[Tenipuri Fanfiction] Oblivion... (1)

posted on 30 Jul 2007 18:17 by keechan  in Fiction

*Shounen-ai Warning*

(ใครคู่ใครก็ลองอ่านดูละกัน... ไอ้คนเขียนมันยังไม่แน่ใจเลยไหนเคะไหนเสะ)

Oblivion... (1)

อาโตเบะ เคย์โกะยืนเลือกช่อดอกไม้ที่ร้านประจำของตัวเองอยู่นานสองนาน ปกติแล้วไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องมาทำอะไรแบบนี้เองเสียหน่อย แค่สั่งพ่อบ้านไม่ก็คาบาจิให้ทำแทนให้ก็สิ้นเรื่อง แต่ครั้งนี้มันต่างไป.. ในเมื่อเขายังไม่รู้เลยว่าตัวเองต้องการดอกไม้แบบไหน กุหลาบ..? ไม่ได้หรอก กุหลาบน่ะมันเหมาะสำหรับคนที่เลอเลิศระดับเขาเท่านั้น อย่างเจ้าหมอนั่นกุหลาบใช้ไม่ได้แน่ ๆ จะให้เลือกเอาดอกพื้น ๆ แบบคาร์เนชั่นหรือเดซี่เดี๋ยวคนรับจะหาว่าคนอย่างเขาไร้รสนิยม

...หมอนั่นไม่ได้เป็นคนป่วยซะหน่อย ทำไมจะต้องใส่ใจเรื่องเลือกดอกไม้ให้ขนาดนี้ ก็แค่บาดเจ็บนิด ๆ หน่อย ๆ แล้วเขาก็ไม่เห็นจะต้องรับผิดชอบ จะว่าไป... เขาไม่เห็นจำเป็นต้องมาวุ่นวายหาดอกไม้เอาไปให้เลยซักหน่อย ในเมื่อหมอนั่นทำตัวเองชัด ๆ

แต่อาโตเบะก็ลืมไม่ลง... สายตาที่แสดงถึงความแน่วแน่คู่นั้น ตอนแรกก็นึกแค่อยากจะแหย่เล่น ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายคนนั้นจะดื้อดึงได้เกินตัวแบบนั้น ถึงขนาดไม่สนใจว่าแขนอันสำคัญของตัวเองจะพังจนใช้ไม่ได้ วินาทีนั้นที่อยู่บนคอร์ด คงคิดแต่จะเล่นให้สุดความสามารถ ทุ่มทุกอย่างที่มีลงมาในการแข่งกับเขาครั้งนั้นสินะ คนอย่างอาโตเบะไม่เคยเจอใครเป็นแบบนั้น ทุกคนที่แข่งกับเขาแล้วโดนจับจุดอ่อนได้ก็เอาแต่ถอยหนีเพราะกลัวจะสิ่งสำคัญของตนไปกันทั้งนั้น ผู้ชายคนนั้นบีบให้เขาเอาจริง ช่วงเวลานั้นเขาไม่ได้มีเวลาคิดไตร่ตรองอะไรเลย หัวสมองเพียงสั่งว่าต้องชนะ แล้วร่างกายก็ขยับไปเองโดยอัตโนมัติ แม้เขาจะชนะการแข่งครั้งนั้นได้ แต่ไม่รู้สึกว่าตนเหนือกว่าคู่แข่งเลยแม้แต่น้อย ความภาคภูมิใจของผู้ชายคนนั้นไม่ได้ถูกทำลายลงเลยแม้สักเสี้ยว

เห... อาโตเบะ มายืนทำอะไรอยู่ที่นี่น่ะ เสียงร่าเริงคุ้นหูดังชึ้น อาคุตางาว่า จิโร่นั่นเองที่เป็นคนมาขัดจังหวะเวลาเลือกดอกไม้ของเขา

คงมาหาที่นอนมั้ง อาโตเบะประชด วันนี้เจ้านี่ไม่ยักกะหาวแฮะ งดซ้อมทั้งที ที่จริงแล้วเขาควรจะตรงดิ่งกลับบ้านแล้วนอนพักผ่อนฟังเพลงของวากเนอร์ แต่เพราะไอ้ธุระบ้า ๆ ที่โผล่มานี่แหละถึงต้องมาเสียเวลาอยู่ตรงนี้

ฝ่ายจิโร่ไม่ได้สนใจคำเสียดสีของกัปตัน ยื่นหน้าเข้ามากวาดสายตามองดอกไม้ที่ถูกจัดอย่างสวยงามเต็มร้าน เลือกไม่ได้หรอ ให้ชั้นช่วยเลือกเอาม้า

ไม่ต้องเลย อาโตเบะพลาดเสียแล้วที่คิดว่าจิโร่จะหยุดฟัง บทจะตื่นทีก็กระดี้กระด้าจนห้ามไม่อยู่ เด็กหนุ่มผมทองเดินเข้าร้านไปเจ๊าะแจ๊ะกับสาวประจำร้านดอกไม้ พร้อมบรรยายสรรพคุณของกัปตันทีมของตนเสร็จสรรพ ฝ่ายอาโตเบะที่ยังจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองไม่ได้รู้ตัวเลยว่าอีกคนจัดแจงสั่งแทนให้เรียบร้อยจนกระทั่งโดนสะกิดเรียก

อะไร คุณชายอาโตเบะถามเสียงแข็ง คิดรำคาญอยู่ในใจว่าทำไมเจ้านี่ไม่รีบกลับไปนอนเสียที

ช่อดอกลิลลี่สีแดงเข้มถูกยื่นให้ คนรับถึงกับทำหน้างง ฉันเลือกให้แล้ว ถูกใจมั้ยล่ะ จ่ายเงินด้วยนะ อาโตเบะ

คิ้วเรียวขมวดมุ่น ปากออกคำสั่งราวกับเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบอัตโนมัติ นายเนี่ยนะ... จิโร่... คาบาจิ! ด้วยทุกทีจะเรียกใช้จนชิน ลืมไปว่าเขาอยากใช้เวลาเลือกดอกไม้ให้เทสึกะคนเดียว เลยไม่ได้บอกให้คาบาจิตามมาด้วย อาโตเบะจึงยกกำปั้นขึ้นเขกหัวจิโร่เสียเองแก้เขิน

อ๋า เจ็บนะ! จิโร่ผู้หวังดีร้อง

ใครใช้ให้นายมายุ่ง หา! อาโตเบะว่าแล้วก้มมองช่อลิลลี่แดงในมือ จากนั้นจึงยกยิ้ม

ลิลลี่สีแดงดั่งเลือด มีความหมายว่า ความทะเยอทะยานสูงสุดฟ้า

หึ... ให้คนธรรมดาอย่างนายเลือกให้ก็เหมาะดี ว่าแล้วก็ดีดนิ้วดังเป๊าะเป็นสัญญาณบอกให้คนรับใช้จัดการจ่ายเงิน ส่วนเจ้าตัวก็เดินไปขึ้นลีมูซีนคันหรูที่จอดรออยู่แล้ว

อย่าหลับกลางทางละ จิโร่ คุณชายแห่งบ้านอาโตเบะเอ่ยคำลาไว้เท่านั้น รู้สึกว่าโชคดีเหมือนกันที่เลือกได้เร็วกว่าที่คิด แล้วก็โชคดีด้วยที่ไม่โดนถามยุ่มย่าม ถ้าเป็นกาคุโตะหรือโอชิทาริมาเห็นมีหวังถึงค่ำมืดก็เลือกไม่ได้เพราะโดนรังควาญ

กลิ่นลิลลี่ฟุ้งกระจายทั่วรถสมเป็นลิลลี่ชั้นดี ได้ดอกไม้ชั้นเลิศขนาดนี้จากฉันไปควรจะปลาบปลื้มนะ... เทสึกะ

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

ตอนที่อาโตเบะเข้ามาถึงก็เหลือเพียงสมาชิกไม่กี่คนในสนาม ถ้าแวะมาที่นี่ไม่เจอตัวอย่าคิดนะว่าคนอย่างเขาไม่กล้าไปยื่นช่อดอกไม้ให้ถึงหน้าประตูบ้านนาย แต่อาจเป็นโชคดีของเทสึกะที่เขายังไม่ได้กลับไปก่อน ร่างสูงสังเกตเห็นผู้มาเยือนจากต่างโรงเรียนยืนจังก้าราวกับตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของโลก ตอนแรกเทสึกะก็ไม่ได้คิดสนใจเดินเข้าไปหา แต่อีกฝ่ายก็ไม่เดินเข้ามาซะที ถ้ามีธุระก็น่าจะรีบ ๆ เข้ามาคุยให้หมดเรื่องไป ทำตัวได้เข้าใจยากดีจริง ๆ

"เทสึกะ! จะกลับหรือยัง เอ๋?" รองกัปตันแห่งเซชุนเห็นกัปตันแห่งเฮียวเทเช่นเดียวกัน น่าแปลกที่มาปรากฏตัวในเวลาแบบนี้ "นั่นอาโตเบะนี่ หมอนั่นมาทำอะไร"

คิคุมารุกับฟูจิที่ตามมาติด ๆ ได้ยินเข้าพอดีจึงเข้ามารวมกลุ่มบ้าง ร่างที่ยืนเด่นอยู่ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาหา ดวงอาทิตย์กลมใหญ่สีส้มแดงยามเย็นกำลังลับขอบฟ้าอยู่ด้านหลัง เพราะย้อนแสงเลยทำให้ไม่เห็นหน้าว่าคนที่เดินเข้ามาทำหน้ายังไงอยู่ ช่างเป็นคนที่เลือกฉากการปรากฏตัวได้อย่างกับเป็นคนกำกับเวทีเสียเอง

"ไง เทสึกะ ขยันจริงนะ ขนาดแขนเป็นอย่างนั้นแล้วยัง-"

"ก็มันเพราะใครกันล่ะ nya~!" คิคุมารุขัดขึ้นทันทีที่อาโตเบะเริ่มพูดยียวนกวนประสาท

"เอย์จิ!" โออิชิรีบห้ามเพื่อนของตน ถึงอาโตเบะจะพูดยังไงก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะไปย้อนใส่แบบนั้น

"มีธุระอะไร" เทสึกะเอ่ยถามขึ้น

"หึ อย่างนายฉันไม่ถือว่าเป็นธุระสลักสำคัญอะไรหนักหนาหรอกนะ อย่าสำคัญตัวผิดไป เทสึกะ" อาโตเบะยกมือขึ้นเสยผมอย่างทุกที ก่อนจะโยนช่อลิลลี่แดงให้อีกฝ่ายรับ "รู้สึกซาบซึ้งไว้ด้วยล่ะ"

ร่างสูงรับดอกไม้มาอย่างงง ๆ ที่เข้ามาถากถางถึงที่นี่เพราะจะเอาดอกไม้มาให้น่ะหรอ? ไม่เรียกว่าพิลึกก็คงประหลาด คิคุมารุกับโออิชิเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ทำตาโต ส่วนฟูจิที่ไม่เข้าใจเหมือนกันในตอนแรกแย้มรอยยิ้มลึกลับ แล้วแอบลอบมองกัปตันเฮียวเทโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว

"เห~~~! ระวังนะเทสึกะ ใส่ยาพิษมาด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้!" คิคุมารุอุทานเสียงดังอย่างไม่เกรงใจคนให้ อาโตเบะถึงกับถลึงตาใส่จนอีกฝ่ายกลัวเป็นแมวหงอย กระโดดหนีไปหลบหลังโออิชิคู่หู

"ขอบคุณซะสิ เทสึกะ" ไม่ว่าเปล่า เจ้าตัวกลับเชิดใส่ราวกับดอกไม้ที่ตนให้นั้นเป็นของล้ำค่ามหาศาลหาไม่ได้อีกในโลก ที่เคยรู้สึกว่าชินกับท่าทีแบบ 'ข้าเก่งข้าแน่' ของกัปตันเฮียวเทผู้แสนจะหลงตัวเองอย่างนั้นแล้ว ในวินาทีนี้รู้สึกจะต้องปรับการรับรู้เสียใหม่ว่าหมอนี่มันต้องเข้าขั้น 'หลงตัวเองไม่ลืมหูลืมตา' มากกว่า

"พวกผมขอบคุณมากเลยนะ ที่อุตส่าห์ลำบาก แต่ผมจะขอบคุณมากกว่าถ้าเธอทำอะไรตรงไปมาตรงมากว่านี้ เนอะ เทสึกะ" กลายเป็นอัจฉริยะหน้าสวยตอบให้แทน ซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้อาโตเบะพอใจนัก ฟูจิยิ้มหวานไม่สะทกสะท้านต่อสายตาคาดโทษที่ส่งมา "เวลาให้อะไรคนอื่นน่ะ คนดี ๆ เขาไม่เรียกร้องคำขอบคุณกันหรอกนะ อาโตเบะ"

"ใครขอความเห็นนายกัน" กัปตันแห่งเฮียวเทเถียงทันควัน

"ธุระของเธอมีแค่นี้ใช่มั้ย พวกผมจะกลับกันแล้ว" ร่างบางว่า พลางดึงแขนกัปตันทีมของตน และแน่นอน ฟูจิมีเวลาคิดพอที่จะดึงแขนขวา ไม่ใช่แขนซ้าย

อาโตเบะรู้สึกเหมือนโดนหักหน้า การโดนเทสึกะเฉยเมยใส่น่ะมันเป็นเรื่องปกติ เขาชินแล้ว แต่ไอ้การโดนฟูจิ ชูสุเกะต่อปากต่อคำด้วยแบบนี้มันเกินทน หมอนั่นคิดว่าคนอย่างเขาเป็นใครกัน! "หึ... หวังว่าในการแข่งระดับประเทศพวกนายควรจะเตรียมตัวเตรียมใจกันให้ดีนะ" พูดเสร็จก็ชิงเดินออกมาก่อน คนอย่างเขาไม่ใช่หัวหลักหัวตอที่จะให้ใครมามองข้ามเดินผ่านไปได้เฉย ๆ

"หมอนั่นอะไรของเขาน่ะ nya~" ทั้งคิคุมารุและโออิชิก็ยังปรับตัวกับการกระทำแปลก ๆ ของอาโตเบะไม่ได้ ได้แต่มองอย่างหวาด ๆ อยู่ห่าง ๆ เท่านั้น

คุณชายอาโตเบะเดินจากไปท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่อง ฝ่ายเทสึกะที่รับช่อลิลลี่แดงมาถือไว้ก็ได้แต่จ้องแผ่นหลังนั้นค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตา ทั้งยังไม่เข้าใจจุดประสงค์กำกวมของเจ้าตัวเลยแม้แต่น้อย

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

"อาโตเบะ" ชายหนุ่มในกรอบแว่นเป็นคนแรกที่เข้ามาทักเมื่อเขาก้าวเข้าอาคารเรียน สีหน้าจริงจังเคร่งเครียดเหมือนกับจะพูดเรื่องคอขาดบาดตาย โอชิทาริยืนกอดอกคิ้วขมวดอยู่เหมือนมีอะไรไม่ได้ดั่งใจ

"มีอะไร โอชิทาริ" อาโตเบะถามโดยไม่ได้หันไปมอง

"ใครคือสาวผู้โชคดี"

"หา???" คำถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเรียกเสียงอุทานอันเป็นเอกลักษณ์จากปากอาโตเบะได้

"ใคร... คือผู้หญิงคนนั้น" โอชิทาริถามซ้ำ ท่าทีเฉไฉของอีกฝ่ายทำให้เขายิ่งหงุดหงิด

"พูดเรื่องอะไรของนาย?" อาโตเบะเริ่มเลิกสนใจคำถามไร้สาระ เจ้านี่ไปได้ยินอะไรมาจากไหนอีกละ ไม่ใช่หน้าที่เขาที่ต้องมาคอยตอบคำถามเบลอ ๆ พวกนี้ให้เสียหน่อย

เด็กหนุ่มร่างสูงคลายแขนที่ไขว้กันอยู่ แล้วเข้ายืนขวางอีกฝ่ายแทน ถ้ายังพูดกันไม่รู้เรื่องอีกเขาคงจะตัดสินใจคว้าข้อมือแล้วไปหาที่คุยกันให้รู้เรื่องให้ได้ อย่างดีก็โดนอาโตเบะต่อย หรืออย่างร้ายก็โดนคาบาจิต่อยกระเด็นล่ะน่า

"ทำอะไรน่ะ" กัปตันแห่งเฮียวเทเริ่มอารมณ์เสีย เมื่อวานก็เพิ่งโดนอัจฉริยะโรงเรียนเซชุนกวนประสาทมา วันนี้จะต้องมาวุ่นวายกับไอ้อัจฉริยะนี่อีกคนเรอะ

"เฮ้ ยูชิ นายยืนทำอะไรอยู่น่ะ" มุคาฮิที่เพิ่งมาถึงเดินเข้ามาทักพอดี โอชิทาริเลยรอดพ้นจากการมีเรื่องกับอาโตเบะไปได้เฉียวฉิว "อ๋า อาโตเบะ! เมื่อวานดินเนอร์สนุกมั้ย น่าอิจฉาจังน้า"

โรแมนติกจังเลยนะครับ ผมเองก็อยากทำอะไรอย่างนั้นให้รุ่นพี่บ้างจังเลย โอโทริที่เดินผ่านมาได้ยินก็ร่วมผสมโรงกับเขาด้วย วันนี้เป็นอะไรนะให้ตายสิ ทำไมเจ้าพวกนี้ถึงได้เข้าคุยกันจังหวะเหมาะนัก คนนั้นพูดเสร็จคนนี้ก็พูดต่อ แถมพูดไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก

กาคุโตะ นายละเมออะไร ส่วนโอโทรินายจะฝันกลางวันก็ไม่ต้องให้ได้ยินถึงหูฉัน มัน น่า.รำ.คาญ."ไม่มีจะถามถึงเหตุผลของบทสนทนาอันไม่ชอบมาพากล สมเป็นคนที่มีคติประจำใจว่า ฟ้านี้กว้างใหญ่ แต่ข้าใหญ่กว่า

อ้าว พวกเราเห็นหมอนั่นตื่นเต้นบอกคนอื่นไปทั่ว ตกลงไม่ใช่เรื่องจริงหรอกหรอ เด็กหนุ่มทรงวีคัทบ่นอย่างเซ็ง ๆ

เรื่องอะไร แล้วหมอนั่นน่ะมันเป็นใคร หา?

ก็เรื่องที่ว่า อาโตเบะ เคย์โกะ กัปตันผู้เลื่องชื่อแห่งชมรมเทนนิสเฮียวเทไปหลงรักหญิงงามเลอเลิศทั้งรูปโฉมและมารยาทหัวปักหัวปำจนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว... อาการหนักถึงขนาดจะเลือกดอกไม้ให้เป็นของขวัญยังเลือกไม่ถูก ยืนหน้ามุ่ยเสียมาดอยู่หน้าร้านดอกไม้ร่วมชั่วโมง สุดท้ายพอได้ลิลลี่แดงพันธุ์ดีสมใจก็หน้าระรื่นชื่นบานเป็นจานเชิง พุ่งทะยานไปขอความรักแบบไม่สนใจสายตาใคร ไงล่ะ ชิชิโดะผู้ปรากฏกายมาใหม่เป็นผู้ตอบให้แทนเสียยาวเหยียด ไม่สนใจอะไรเป็นพิเศษหรอก แค่เรื่องนี้มันลิเกเสียจนไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงก็เลยจำได้แม่นเท่านั้นเอง

"รุ่นพี่ชิชิโดะ! อรุณสวัสดิ์ครับ!" โอโทริเอ่ยทักเสียงดังเมื่อเห็นผู้มาเยือน ส่วนคนอื่น ๆ พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยไปกับเรื่องที่เล่ามา ในขณะที่อาโตเบะมีเครื่องหมายคำถามอยู่เต็มหน้า

ไอ้เรื่องบ้าบออย่างนี้มันมาจากไหนกัน? อย่าบอกนะว่า... "พวกนายเชื่อเรื่องงี่เง่าพรรค์นี้ด้วยเรอะ" อาโตเบะปฏิเสธอย่างไม่รู้ไม่ชี้ทั้ง ๆ ที่ก็รู้อยู่ว่าส่วนหนึ่งที่ว่าน่ะมันเรื่องจริง เพียงแต่เขาไม่ได้หลงใหลสาวที่ไหนเป็นบ้าเป็นหลัง ไม่ได้ไปดินเนอร์ แล้วที่สำคัญคนที่ซื้อดอกไม้ไปให้ไม่ใช่ผู้หญิงเสียหน่อย!

"ว้า... จิโร่ฝันกลางวันอีกแล้วล่ะสิ แต่เห็นตอนมาเล่าหมอนั่นดูตื่นสุด ๆ ไปเลยนี่หน่า แถมพวกเราคิดว่าถ้าเป็นเรื่องจริงคงสนุกดี" มุคาฮิบ่นอุบ ฝ่ายอาโตเบะยักยิ้ม ทีนี้รู้ล่ะว่าไอ้เรื่องบ้า ๆ นี่มีต้นตอจากใคร เจ้าบ้านั่นปกติสะลึมสะลือเป็นนิสัยก็ดีอยู่แล้ว กะแค่เขาซื้อดอกไม้มันมีอะไรน่าตื่นเต้นจนทำให้ตื่นนักเรอะ แถมโพนทะนาไปทั่วโรงเรียนได้อีก เฮ้อ... เขาล่ะไม่เข้าใจคนธรรมดาพวกนี้เลย ว่าแต่... หมายความว่าไงน่ะที่ว่า 'เป็นจริงแล้วคงสนุกดี' อาโตเบะคนนี้ไม่ได้มีไว้ให้พวกนายล้อเล่นนะ เจ้าพวกไร้มารยาทไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ถ้าไม่เห็นว่าพอมีฝีมืออยู่บ้างเขาคงไล่ตะเพิดออกจากชมรมเหมือนหมูเหมือนหมาแล้ว

"หมดเรื่องไร้สาระนี่แล้วใช่มั้ย" อาโตเบะถาม แต่ไม่ได้ต้องการคำตอบ นั่นคือการสั่งว่า 'เลิกพล่ามซะที' ตามฉบับของเขา ถึงตอนนี้เป็นใครก็ไม่กล้าสอดปากเข้ามาขัด แต่ละคนก็หมดความสนใจแล้วแยกย้ายกันไปเรียน ถึงจะติดใจตะหงิด ๆ ก็ยังไม่กล้าพูดต่อ ไม่มีใครกล้าเสี่ยงจะทำให้กัปตันของตนโกรธ คนที่ดูจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ต่อเห็นทีคงจะมีแต่โอชิทาริ ยูชิ เท่านั้น

-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

นี่ ๆ แล้วที่จริงนายซื้อดอกไม้ไปให้ใครน่ะ เจ้าตัวต้นเหตุยังตื้อถามไม่เลิก หลังจากที่โดนสั่งวิ่งไป 10 รอบแล้วก็ยังเข้ามาขุดคุ้ยหาความจริงใหม่อีกรอบเพราะเรื่องที่เดาต่อเอาเองมันผิด อาโตเบะเรียกคาบาจิซัก 3 รอบ บวกกับดีดนิ้วอีกประมาณ 2 ครั้งให้หิ้วเจ้าคนตาสว่างผิดที่ผิดทางไปไว้ไกล ๆ ก็ยังกลับมาวนเวียนจี้ถามได้ทุกรอบจนกัปตันทีมแทบจะเหลืออด

ก็ได้.. จิโร่

อื้อ ว่าไง ๆ เด็กหนุ่มผมทองตื่นเต้นดีใจที่จะได้รู้เรื่องลับ ๆ ของอาโตเบะเสียจนไม่เหลือความง่วงหงาวหาวนอน แต่ก็ต้องเสียวสันหลังวาบเมื่ออีกฝ่ายส่งรอยยิ้มของปิศาจมาให้แทน

ท่าทางนายจะอยากได้โปรแกรมฝึกพิเศษใช่มั้ย อ๋า?

แค่รอยยิ้มปิศาจก็ถือว่าเลวร้ายแล้ว แต่เท่านั้นยังไม่พอ จิโร่ได้สายตาแบบกินเลือดกินเนื้อมาอีก ยังกับถูกรางวัลสองชั้นซ้อน เล่นทำเอาขนลุกเกรียวจนถอยหนีไม่ทัน

เมื่อกำจัดตัวกวนใจไปได้แล้วอาโตเบะก็หันมาตั้งใจดูการซ้อมของลูกทีม เฮียวเทเต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถระดับต้น ๆ ก็จริง แต่น้อยคนนักที่จะเข้าขั้นสุดยอดได้อย่างเขา ไม่มีใครมีฝีมือมากพอจะเทียบกับเขาได้ ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ทำให้อาโตเบะรู้สึกสนุกเท่าไหร่ ไม่มีใครทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นจนใจสั่นได้มากกว่าความสามารถของกัปตันแห่งเซชุน

น่าเสียดาย... กว่าแขนของหมอนั่นจะหายดีจนคู่ควรแข่งกับเขาได้คงต้องรออีกนาน ช่วงนี้ผู้ชายคนนั้นก็คงไม่มีอะไรให้เขาสนใจ

อีกมุมหนึ่งของสนาม สายตาใต้กรอบแว่นกระจกกำลังสังเกตท่าทีของกัปตันอยู่ทุกการเคลื่อนไหว ถึงคนอื่น ๆ จะไม่ติดใจเรื่องข่าวลือที่ว่านั่น แต่สำหรับเขาแล้วเรื่องของอาโตเบะทุกเรื่อง... จะไม่มีทางหลุดรอดสายตาไปได้ การจับผิดอาโตเบะไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ห้ามล้ำขอบเขตเข้าพื้นที่ส่วนตัว ห้ามถือวิสาสะแตะตัวก่อนได้รับอนุญาต ห้ามส่งของขวัญมาให้ (อาโตเบะบอกว่ามันรกบ้าน เอ่อ... คฤหาสน์) แล้วก็อะไรอีกร้อยแปด ถ้าไม่ใช่เพื่อนสมัยเด็กอย่างคาบาจิคงไม่ได้รับสิทธิพิเศษให้ตามติดเกือบตลอด 24 ชั่วโมงแบบนั้น

ท่าทางไม่รู้เรื่องเมื่อเช้านั่น มันต่างกับตอนที่ส่งสายตาคาดโทษให้จิโร่เมื่อกี้นะ อาโตเบะ... โอชิทาริรู้ว่ากัปตันของตนกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง สาเหตุที่ไม่บอก... ก็ต้องเป็นเพราะมันเป็นเรื่องที่อาจจะทำให้อาโตเบะโดนหัวเราะเยาะ... หรือไม่ก็เป็นความลับที่บอกใครไม่ได้ ตอนที่ได้ยินเรื่องเต็มฉบับจากปากชิชิโดะ อาโตเบะไม่ได้สะดุ้ง แปลว่าส่วนใหญ่มันคงไม่จริง ส่วนจิโร่... เข้าไปถามเลยคงรู้เรื่องเร็วกว่า ถึงเขาจะไม่แน่ใจว่าจะคุยกับจิโร่รู้เรื่องมากน้อยแค่ไหนก็เถอะนะ... ถ้าตอนเข้าไปคุยยังตื่นอยู่ก็คงดีไป แต่ถ้าเป็นตอนปกติจะได้อะไรมามากเท่าไหร่ละเนี่ย

ฝ่ายอาโตเบะนั้นไม่เคยรู้ว่าผู้ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะหลงใหลในตัวเองถึงขั้นนั้น ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องปกติสามัญอยู่แล้วที่ใคร ๆ ต่างก็ชื่นชมเขา ในเมื่อคนอย่างเขาดีพร้อมทั้งชาติตระกูลแล้วก็ความสามารถ อีกอย่างรูปลักษณ์ก็หล่อเหลาเกินใคร เขาถึงได้ไม่เคยพอใจหรือให้ความสนใจใครง่าย ๆ มองแต่ตัวเอง... จนมองข้ามสิ่งสำคัญไปอย่างน่าเศร้า

To be continued...

ปล. ฟิคนี้เป็นฟิคถ่วงดุลย์กับฟิคเรื่อง essence ของฮานะและปิ่น(ที่เฉื่อยกว่าล้านเท่า ไร้เรท 555)
ปลล. โอเรซามะไม่เหมือนอย่างไร ขออภัย...
ปลลล. เขียนถึงเฮียวเท สนุกดีนะ *w*
ปลลลล. ตรงไหนเหมือนละครหลังข่าวช่อง 7 ก็มองข้าม ๆ ไปเหอะ กร้าก
ปลลลลล. ใครจะด่าเทะโง่ เทะควาย เชิญด่า ตอนต่อ ๆ ไปก็จะได้ด่ามันอีก (ห้ะ?)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ๊ะ... มี ปลลลลล. อันนี้เพิ่มมาด้วย ^v^

โฮกในบอร์ดไปแล้ว โอเระซามะน่ารักเหนือสิ่งอื่นใด และฟูจิน่ากลัว *-*
เทะโง่ เทะควาย ค่ะ

(มาด่าจัดให้ค่ะ ก้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก)

#2 By songsage on 2007-07-30 19:50

ดวงอาทิตย์กลมใหญ่สีส้มแดงยามเย็นกำลังลับขอบฟ้าอยู่ด้านหลัง เพราะย้อนแสงเลยทำให้ไม่เห็นหน้าว่าคนที่เดินเข้ามาทำหน้ายังไงอยู่ ช่างเป็นคนที่เลือกฉากการปรากฏตัวได้อย่างกับเป็นคนกำกับเวทีเสียเอง >>
อีแร่ดดดดดดดดดด อีทุ้ยยยยยย นังคนสูงส่ง อีผู้ชายหลงตัวเอง อีเวอร์~~!!!!! อี๊~~~!!!!!

"หึ อย่างนายฉันไม่ถือว่าเป็นธุระสลักสำคัญอะไรหนักหนาหรอกนะ อย่าสำคัญตัวผิดไป เทสึกะ" อาโตเบะยกมือขึ้นเสยผมอย่างทุกที ก่อนจะโยนช่อลิลลี่แดงให้อีกฝ่ายรับ "รู้สึกซาบซึ้งไว้ด้วยล่ะ">>
อีบร้า~~~~~~~!!!!!!!!! ยังไม่ทันสำคัญตัวผิดเสือกรีบออกตัวก่อน อิ๊ๆๆๆๆๆ

"พวกผมขอบคุณมากเลยนะ ที่อุตส่าห์ลำบาก แต่ผมจะขอบคุณมากกว่าถ้าเธอทำอะไรตรงไปมาตรงมากว่านี้ เนอะ เทสึกะ" กลายเป็นอัจฉริยะหน้าสวยตอบให้แทน ซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้อาโตเบะพอใจนัก ฟูจิยิ้มหวานไม่สะทกสะท้านต่อสายตาคาดโทษที่ส่งมา "เวลาให้อะไรคนอื่นน่ะ คนดี ๆ เขาไม่เรียกร้องคำขอบคุณกันหรอกนะ อาโตเบะ">>
วี้ดๆๆๆๆๆ โหวตตตตตตตตตตตตตตตตต พี่ฟูจี่~~~~ อั๊ง สวย เลิศ งาม ก๊าวจายยยยยยยยยยย โฮะๆๆๆๆๆ สั่งสอนอีคุณหนูสปอยล์นี่ให้รู้จักมารยาททางสังคมซะบ้าง โฮะๆๆๆๆ เอาอีกกกกกกกกกกกก

เมื่อกำจัดตัวกวนใจไปได้แล้วอาโตเบะก็หันมาตั้งใจดูการซ้อมของลูกทีม เฮียวเทเต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถระดับต้น ๆ ก็จริง แต่น้อยคนนักที่จะเข้าขั้นสุดยอดได้อย่างเขา>>
ทู่เรศศศศศศศศศ สุดยอดยังไงก็แพ้อีมะว้า~~~!! อีเท่อ!!! *แบร่*

พอ ที่เหลือ

เทะะะะะะะะพ บทน้อยแต่ก็หล่ออออออออออ หล่ออออออออออออ หล่ออออออออออออ
ชี่ ฉลาด งาบเก๋ เอาเลยยย ลุยยยยยยยยยยยย กุเชียร์~~~~!!!!!!!!
อีเก๋ อีหลงตัวเอง อีเวอร์ อีโอเระซามะ(?) อีเจ้าชาย มันหลงตัวเองได้เวอร์MAX อี๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

พี่ฟูจี่------- สุดยอดดด พูดน้อยแต่เจ็บทุกคำ โซกรี๊ดดดด เวรี่โฮกกก เลิฟขั้นMAX!!!! ฉลาด เก่ง สวยยยย อั๊งงงงง *บ้า*
หมั่นไส้นังเก๋~~~~~ ทุ้ยยยยยย
เอ๊อ..อีโอเรซามะ อีเจ้าชาย อีคุณหนู
คันปากยิบๆอยากด่าตั้งแต่ต้นเรื่องยันทูบีคอนติ๊นิว โฮกกกกก
หมั่นส้ายยยยย หมั่นส้ายยยยย

เทะบทน้อย เอ๋อ แต่หล่ออออออออออ หล่ออออออ
(อภิสิทธิ์จังเลยอีเทะ มีแต่หล่อ ทำอะไรก็หล่อ)

ฟูขา....นางร้ายช่องเจ็ดเวอร์ชั่นผู้ดีชัดๆ แต่เลิฟฟูววววว

อีชี่ก็ท่าทางแววเลวจะออกมาแล้ว ฮ่าๆๆๆ

สนุกสนานฮ่ะพี่กี เอาอีกกก

#4 By +:+:+ミーピン+:+:+ on 2007-07-30 21:05

อั๊ง~~!!! คู่โดนใจที่สุด!! ขอบคุณพี่กีมากก รักพี่กีที่สุดเลย ><!!

ชอบที่ยืนจังก้าราวกับเป็นจุดศูนย์กลางของโลกมากๆ... ต่อไปเค้าคงไปยืนกลางจักรวาล... กรักๆๆ

เทะอ่า.. สนใจเก๋หน่อย~ สนหน่อยๆ

ฮา จิโร่มาก... ไหงปั้นเรื่องราวได้ราวกับฝัน...แล้วคนอื่นเชื่ออีกแน่ะ!!

...ฟูจิเหมือนนางร้ายเลย =[]=

โอเรซามะเหมือนแล้ว...สุดๆ

รออ่านต่อน้า~

ปล....... ไร้เรทจริงเหรอ? ไม่จริงนะ อย่าเลย...
ขำพวก ปปปปปล. ฮ่าๆๆ
แหมๆๆ ฟิคถ่วงดุล *-*
ลุ้นตัวโก่ง ...... อย่างที่บอกไว้เลย
จะทำให้เทะควายๆรักได้ ก็เหมือนเลเวล 20แต่ไปตบบอส *-*

#6 By Uriel*幸村が大好き!! on 2007-07-31 00:33

กร้ากก
มีปลลลลล.เพิ่มมาด้วย
ฟูจิ~เธอสุดยอด~
พูดน้อยแต่แสบซี๊ดมากกกกก*กลัว*
เทะโง่~ตอนต่อไคงจะโง่อีกหลายเท่า

ไม่ขาวเหมือน essence จริงๆ
ในที่สุดก็ได้มาอ่าน

......เริ่ดจนน่าหมั่นไส้ อี๊!!!!!!

ชี่...มันคงนึกว่ามันเป็นพระเอก...

ส่วนไอ้พระเอกตัวจริง...เมื่อไหร่มันจะหายโง่ซะที...

ปล.ชิชิโดะซัง น่ารักกกกกก

#8 By :nakare: on 2007-07-31 15:57