[Tenipuri Fanfiction] Oblivion... (5)
posted on 23 Sep 2007 18:11 by keechan in Fiction*Shounen-ai Warning*
Oblivion... (5)
อาโตเบะไม่มาโรงเรียน... เกิดอะไรขึ้นนะ
โอชิทาริ ยูชิ เหม่อออกไปนอกหน้าต่างในชั่วโมงเรียนอย่างนึกสงสัย วันก่อนเขาเห็นเทสึกะมาที่นี่ เหมือนกับว่ามาคอยอาโตเบะ ซึ่งคิดดูแล้วมันไม่น่าจะเป็นไปได้ ถ้าเขาไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองก็คงจะไม่เชื่อว่าอาโตเบะเรียกเทสึกะให้ขึ้นรถคันเดียวกัน แต่พอวันต่อมาอาโตเบะก็กลับดูอารมณ์เสียอย่างไร้เหตุผลเสียจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้นอกจากคาบาจิ
โทรศัพท์ไปก็ไม่รับ โทรเข้าบ้านก็ได้คำตอบแต่ว่ายังนอนอยู่ ทุกทีอาโตเบะไม่เคยละเลยตารางเวลาตัวเองอย่างไร้ความรับผิดชอบแบบนี้ ยิ่งเพิ่มความข้องใจใหโอชิทาริมากขึ้น รู้สึกว่าผิดพลาดไปที่ละสายตาจากอาโตเบะ รู้อย่างนี้ตอนกลับบ้านเมื่อวานน่าจะตามไปทุกฝีก้าว
อาโตเบะของเขา... อาโตเบะ เคย์โกะผู้สง่างาม ไม่เคยเห็นใครคนอื่นอยู่ในสายตานอกจากตัวเอง ช่างน่าเชยชมเฉกเช่นกุหลาบงามที่บานสะพรั่งเต็มที่ หากแต่กุหลาบนั้นถูกรักษาฟูมฟักอยู่ในเรือนกระจก ยากนักที่จะเข้าไปเด็ดก้านมาไว้เป็นของตัว
โอชิทาริแค่กำลังรอเวลา... ปล่อยให้กุหลาบนั้นชูช่ออวดโฉมเสียพอใจ สบโอกาสเมื่อใดเขาจะบุกเข้าไปเด็ดมาดอมดมให้สมใจ...
ชายหนุ่มคิดเรื่อยเปื่อยไปขณะรอสายปลายทางที่ไม่มีการตอบรับ ริมฝีปากยิ้มแสยะ จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ว่างเปล่า
เอาสิ.. ปิดบังซะ.. หนีไปเรื่อย ๆ อาโตเบะ.. ทุกเรื่องของนาย สุดท้ายแล้วฉันก็จะสาวค้นออกมาให้หมด อา... ยิ่งดิ้นรนเท่าไหร่ก็น่าสนุก อาโตเบะ ฉันอดนึกถึงเวลาที่จะได้ครอบครองนายไม่ได้แล้ว
โอชิทาริไม่ต้องเสียเวลารอกัปตันทีมของตนนานนัก เลยเที่ยงวันไปนานโข อาโตเบะจึงปรากฏตัว แม้เขาจะนึกเสียดายว่าเย็นนี้จะไม่ได้ไปบุกถึงบ้านก็ตาม แต่ก็แสนจะดีใจที่ได้เจอหน้า
ร่างเพรียวสมส่วนเดินอาด ๆ มาเข้าชมรมอย่างไม่สนใจสายตาใครเป็นปกติ
...สุดท้ายก็นอนเยอะเกินไปจนปวดหัว... กว่าเขาจะตื่นก็ปาเข้าไปตะวันโด่งแล้ว แต่อาโตเบะไม่อยากนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่กับบ้านให้คิดถึงเรื่องหงุดหงิดใจ จึงตัดสินใจมากโรงเรียนดีกว่า แม้ว่าบวกเวลาอาบน้ำแต่งตัวแล้วมันจะผ่านไปครึ่งค่อนวันก็ตาม
พอเดินมาถึงคอร์ทก็ยัดเยียดข้าวของส่วนตัวให้คาบาจิถือ เป็นเหตุการณ์ที่หายากยิ่งกับการที่อาโตเบะไม่สวมชุดฟอร์มแล้วเข้ามาบริเวณคอร์ท
การขัดกฎระเบียบอย่างที่สองของวันนี้... โอชิทาริดันแว่นของตน สังเกตสังกาท่าทีของกัปตัน วันนี้อาโตเบะก็อารมณ์ไม่ดี... มาก ๆ...
แม้ไม่ต้องเป็นโอชิทาริก็คงดูออก กัปตันแห่งเฮียวเทเดินตาขวางเข้ามาจนไม่มีใครกล้าทัก เรื่องที่ทำผิดกฎก็ลืมไปได้เลยว่าจะมีใครกล้าออกปากเตือน
โอชิทาริ! เสียงทรงพลังอำนาจดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จนคนได้ยินสะดุ้งกันทั้งสนาม แต่คนที่ถูกเรียกชื่อกลับไม่สะทกสะท้าน
การฝึกซ้อมของเจ้าตัวจึงต้องหยุดกลางคันเพราะคำบัญชาของพระราชา มุคาฮิที่ต้องหยุดเล่นไปด้วยเพราะคู่ซ้อมโดนดึงตัวไปรีบวิ่งเข้ามาซุบซิบ
วันนี้หมอนั่นไปกินรังแตนที่ไหนมาอีกล่ะ รับมือดี ๆ นะ ยูชิ
ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินพ่นเสียง หึ ในลำคอ โดนเรียกเข้าไปเองแบบนี้ดีเสียอีก จะได้มีช่องถามอะไรได้มากหน่อย คราวนี้จะอารมณ์เสียเพราะอะไรอีกนะ หวังว่าคงจะไม่เกี่ยวกับเทสึกะ... หรือว่าให้เกี่ยวจะดีกว่า?
โอชิทาริเดินไปหาตามคำเรียก ยังไม่ทันจะขานรับ อีกฝ่ายก็พูดแซงขึ้นเสียก่อน
โทรศัพท์น่ะ รู้ว่าไม่รับแล้วก็เลิกกระหน่ำโทรมาซะที คิดว่าทำอย่างนั้นแล้วฉันจะสนใจขึ้นมาบ้างรึไง อ๋า? 82 miss call แถมเป็นชื่อเจ้าแว่นกระจกนั่นคนเดียวอีกต่างหาก เห็นแล้วประสาทเสียเป็นบ้า
คนถูกตำหนิยักยิ้ม ...ก็ที่ทำอยู่ตอนนี้ไม่ได้แปลว่าสนใจหรอกหรือ? ปากไม่ตรงกับใจเสียจริงนะ อาโตเบะ... ร่างสูงไม่ได้หวั่นเกรงกัปตันของตนแม้ซักนิด อารมณ์ฉุนเฉียวของอาโตเบะสำหรับเขามันเป็นเรื่องสนุกที่หาได้ไม่ง่ายนัก
ท่าทางตีหน้าเฉยทองไม่รู้ร้อนแบบนั้นเห็นแล้วน่าหงุดหงิดชะมัด... อาโตเบะรับแร็กเก็ตที่เพื่อนคู่ใจของตนยื่นให้อย่างรู้งาน แล้วก้าวลงคอร์ท
มาเล่นกันซักเกม
อาโตเบะไม่ใส่ใจจะเปลี่ยนชุด ถ้าได้ออกแรงซะบ้างคงจะช่วยให้ลืมเรื่องบ้า ๆ ไปได้ อย่างน้อยเพื่อนร่วมทีมอย่างโอชิทาริก็มีประโยชน์ในเวลาแบบนี้
ได้เสมอ อาโตเบะ ฝ่ายคนถูกชวนไม่รอช้า ทั้งนึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจว่าวันนี้ตนช่างโชคดีจริง ๆ
ลูกเสิร์ฟลูกแรกเร็วและแรงจนน้อยคนจะมองทัน ดึงสมาธิของโอชิทาริให้มาอยู่ที่เกมเต็มที่
...เล่นด้วยอารมณ์ ใช่ว่าจะดีนะ อาโตเบะ...
ทุกทีอาโตเบะจะเยือกเย็น คอยประเมินคู่ต่อสู้ ไม่ว่าจะในสนามจริงหรือการซ้อมก็ตาม จึงเป็นเรื่องแปลกที่สไตล์การเล่นในวันนี้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
อะไร... หรือใครกันแน่ที่ทำให้อาโตเบะใช้อารมณ์เหนือการเล่นเทนนิส... แค่ดูก็พอจะบอกได้ว่าใบหน้าคมเข้มนั้นหงุดหงิดขนาดไหน
การฝึกซ้อมที่ดูจะราบรื่นผ่านไปได้แค่ 2 เซท โอชิทาริก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
อาโตเบะกำลังหอบ.. แค่ 2 เซทเนี่ยนะ? ตอนแรกเขานึกว่ามองผิดไป แต่ไม่ใช่ ร่างเพรียวนั้นเหงื่อท่วม จังหวะการวิ่งก็ดูไม่แม่นยำ ทั้งความรวดเร็วก็ตกลงอย่างผิดปกติ โอชิทาริปล่อยให้ลูกที่ถูกโต้กลับมาตกลงแดนของตนโดยไม่สนใจรับ และนั่นทำให้อาโตเบะยิ่งไม่พอใจ
ทำไมไม่รับ โอชิทาริ!
ฉันต่างหากล่ะที่ควรจะถาม นายเป็นอะไรไป อาโตเบะ?
สองสายตาประสานกันนิ่งเงียบ อาโตเบะรู้ว่าร่างกายตัวเองไม่สมบูรณ์เต็มร้อย ความเจ็บราวจากสะโพกส่งผลไปทั้งขา ยิ่งหักโหมหนักก็แทบจะยืนไม่อยู่ แต่ที่ยังดึงดันยืนอยู่ได้ก็เพราะไม่อยากจะแพ้ผู้ชายคนนั้น.. ที่สบประมาทเขา ทั้งดูถูกและหักหลังเขา แล้วเดินหนีไปง่าย ๆ คิดกี่ทีก็น่าเจ็บใจ
โอชิทาริเดินข้ามเน็ตมาถึงตัว ยื่นมือเป็นสัญญาณว่าขอแร็กเก็ตให้ตนถือ ทำอย่างนี้ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก ฉันว่าเราไปนั่งคุยกันดีกว่า
อาโตเบะขมวดคิ้วเป็นคำตอบ ก่อนจะกึ่งยื่นกึ่งโยนแร็กเก็ตราคาแพงให้อีกฝ่าย ฉันไม่มีอะไรจะคุย
ผิดรึไงที่ทำตัวแบบนี้ ตั้งแต่เกิดมาก็มีแต่คนยกยอปอปั้นเขา อาโตเบะ เคย์โกะ ไม่เคยทำอะไรผิด ไม่เคยมีอะไรไม่สมใจ มีผู้ชายคนเดียวที่คอยขัดใจเขาไปทุกอย่างเพราะไม่เคยทำอะไรอย่างที่เขาคาดหวังเลย แล้วทำไมจะต้องเป็นคนเดียวที่ลืมไม่ลงด้วย!
อาโตเบะหันหลังเดินออกนอกคอร์ทอย่างยากลำบาก การที่ไม่ยอมอยู่เฉยแล้วดื้อรั้นก็ด้วยเหตุผลเดียว... เพราะเขาไม่อยากทำตามคำพูดของเทสึกะ
ขานายสั่นอยู่น่ะ ให้ฉันช่วยมั้ย อาโตเบะ ชายหนุ่มในกรอบแว่นเสนอ แล้วปราดเข้าไปประคองอีกฝ่ายแววตาเรียวส่องประกายเจ้าเล่ห์ หวังจะวางมือที่บั้นท้ายได้รูป แต่กลับถูกปัดออกเสียก่อน
ไม่ต้อง!
ในขณะที่เทสึกะไม่เคยตอบสนองสิ่งใดที่ร้องขอ โอชิทาริกลับคอยมาเกาะแกะตามติดเสียจนน่ารำคาญ อะไร ๆ ก็ไม่ได้ดั่งใจเอาเสียเลย
คาบาจิ ผ้าขนหนู แขนเรียวยื่นรับผ้าขนหนูเนื้อนิ่ม เหงื่อชื้นถูกซับออกจากร่าง แต่นั่นไม่ได้ทำให้อารมณ์เย็นลง
โอชิทาริเดินตามกัปตันของตนห่ง ๆ แล้วนั่งลงบนเก้าอี้เดียวกันอย่างถือสิทธิ์ ขานายเป็นอะไร
เรื่องของฉัน
นายเป็นกัปตันทีมนะ อาโตเบะ ดูแลร่างกายของตัวเองด้วยสิ ส่วนหนึ่งออกมาจากใจจริง แต่ขณะเดียวกันก็คิดว่าสภาพที่อาโตเบะเป็นฝ่ายแพ้ยับเยินจะเป็นยังไง ...คงจะน่าดูชม...
เรื่องแค่นั้นไม่ต้องให้นายมาบอกหรอกน่า หุบปากซะ โอชิทาริ
ฉันก็แค่เป็นห่วง
สอดรู้สอดเห็นน่ะสิ
ชายหนุ่มคู่สนทนายกมือทั้งสองขึ้นเป็นสัญญาณว่ายอมแพ้ ไม่ยอมลงให้ใครเลยจริง ๆ นะ... อย่างนี้สิถึงจะน่าสนุกที่จะกระชากลงมา น้ำเสียงอวดดีแบบนี้เวลาเป็นเสียงครางเครือใต้ร่างเขา... จะน่าฟังขนาดไหนกันนะ แค่คิด... ก็อยากจะทำแล้วสิ อาโตเบะ... จินตนาการแล้วก็แลบลิ้นเลียริมฝีปากตนเอง เสื้อนักเรียนสีขาวบางเปียกแนบติดลำตัวด้วยเหงื่อชุ่มจนเห็นกล้ามเนื้อสวย ร่างเพรียวเหงื่อพราวตรงหน้า หากได้สัมผัสโดยตรงจะลื่นมือสักเพียงใด
ความคิดจาบจ้วงรุกรานนั้นต้องหยุดลงเพราะอีกฝ่ายเริ่มหัวข้อสนทนาใหม่
เจ้าสองคนนั้นน่ะ น่าจะจับแยกกันให้รู้แล้วรู้รอด สายตาทรงอำนาจจ้องมองไปที่คอร์ทอีกด้าน คู่ของชิชิโดะ-โอโทริ กับคู่ของกาคุโตะ-ฮิโยชิ กำลังฝึกซ้อมกันขยันขันแข็ง และที่เขาพูดถึงคือคู่แรก
ตัวติดกันจนน่ารำคาญ ถ้าแยกกันคงทำอะไรไม่เป็น
โอชิทาริเลิกคิ้ว ...พูดเหมือนกำลังอิจฉาเลยนะ... แม้จะคิดเช่นนั้นแต่เขาก็รู้ว่าอะไรควรไม่ควรจะพูดออกไป หือ... ก็น่าลองเหมือนกันนะ อยากลองฟอร์มทีมใหม่บ้างมั้ย อาโตเบะ ถ้าอยากจะลองมาเล่นคู่กับฉันก็ได้นะ บางทีเฮียวเทอาจจะมีคู่แกร่งคู่ใหม่ ชายหนุ่มล้อเลียน รู้อยู่แก่ใจว่านิสัยอย่างอาโตเบะคงไม่มีทางเล่นคู่กับใครได้
การเล่นคู่จำเป็นจะต้องเชื่อใจคู่หูตัวเอง ยิ่งความไว้ใจนั้นหนาแน่นเท่าไหร่ก็จะยิ่งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น คนอย่างอาโตเบะไม่สนใจหรอกเรื่องแบบนั้น... ทำอย่างนั้นก็แปลว่าต้องพึ่งคนอื่น แค่ความสามารถตัวเองก็เกินพอแล้วที่จะทำอะไรก็ได้ การยึดติดกับคนอื่นน่ะ... ไม่จำเป็นต้องมีหรอก
งี่เง่า อาโตเบะพึมพำเบา ๆ
นายว่าไงนะ? โอชิทาริแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เขาอยากจะเห็นปฏิกิริยาของอาโตเบะให้มากกว่านี้
อาโตเบะตาขวาง จะว่าไปเขาอนุญาตให้เจ้านี่มานั่งด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่กัน อยากรู้นักคราวหน้าคราวหลังก็ตั้งใจฟังซะสิ อ๋า?
ไม่อยากมีบ้างหรอ อาโตเบะ ความสัมพันธ์อย่างนั้นน่ะ โอชิทาริเปลี่ยนเรื่องโดยไม่สนใจคำแดกดัน ได้ครอบครองคนที่ต้องการตลอดไป ไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสุขสุดยอดบ้างรึไง
...ได้เก็บเอาไว้สนุกคนเดียว อยากจะทำอะไรตามใจต้องการได้ทุกอย่าง... แววตาแฝงความปรารถนาประกายวาวอย่างชั่วร้าย แต่อาโตเบะไม่ใส่ใจ สายตากลับเสมองไปที่คู่รุ่นพี่รุ่นน้องที่ตนคาดโทษไว้เมื่อครู่
...เขาไม่เหมือนเจ้าพวกนี้หรอก... เขากับเทสึกะไม่มีอะไรต่อกัน แทบจะเรียกได้ว่าไม่สนิทสนม เทสึกะก็เป็นแค่กัปตันทีมเทนนิสคนนึง ผู้ชายคนนั้นถึงจะนิ่งเงียบแต่ก็มีความภาคภูมิใจสูงส่งนัก ใบหน้าที่ไม่เคยยิ้ม ไม่เคยเผยตัวเองให้ใครเห็น แต่เป็นคนละเอียดลออ ท่าทีอ่อนช้อยในพิธีชงชานั่น... ตรึงใจเขาได้ไม่ยาก แล้วก็... เป็นคนอ่อนโยน... มากกว่าที่คิด
ดวงตาคู่สวยอ่อนแสงลงเมื่อนึกถึงอ้อมแขนแกร่งที่ได้โอบกอดตนไว้เมื่อคืน ทั้ง ๆ ที่บอกให้ตัวเองลืมแต่ไอร้อนและกลิ่นกายที่ติดอยู่ในความทรงจำยากนักที่จะลบเลือนไปได้ง่าย ๆ
อาโตเบะยังคงจ้องมองคู่เอกของเฮียวเท ชิชิโดะเรียว ยิ้มตลอดเวลาที่เรียกชื่อ โจทาโร่ บนคอร์ท ส่วนรุ่นน้องผู้เชื่อฟังก็ตอบรับอยู่ไม่กี่คำ ครับรุ่นพี่! ไม่ก็ ชิชิโดะซัง!
เมื่อคืน... นายเรียกชื่อฉันด้วยความรู้สึกแบบไหนกันนะ เทสึกะ...?
อาโตเบะ
.
..
...
อาโตเบะ
.
..
อาโตเบะ!!
เสียงเรียกขัดความคิดล่องลอยให้หยุดชะงักลง โอชิทาริยิ่งสงสัยเมื่อเห็นกัปตันของตนใจลอย
แปลก... วันนี้แปลกกว่าทุกที
นายสบายดีรึเปล่า
อืม โอชิทาริคิดจะซักต่อ แต่อาโตเบะขัดไว้ ถ้ายังอยากนั่งอยู่ตรงนี้ต่อก็หุบปากซะ
ยิ่งตกบ่ายแก่บรรยากาศก็เริ่มขมุกขมัว เมฆฝนสีเทาทำให้ท้องฟ้ายิ่งมืดครึ้ม เวลากลางวันของอาโตเบะวันนี้ผ่านไปเร็วกว่าทุกวัน
...อีกอาทิตย์เดียว ก็เหลือไม่กี่วัน...
...ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้เจอกันอีกเสียหน่อย... ไม่เห็นจะต้องคิดว่าอยากเจอด้วย!
แต่ว่า... ความรู้สึกโหยหาที่สลัดไม่หลุดนี่มันคืออะไรกัน...?
To be continued...
- นึกว่าผ่านไปแป้บเดียว ทิ้งช่วงล่อเข้าไปเดือนนึง =[]=!
- สถานภาพฟิคเรื่องนี้ หยุดนิ่ง คริคริ
- มีทั้งหมด 43 หน้าเวิร์ด ที่เอามาลงนี่ถึงหน้าที่ 29
- คงลงได้อีก 2 ตอนมั้ง
- ฟิคแซคคลาวด์ หยุดอยู่ที่ 14 หน้าเวิร์ด
- เขียนเร็วหรือช้ากันแน่เนี่ย ฮ่า ๆ
- สงสัยถ้าเขียนแซคคลาวด์ไม่จบ เรื่องนี้จะไม่ได้ต่อซะละมั้ง (ฮา)
โทริชิชิ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
กรี้ดดดดดดดดดดดดดด~~~~
(พี่กี - ...คู่นั้นไม่เกี่ยวย่ะ!!)
ฮ่ะๆๆ * 3* อย่าด๊องงงง เอามาลงเร๊วว รออ่านอยู่วว...ชอบเบะเบะคร่ะ>////<
#1 By ย า โ อ [Y a o]*テニプリ on 2007-09-23 19:20