
ให้ตายสิ พูดได้ไม่อายปากอีกแล้ว คลาวด์นึกอยากเถียง เขาไม่ได้เป็นคนขอมานอนที่นี่เสียหน่อย มีแต่แซคนั่นแหละที่เอาแต่ใจอยู่ฝ่ายเดียว
เปล่าประโยชน์ที่จะดิ้น คลาวด์ก็เลยปล่อยให้คนตัวใหญ่กว่านอนทับไปทั้งอย่างนั้น แซคกอดเขาหลวม ๆ ซุกไซ้ใบหน้ากับผมบลอนด์นุ่ม แล้วจึงเอ่ยเสียงเรียบ
พรุ่งนี้... ฉันต้องไปวูไทอีกแล้ว
.............อื้อ คลาวด์รับคำอย่างเคย ไม่มีอะไรที่เขาทำให้ได้ นอกจากรอให้แซคกลับมาอย่างปลอดภัย เหตุผลที่อยากถีบตัวเองขึ้นเป็นโซลเยอร์ระดับสูงเร็ว ๆ เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง อยากจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเพื่อนคนนี้ได้ แต่ฝีมืออันต่ำต้อยของตัวเองดูจะไม่เป็นใจเอาเสียเลย
ฉันอยากจะแข็งแกร่งขึ้นเร็ว ๆ จังนะ หนุ่มน้อยผมบลอนด์พึมพำ ดังพอที่อีกฝ่ายจะได้ยิน มือใหญ่ยกขึ้นขยี้ศีรษะอย่างนึกเอ็นดู
นายทำได้น่า รอให้โตกว่านี้อีกหน่อย รับรองตามฉันทันแน่
อุปสรรคอย่างหนึ่งก็ไอ้รูปร่างที่ดูยังไงก็เรียกได้ว่าบอบบางนี่แหละ ต่อให้ฝึกหนักยังไงก็ไม่ทำให้ฝีมือกระเตื้องมากขึ้นเท่าไหร่ แซคมักจะพูดอย่างนั้นเพื่อปลอบใจ เขาก็ได้แต่หวังว่าอีกซักครึ่งปีหรือปีนึงคงจะได้เข้าใกล้สิ่งที่ฝันไว้ขึ้นมาบ้าง
แต่ฉันน่ะ... มาถึงตอนนี้ไม่อยากให้นายเป็นโซลเยอร์เลยนะ
คนฟังพลันใจเสีย รีบหันขวับมาหา ทะ.. ทำไมล่ะ
ดวงตาสีดำอมเขียวสะท้อนของมาโคกำลังจ้องมองอยู่ แซคถอนใจแล้วลุกออกไป ช่างเถอะ... บางทีฉันอาจจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหน่อย
ร่างสูงหันหลังเข้าห้องอาบน้ำไป ปล่อยให้คลาวด์นั่งหงอยเก้ออยู่อย่างนั้น เด็กหนุ่มเพียงแต่ยกมือขึ้นกุมต่างหูสีฟ้าใสที่หูซ้าย ทั้งเขาและแซคต่างมีต่างหูแบบเดียวกันคนละข้าง เป็นของขวัญที่เจ้าของห้องให้มาหลังจากเขาย้ายเข้ามาอยู่ด้วยไม่นาน นับแต่วันที่ได้รับของชิ้นนี้มาเขาก็ไม่เคยถอดมันออก คิดว่าอีกฝ่ายเองก็คงเหมือนกัน...
หมายความว่ายังไง.. เขาไม่ควรจะเป็นโซลเยอร์งั้นหรอ?
คลาวด์ได้แต่เก็บคำถามที่งุนงงไว้ในใจ ไม่ใช่ว่าเขาเกรงใจที่จะซักต่อ แต่เพราะลึก ๆ แล้วเขากลัวมากกว่า ถ้าแซคจะพูดว่าอย่างเขาคงไม่มีทางเป็นเฟิร์สคลาสโซลเยอร์ได้ นั่นเป็นความฝันหนึ่งเดียวของเขา ฝันที่จะเก่งกาจเหมือนเซฟิรอธ แกร่งพอที่จะปกป้องเพื่อนอย่างที่ให้คำสัญญาไว้... แซคเป็นคนใจดี ถึงได้ไม่พูดออกมาตรง ๆ
ถ้าความจริงมันเป็นอย่างนั้น.... เขาควรจะทำยังไงต่อไปดี?
To be continued...
- คู่ข้าวใหม่ปลามัน???
- ควรจะเป็นแซคคลาวด์ เห็นบทเซฟิรอธกรุณาอย่าตกใจ
- ทำไมดูมันเขียนได้สั้นจัง???
- สั้นกว่าเทะเก๋อีก =w=
- วันนี้เพิ่งดู AC แก้เสี้ยนมา... เห้อ คลาวด์หล่อคิ้ว ซากุซากุขา~
- อัพทุกวันเลย ปิดเทอมแล้วว่าง (ทีสิดไม่ทำ?)


)
นี่ถ้าคลาวด์ได้อ่านเมลล์จากF.C.พันธุ์แท้ของเซฟิรอสจากมือถือของแซ็คล่ะก็...มิช็อกตายไปเลยรึนี่ วาดภาพซะหรูเริ่ดขนาดนั้น=A=
(งานอดิเรกของเหล่าเฟิร์สคลาสยามว่างคือการปาดาบไปปักบนแอปเปิ้ลที่วางบนหัวของอีกฝ่าย...คนที่ชนะคือท่านเซฟิรอสเสมอ!,เส้นผมอันสลวยเงา
งามของท่านเซฟิรอสใช้แชมพูของชินระ กลิ่นต่างๆกันไป เช่น กุหลาบ(!)(ที่เหลือจำไม่ได้ จำได้แต่กุหลาบ ก๊าก) แต่เหมือนๆกันคือ สระ1ครั้งใช้1ขวด...)
จะว่าไป...ข่าวจากแฟนคลับนี่ตกลงมันจริงรึไม่จริงนะ
#1 By -shinya- on 2007-10-05 19:11