[Tenipuri Fanfiction] Oblivion... (6)

posted on 03 Oct 2007 16:15 by keechan  in Fiction

*Shounen-ai Warning*

Oblivion... (6)

สมาชิกชมรมเทนนิสแห่งเซชุนวันนี้ก็ยังซ้อมกันขยันขันแข็งเหมือนเดิม กัปตันทีมที่แม้ยังไม่สามารถลงเล่นได้ยังคงทำหน้าที่ของตนในการดูแลลูกทีมให้ฝึกซ้อมอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเป็นกิจวัตร

ร่างสูงยืนกอดอกอยู่ข้างคอร์ท ดูจากมุมไหนก็เป็นกัปตันที่จริงจังน่าเคารพนับถือ สายตามาดมั่นนั่น นาน ๆ ครั้งจะเหลียวมองไปที่ทางออกหน้าประตูโรงเรียน ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะหวังอะไร ในเมื่อผลักใสไปขนาดนั้นหมอนั่นคงไม่ตามตื้อมาถึงที่อีก

...พูดแรงไปรึเปล่านะ... คนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างหมอนั่นจะทนได้รึเปล่า เทสึกะอดคิดเป็นห่วงไม่ได้ อาโตเบะเอาจริงถึงขนาดยอมมอบ 'ครั้งแรก' ให้เขา... แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เทสึกะบอกว่ารัก ในเมื่อเขาไม่เคยรู้สึกแบบนั้น และอีกฝ่ายก็ไม่เคยบอกว่า 'รัก' เขาเหมือนกัน

"เทสึกะ วันนี้ดูเหม่อ ๆ นะ" อัจฉริยะแห่งเซชุนเข้ามาทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเคย ทำไมเขาจะไม่สังเกตเห็นว่าเทสึกะเหล่ไปมองที่ไหน คงต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ ๆ

"...งั้นหรอ"

"มีอะไรกับอาโตเบะรึเปล่า" ฟูจิถามเข้าตรงจุดทันที ทำเอาคนฟังสะอึก

...จะให้บอกได้ยังไงว่าเขา 'มีอะไร' กับอาโตเบะไปแล้ว...

"ฉัน... ไม่เข้าใจหมอนั่นเลย"

"ฮะฮะฮะ เทสึกะนี่จริงจังจังเลยนะ คนอย่างอาโตเบะน่ะ ดูง่ายออกจะตาย"

ใบหน้าหล่อเหลาเหลียวมาหา บอกเป็นนัยว่าเจ้าตัวอยากรู้คำตอบเต็มที "หมอนั่นน่ะ มาห้ามไม่ให้ฉันไปเยอรมัน โวยวายหลายอย่างที่ฉันฟังไม่รู้เรื่อง ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองแท้ ๆ" ร่างสูงว่า

ฟูจิหัวเราะคิกคักในความไร้เดียงสาเหลือเชื่อของกัปตันทีมของตน "รู้มั้ย ว่าผมน่ะ ก็ไม่อยากให้เทสึกะไปเหมือนกัน แต่เพราะว่ารู้ว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด เทสึกะจะได้กลับมาเล่นเทนนิสอย่างที่ชอบได้อีกเร็ว ๆ แล้วก็เพื่อทีมด้วย ผมถึงได้ไม่โวยวาย ทุกคนเองก็เหมือนกัน"

"อืม... ฉันต้องขอบใจพวกนายทุกคนด้วยที่เข้าใจ" น้ำเสียงเอาการเอางานตอบกลับ ถ้าให้เปลี่ยนอารมณ์ให้เป็นทางการรู้สึกเทสึกะจะทำได้คล่องทีเดียว

"อื้ม อาโตเบะเอง ก็คงไม่อยากให้เธอไป ตามสไตล์ของเขานั่นแหละ" ฟูจิให้คำอธิบายที่ไม่ได้ทำให้เข้าใจมากขึ้นเท่าไหร่ น้ำเสียงแฝงความเหยียดหยันซ่อนไว้มิดชิดพอที่อีกคนจะจับไม่ได้

จนถึงตอนนี้เทสึกะก็ยังตีความหมายการกระทำของอาโตเบะไม่ออก หมอนั่น... ขอให้เขานอนด้วย เพื่ออะไร?

ร่างบางแตะไหล่ซ้ายของเทสึกะเบา ๆ ส่งยิ้มหวานแล้วเอ่ย ผมน่ะ ถ้าเพื่อเทสึกะแล้ว อะไรก็คงยอมได้ทุกอย่าง เพราะงั้นต้องรีบหายแล้วกลับมาเร็ว ๆ นะ

กลับมาอยู่ข้างผม... เหมือนเดิมไง

อืม... เทสึกะรับคำด้วยความตั้งใจ เรื่องของอาโตเบะควรสลัดออกไปจากหัวได้แล้ว สิ่งที่ควรจะคิดถึงอย่างจริงจังตอนนี้คือเรื่องการเล่นเทนนิสเท่านั้น

นี่อาจจะเป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งของเทสึกะ คุนิมิตสึ... เข้มงวดเกินไป แม้แต่กับความรู้สึกของตัวเอง

หลังจากดูแลการซ้อมเรียบร้อยแล้ว เหล่าสมาชิกในชมรมก็ทยอยกันกลับบ้าน เมฆครึ้มที่ขมุกขมัวมาตั้งแต่บ่ายกลั่นตัวลงมาเป็นสายฝนปรอย ฟูจิมาชวนเขาเดินกลับบ้านด้วยกันซึ่งเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ ระหว่างทางมักจะเป็นฟูจิที่ชวนคุยโน่นนี่ตลอดเวลา เป็นเรื่องปกติเพราะเทสึกะไม่ค่อยจะเริ่มบทสนทนาเองอยู่แล้ว อัจฉริยะแห่งเซชุนยังพูดคุยด้วยท่าทีสบาย ๆ และแทบไม่พูดถึงเรื่องที่เขาต้องไปไกลถึงเยอรมันเลย

งั้น... ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ เทสึกะ ใบหน้าเปื้อนยิ้มกล่าวคำอำลาอย่างทุกที ท่ามกลางเสียงฝนกระทบลงพื้นดิน เทสึกะตอบรับไปเรียบ ๆ กิจวัตรประจำวันนี้คงหายไปพักหนึ่งเมื่อเขาไม่อยู่ คิดแล้วก็อดเหงาขึ้นมาไม่ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะไปคิดถึงอะไรที่ยังมาไม่ถึง

ยังมีอะไรอีกเยอะที่ต้องทำ...

ฝนที่ตกโปรยปรายเริ่มเทลงมาหนักขึ้น เทสึกะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แม้จะมีร่มแต่ถ้ามัวเอ้อระเหยอยู่ พอฝนตกแรงเข้าก็อาจจะเปียกได้เหมือนกัน ร่างสูงเดินลิ่วจนอีกไม่ไกลก็จะถึงบ้านตัวเอง แต่สิ่งที่เห็นนั้นทำเอาคิ้วขมวด

อาโตเบะ... กับ โอชิทาริ?

ทั้งคู่กำลังโต้เถียงอะไรบางอย่างอยู่ แต่เสียงฝนกลบดังจนไม่ได้ยินในระยะห่างแบบนี้ สายน้ำที่กระหน่ำเทลงมาจากฟ้าทำให้ทั้งสองคนเปียกปอนจนชุดนักเรียนชุ่มไปหมด ที่สำคัญกว่านั้น... ทั้งอาโตเบะและโอชิทาริทำไมถึงได้มาอยู่หน้าบ้านเขาได้?

เทสึกะก้าวเข้าไปให้นักเรียนเฮียวเททั้งสองคนรู้ถึงการมาของตน โอชิทาริที่เห็นเขาเดินเข้ามาก่อนจู่ ๆ ก็คว้ามือคู่สนทนาของตนราวกับไม่อยากจะเจอหน้าเขา

กลับ! อาโตเบะ

ท่อนแขนที่ฉุดรั้งร่างเพรียวถูกสะบัดจนหลุด อาโตเบะเซไถลถอยหลังจนเกือบจะชนเทสึกะถ้าร่างสูงไม่ได้ช่วยประคองไว้ก่อน อาโตเบะเหลียวมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาไม่พอใจ ท่าทางอารมณ์แย่ ๆ จะถูกเอามาลงที่เทสึกะเสียหมด

กว่าจะกลับมาได้ เสียงบ่นพึมพำมาเป็นอย่างแรก แต่เทสึกะไม่สนใจ

พวกนายมาทำอะไร กัปตันแห่งเซชุนถามเสียงกร้าว แต่ก็ไม่ลืมที่จะเผื่อแผ่ใต้ร่มให้คุณชายที่เปียกซ่ก

โอชิทาริไม่เกี่ยว

อย่าเหมาว่าฉันอยากยุ่งเรื่องของนาย

คำตอบดูเหมือนนัดกันมา แต่โอชิทาริกลับตีหน้าถมึงทึงใส่กัปตันของตน ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายมาที่อีกคน นี่เป็นเรื่องของฉันกับอาโตเบะ หวังว่านายคงไม่เข้ามายุ่งนะ เทสึกะ

พูดผิดแล้ว โอชิทาริ นี่น่ะ เรื่องของฉันกับเทสึกะ นายไม่เกี่ยว อาโตเบะค้าน

...จะไม่ว่าอะไรเลยถ้าไม่เลือกที่โต้เถียงเป็นหน้าบ้านเขา... เทสึกะคิดอย่างหงุดหงิด อยากจะทิ้งทั้งสองคนไว้ทั้งอย่างนั้นแล้วเดินเข้าบ้านไปแบบไม่เหลียวแลด้วยซ้ำ แค่อาโตเบะคนเดียวก็เสียเวลาพอแล้ว เขาไปทำกรรมอะไรไว้กับเฮียวเทกันนะ

ร่างเพรียวที่เปียกชุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าตัวมายืนรอนานเท่าไหร่แล้ว ไหล่บางสั่นสะท้านน้อย ๆ ด้วยความหนาวเย็นจากสายฝน รถยนต์คันหรูจอดอยู่ไม่ไกล ทว่าเป็นคนละคันกับทุกที อาโตเบะคงจะเปลี่ยนรถละมั้ง... เทสึกะไม่อาจทนให้อีกฝ่ายยืนหนาวสั่นอยู่ได้จึงออกปาก กลับไปเถอะ อาโตเบะ เราไม่มีอะไรจะคุยกันแล้ว

ไงล่ะ อย่างที่ฉันบอกใช่มั้ย หยุดทำเรื่องไร้สาระเถอะน่า อาโตเบะ

โอชิทาริ ไม่ใช่เรื่องของนาย! เน้นคำชัดถ้อยเสียงดังจนกลบเสียงฝน เขาอารมณ์เสียมามากพอแล้วทั้งกับไอ้ฝนบ้า ๆ นี่ ทั้งคนที่พูดอะไรไม่ยอมฟังอย่าโอชิทาริ และคนที่พูดไม่รู้เรื่องอย่างเทสึกะ

ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินปัดปอยผมที่เปียกลู่ลงมาด้านหน้าแสดงความขัดใจ สายฝนที่ตกหนักดูจะยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้มากขึ้น โอชิทาริเริ่มจะเห็นแล้วว่าสาเหตุที่อาโตเบะแปลกไปคงจะไม่พ้นผู้ชายคนนี้ ...เทสึกะ คุนิมิตสึ... คนอย่างนายมีอะไรดีตรงไหนให้อาโตเบะสนใจกัน

โอชิทาริกระชากแขนเรียว ในเมื่อพูดแล้วไม่ฟังก็จำเป็นต้องใช้กำลังล่ะนะ... คราวนี้มือใหญ่ยึดข้อมืออีกฝ่ายแน่น ไม่ยอมให้สลัดหลุดได้เหมือนเมื่อกี้ เกี่ยวมากเลยล่ะ อาโตเบะ เพราะนายเป็นกัปตันของฉัน โอชิทาริเถียงกลับ พยายามเลือกใช้คำที่จะไม่เปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของตนเองไป ...ต้องไม่ใช่ในสถานการณ์แบบนี้.... และเขายังให้เกียรติอาโตเบะพอที่จะไม่พูดอะไรที่จะทำให้เสียหน้า

ปล่อย โอชิทาริ!อาโตเบะถูกดึงออกไปเพราะไม่อาจสู้แรงที่เหนือกว่าได้ในสภาพเช่นนี้ แต่กระนั้นก็ยังดึงดันขืนแรงไว้เสียจนข้อแข็งเกร็ง

หมอนี่... เกิดบ้าอะไรขึ้นมา! อาโตเบะคิดอย่างหัวเสีย โอชิทาริไม่เคยมีท่าทีต่อต้านเขารุนแรงขนาดนี้

ทำไมต้องเข้ามายุ่ง!

เทสึกะที่ไม่สามารถทนมองอยู่ได้เข้าไปขวางเพื่อไม่ให้อาโตเบะหาเรื่องเจ็บตัวไปมากกว่านี้ ร่างสูงทิ้งร่มให้ตกลงพื้น ดึงร่างโปร่งให้พ้นจากการเกาะกุม โอชิทาริกุมข้อแขนแน่นเสียจนเป็นรอยแดงชัด แขนที่สำคัญข้างนี้ควรจะรักษาให้ดี ไม่ใช่กระชากรุนแรงด้วยอารมณ์แบบนี้ มีอะไรค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จากันสิ โอชิทาริ

...หึ ฝ่ายถูกตำหนิหัวเราะขึ้นจมูก ค่อย ๆ พูด? อยากหัวเราะใส่หน้าจริง ๆ เทสึกะ เขายืนคุยกับอาโตเบะตั้งแต่ฝนยังไม่ตกถึงตอนนี้แล้วอีกฝ่ายก็ยังไม่ฟัง ยังจะต้องเสียเวลาคุยอีกรึไง

หัวเด็ดตีนขาดยังไงวันนี้อาโตเบะไม่มีทางกลับไปง่าย ๆ ยิ่งจะให้ขึ้นรถโอชิทาริกลับยิ่งไม่ต้องหวัง แม้ว่าจะหนาวเย็นจนตัวสั่นแค่ไหน เขาไม่อยากจากเทสึกะไปในสภาพแบบนี้

เมื่อได้สัมผัสผิวกายที่เย็นเฉียบราวน้ำแข็งก็ทำให้เทสึกะใจอ่อน ท่าทางอาโตเบะคงไม่ยอมกลับไปง่าย ๆ จะปล่อยทิ้งไว้กลางสายฝนแบบนี้ให้นานกว่านี้ก็ดูท่าจะไม่ดี แม้จะดูเหมือนยุ่งเรื่องไม่เข้าท่าอย่างที่โดนว่า แต่เทสึกะก็คิดว่าเป็นทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด

โอเค อาโตเบะ ฉันยอมแพ้ อยากจะคุยอะไรก็ได้ แต่ไปจัดการทำให้ตัวแห้งซะก่อน ปล่อยไว้อย่างนี้นายสองคนจะแย่เอา

โอชิทาริยิ่งฉุนเมื่อเทสึกะเผื่อแผ่ความเห็นใจมาให้ เขาคิดจะกระชากอาโตเบะกลับมาแล้วลากขึ้นรถไปเสียเลย แต่ขืนทำอย่างนั้นมีหวังเรื่องได้ย่ำแย่กว่านี้ อาโตเบะก็สภาพไม่ดียิ่งกว่าเดิม ตั้งแต่ดึงดันจะเดินมาเอง แถมยังตากฝนอีกนานสองนาน ใบหน้าที่ดูซีดอยู่แล้วตอนนี้แทบจะไม่มีสีเลือด

อัจฉริยะแห่งเฮียวเทตัดใจทิ้งกัปตันที่รักไว้เบื้องหลัง ไหน ๆ เทสึกะก็จะไปเยอรมันอยู่แล้ว ต่อให้อาโตเบะคิดจะทำอะไรคงไม่มีผล โอชิทาริหันหลังเดินกลับไปที่รถของตนที่จอดรออยู่ เหลียวสายตามามองเทสึกะที่ไม่เปลี่ยนสีหน้า แล้วทิ้งคำพูดไว้ให้กัปตันของตน

ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกนะ อาโตเบะ

อยากจะตะโกนกลับไปว่า ไม่ใช่เรื่องของนาย แต่สายตากลับพร่ามัว ไม่ใช่เพราะสายฝนที่กำลังเทลงมา ด้วยสาเหตุอะไรซักอย่างอาโตเบะไม่สามารถปรับโฟกัสให้ชัดได้ ฝ่ายเทสึกะก็ไม่รอช้า เมื่อโอชิทาริเลิกโต้เถียง ร่างสูงจึงดึงคนที่มาหาเรื่องถึงบ้านเข้าข้างใน

ตัวนายเย็นเกินไปแล้ว ต้องรีบทำให้อุ่นขึ้น ดูเป็นคำพูดที่เหมือนพูดกับตัวเองมากกว่าที่จะว่ากล่าวอีกฝ่าย เทสึกะกึ่งลากกึ่งจูงอาโตเบะที่เดินโซเซมาถึงห้องนอน แล้วจึงโยนผ้าเช็ดตัวผืนหนาให้ ก่อนจะผละตัวไปเตรียมน้ำอุ่น ไม่ได้สนใจตัวเองที่เปียกปอนไม่น้อยไปกว่ากัน

อาโตเบะที่ยังรู้สึกมึนไม่หายถึงกับหมดแรงยืนแล้วทรุดลงไปกับพื้น ทั้ง ๆ ที่ร่างกายเย็นเฉียบ แต่ลมหายใจกลับร้อนผ่าว ...บ้าจริง... หมอนั่นต้องมาเห็นสภาพน่าสมเพชแบบนี้ ร่างเพรียวได้แต่กอดตัวเองแน่น หนาวเสียจนอยากจะหลับไปให้ไม่รู้สึกอะไร แต่พิษไข้ที่รุมเร้าร่างกายเป็นอุปสรรค

เทสึกะก้มลงดูอาการของคนที่ตัวสั่นเทา มืออุ่นแตะแขนและหน้าผากอีกฝ่ายแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว ไข้สูงนะ ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าให้นอนพัก

ดันทุรังออกมาตากฝนให้ได้อะไรขึ้นมา

ลุกไหวรึเปล่า ถึงจะไม่อยาก แต่ถ้าหมอนี่ไม่สบายจนเดินไม่ไหวจริง ๆ เขาคงต้องจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ อาโตเบะเงยหน้าขึ้นมองเขา ลมหายใจร้อนกระทบฝ่ามือ

ฉันจัดการเองได้ คนปากแข็งฝืนลุกขึ้น เดินเข้าห้องน้ำไปแบบโงงเงนเต็มทน ไม่อยากให้เทสึกะมาเวทนาไปมากกว่านี้

ชุดนักเรียนเปียกปอนถูกถอดกองไว้ อาโตเบะเปิดฝักบัวให้สายน้ำอุ่นไหลรดศีรษะ รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ความอบอุ่นมาแทนที่ แต่อาการมึนศีรษะยังไม่หายไป ร่างเพรียวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายาครองสติไว้ให้คงที่ ถ้าคนอย่างเขาเป็นลมล้มพับไปตรงนี้คงไม่ใช่เรื่องดีแน่

กระพริบตาถี่ ๆ แล้วก็ยังปรับโฟกัสไม่ได้เสียที ยิ่งเพิ่มอารมณ์หงุดหงิดให้มากขึ้น ขาทั้งสองข้างก็ยังสั่นระริกอยู่ไม่หาย นึกสาปแข่งร่างกายที่ไม่ได้ดั่งใจนี้เสียจริง

เมื่อคิดว่าถึงเวลาที่ควรจะเช็ดตัวให้แห้งจึงยื่นมือไปปิดก๊อกน้ำ สติกลับพร่าเลือนไปชั่วขณะ อาโตเบะยันมือกับผนังเบื้องหน้าเพื่อยันตัวไว้ไม่ให้ล้ม

...เขาเป็นอะไรไป... ทำไมต้องมาอ่อนแอในเวลาแบบนี้

อาโตเบะ ออกมาเช็ดตัวได้แล้ว เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเพื่อเป็นการตรวจว่าอีกฝ่ายไม่ได้หมดสติคาห้องน้ำไปเสียก่อน อีกอย่างก็เกรงว่าปล่อยให้ตัวเปียกนาน ๆ เข้าก็คงจะไม่ดีเหมือนกัน เทสึกะเตรียมทั้งผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนให้ กะว่าอีกฝ่ายเรียบร้อยเมื่อไหร่จะได้ยื่นให้ทันที

เสียงเรียกเหมือนจะช่วยดึงสติกลับคืนมาได้บ้าง อาโตเบะปิดฝักบัว พาร่างที่เปลือยเปล่าก้าวออกมา เมื่อประตูแง้มออกเทสึกะจึงยื่นผ้าเช็ดตัวผืนหนาพร้อมเสื้อผ้าที่ตระเตรียมไว้ให้ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณชายรับไปโดยไม่โตเถียง แค่พยายามเก็บแรงไว้ให้ยืนตรง ๆ ได้ก็ยังยากเต็มที นับประสาอะไรจะไปต่อปากต่อคำ

ฝ่ายเทสึกะจัดการเปลี่ยนเสื้อ เช็ดผมที่เปียกชื้น แล้วเตรียมน้ำชาอุ่น ๆ ไว้ให้ เขาไม่คิดจะเริ่มถามอะไร จนกว่าอีกฝ่ายจะพร้อมที่จะตอบ ที่จริงแล้วเขาไม่มีอะไรจะคุยอย่างที่ว่าไว้ตั้งแต่แรก

ตอนแรกอาโตเบะลังเลที่จะรับถ้วยชาที่เขายกมาให้ สาเหตุคงไม่มีอะไรนอกจากมัน เสียฟอร์ม แต่ไม่นานมือเรียวนั้นก็ยอมรับน้ำชาไปดื่มแต่โดยดี

ใบหน้าที่เมื่อครู่ดูซีดเซียวไปถนัดตาเริ่มซับสีเลือดขึ้นมาบ้าง แต่ไข้สูงคงไม่ได้ลดลงไปง่าย ๆ เทสึกะหยิบโทรศัพท์เครื่องหนึ่งจากกระเป๋าของอาโตเบะแล้วยื่นให้ โทรบอกคนที่บ้านให้มารับซะ

อาโตเบะทำหน้ายู่ นายหยิบผิดเครื่อง เทสึกะ เครื่องนี้มีไว้โทรออกต่างประเทศ

..ก็สงสัยอยู่ว่าหมอนี่จะพกโทรศัพท์ไปทำไมตั้ง 4 เครื่องแถมด้วย PHS อีกหนึ่ง... ขณะที่จะโยนกระเป๋าให้ทั้งใบ อาโตเบะก็ขัดขึ้นก่อน

แล้วฉันก็ไม่คิดจะกลับด้วย

เทสึกะไม่สนใจ เขาห่วงสุขภาพของอาโตเบะมากกว่าเรื่องเหลวไหลที่มาคอยตามตื้อ เครื่องไหน?

ทำไมถึงอยากให้ฉันกลับ อาโตเบะตอบไม่ตรงคำถาม

จะเอาอะไรอีก อาโตเบะ สายตาเข้มงวดเตือนกลาย ๆ ว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น อาโตเบะจึงคว้าโทรศัพท์ขึ้นโทรทำให้ร่างสูงโล่งใจขึ้นมาว่าอีกฝ่ายจะหยุดตอแยเสียที แต่คำพูดที่กรอกลงผ่านโทรศัพท์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด

วันนี้ฉันไม่กลับนะ ไม่ต้องห่วง แค่นี้ล่ะ

ทิ้งข้อความประโยคเดียวง่าย ๆ แล้วกดปิดโทรศัพท์ เทสึกะกอดอกเครียดขึง จ้องมองอีกฝ่ายอย่างคาดโทษ

คิดจะทำอะไร

ค้าง

อาโตเบะ!

น้ำเสียงดุจริงจังจนอดหัวเราะไม่ได้ อาโตเบะหัวเราะเสียงดังอย่างสนุกสนาน ท่าทีตื่นตูมของอีกฝ่ายช่างน่าตลกเสียจริง แต่แล้วเสียงหัวเราะอวดดีก็เงียบเสียงลง อาโตเบะช้อนสายตาขึ้นมองกัปตันแห่งเซชุนอย่างไม่เข้าใจ

ทำไม... นายถึงทำให้ฉันเป็นแบบนี้ เทสึกะ

ร่างสูงลดความตึงเครียดลง อาโตเบะในตอนนี้ไม่เหมือนเดิม

ฉันทำอะไร?

ทุกอย่าง เพราะร่างกายที่กำลังอ่อนแอหรืออะไรไม่รู้ ทำให้อาโตเบะอยากพูด... อยากบอกความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกไป ฉันไม่สามารถสลัดภาพของนายออกไปจากหัวได้ ทั้ง ๆ ที่ทุกทีคิดถึงแต่ตัวเอง ฉันไม่เคยสนใจว่าคนอื่นจะทำอะไรหรือเป็นยังไง แต่ทำไมฉันต้องสนใจนาย อยากให้นายมองแต่ฉัน เป็นของฉัน... ความคิดพวกนี้มันมาจากไหนก็ไม่รู้

...มันเริ่มจากแค่ความรู้สึกชื่นชม คู่แข่งที่ดี ผู้ชายที่น่าท้าทาย.. มือเรียวกุมถ้วยชาอุ่นแน่น เหลียวมองใบหน้าอีกฝ่ายเพื่อสังเกตการโต้ตอบบ้าง

มารู้ตัวตอนนี้ ฉันก็ถลำลึกจนไม่อาจะหยุดตัวเองได้

เทสึกะเพียงแต่ยืนนิ่ง ไม่แตะต้อง ไม่สัมผัส สบดวงตาสีน้ำเงินเข้มอย่างใคร่รู้ อาโตเบะเหมือนเด็กน้อยที่เรียกร้องความสนใจไม่สำเร็จ แล้วจึงตัดสินใจบอกความต้องการในใจที่แท้จริงออกมาตรง ๆ

ฉัน........ อาโตเบะยิ่งรู้สึกกดดันเมื่อเทสึกะเอาแต่เงียบ กลั้นใจ... แล้วพูดออกไป

ฉันคิดว่าฉันคงจะรักนาย

.

.

.

.

To be continued...

  • เขียนอะไรดี...
  • เพิ่งเขียนฉาก NC ของ "คู่นั้น" เสร็จ
  • ฟูน่ากลัว...
  • ชี่ก็น่ากลัว...
  • เก๋น่ารัก... อุฮิ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

....เก๋น่ารักแฮะ..ฮิ

ฟูสยอง..

เทะโง่...


สงสารชี่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

#1 By :nakare: on 2007-10-03 16:30

ฟูน่ารัก
ชี่น่ารัก

อาโตเบะโคดน่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกก

#2 By ย า โ อ [Y a o] on 2007-10-03 17:47

...แน่จริงก็ใจอ่อนเลยสิเทะ หึหึ
(โอยขำเรื่องโทรศัิพท์ ใครหยิบถูกก็บ้าละ 555)

ฟูนี่ดาราร้ายสมทบฝ่ายหญิง แล้วชี่เป็นดาราร้ายสมทบฝ่ายชายสินะ

#3 By Uriel*幸村が大好き!! on 2007-10-03 23:47

ฟู ฟู ฟูววววววววววววววววววว
เริ่ดมว๊ากกกกกกกกกกกกก เริ่ดMAX!!

อีเก๋บ้า บ้า อี๊ อีคุณหนูเอาแต่ใจ อีโอเระซาม้า ยี้-----

ชี่ เริ่ด แดกให้ได้ โอมมมม กุเชียร์

เทะหล่อ กระบือ หล่ออออ มีอีงามอยู่ข้างๆไม่รู้จักแล อีผู้ชายบ้าเทนนิส แต่หล่ออออออออออออออ
ฟูจิ =[]= อย่างกับนางร้ายยยยย~!!

เทะ ซื่อบื้อดี.... มากด้วย -*-

จะให้บอกได้ไงว่า มีอะไร กับอาโตเบะไปแล้ว... -*- เค้าถามแบบนั้นเรอะ...แหม น่าร๊ากกก

เก๋น่ารักมากกกกก~!!! น่าร๊ากกกกก เทะอย่างี่เง่า~!! กินเลย! (ไม่ใช่แร่ะ..)

รออ่านต่อน้า ทิ้งทวนให้คนอ่านดิ้นตายนะเนี่ย!
เทะฟูวววววววววว เทะฟูววววววววว

ฟูจ๋า อั่งอั๊ง น่ารัก ออกมากะต๋อยนึงแต่ก็น่าร๊ากกกก

ชี่...รู้สึกสมน้ำหน้ามันยังไงไม่รุ ฮ่าๆๆๆๆ

เก๋...อี..อี... โอ๊ย ด่าไม่ถูก ระวังนะแกอีชี่มันจะจับกดเอา

เทะ หล่อออออ พระเอกกกกก คนดี น่ารัก ทำอะไรก็ดี ใจดีอีกตะหาก

#6 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2007-10-04 23:18

ฟูจิเป็นนางอิจฉาเต็มตัวไปแล้วสินะ
นางเอกเราท่าจะลำบากแล้วสิ อิอิ

เทะจะโง่ไปไหนคะนั่น โฮกกกกกกกกกกก

เอาล่ะมาสารภาพรักกันซึ่งๆหน้าแล้ว จำทำยังไงต่อไป หุหุ

รออ่านต่อๆ

#7 By Mercutery on 2007-10-05 00:30