[Tenipuri Fanfiction] Since Last Goodbye
posted on 23 Jul 2007 22:06 by keechan in Fictionfont size="5">*YAOI Warning*
เด็กดีโปรดลี้หลีกให้ไกลห่าง
ฟิคเรท NC เรื่องแรกในชีวิตนะเนี่ย (ไม่นับไอ้พวกฟิคสด 555) เขียนฉากยากว่ะ... เค้าเขียนไม่เป็น อรั๊ย ๆ ไหนว่าตอนแรกจะเขียนออริ? ไหงมาลงเทะฟูได้ ออริค้างเติ่งอยู่ครึ่งหน้า พอเริ่มเทะฟูยาวไปเป็น 10 ให้ตาย... นี่มันเขียนสนองตัณหาตัวเองชัด ๆ
ไปอ่านเห้อะ ขี้เกียจอารัมภบทล่ะ
.
.
.
Since Last Goodbye
Fandom: The Prince of Tennis
Pairing: Tezuka x Fuji
Story in Episode: 130
Rate: NC-18 (มันเป็นไปได้!!! ขอขอบคุณทีมงานจัดเรท)
ถึงจะอยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็ยังทำตัวเหมือนเดิม เป็นใครมาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คงจะต้องพูดอย่างนี้กันทั้งนั้น ที่ว่านั่นรวมถึงตัวกัปตันทีมด้วยไม่มียกเว้น จากที่เคยเจอกันทุกวันแล้วต้องห่างกันไปนานหลายเดือนแบบนี้น่าจะรู้สึกอะไรบ้างสิ บางทีสิ่งที่อัจฉริยะแห่งเซชุนคิดก็ผิดพลาดได้
วันนี้ลำบากแย่เลยนะ เทสึกะ ฟูจิกล่าวทักกัปตันของตนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างเคย กว่าสมาชิกเซชุนจะกลับมารวมตัวกันครบจนได้หลังจากเจอเหตุการณ์วุ่นวายไปไม่น้อย รู้ตัวอีกทีก็หมดวันซะแล้ว
ไม่หรอก ร่างสูงในชุดวอร์มสีน้ำเงินตอบ น้ำเสียงยังนิ่งขึงและเฉยชาไม่เปลี่ยน ใบหน้าหล่อเหลาที่แสดงออกว่าดีใจที่ได้เจอกันนั้นก็ปรากฏให้เห็นเพียงไม่นาน ตอนนี้เทสึกะก็ทำตัวเหมือนกับการที่เพื่อน ๆ มาเยี่ยมถึงเยอรมันนี่เป็นเรื่องปกติในกิจวัตรประจำวันยังไงยังงั้น
เดี๋ยวผมต้องกลับโรงแรมแล้วล่ะ เด็กหนุ่มบอก เวลาที่จะได้อยู่ด้วยกันสองคนคงไม่มีแล้วล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องเตรียมตัวกลับ กว่าจะได้เจอกันอีกทีคงนานอีกหลายเดือน ฟูจิคิดแล้วก็รู้สึกเศร้า ๆ มีแต่เขาที่คิดถึงอีกฝ่ายข้างเดียวสินะ เทสึกะคงไม่เสียเวลามาคิดอะไรหยุมหยิมนอกจากเรื่องรักษาแขนให้หาย ดีไม่ดีเทสึกะอาจจะคิดถึงการเล่นเทนนิสมากกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ
เข่านาย... ไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย เทสึกะเปลี่ยนเรื่อง เพิ่งจะมีโอกาสได้คุยกับฟูจิตอนที่คนอื่น ๆ กำลังแยกย้ายกันทานอาหารนี่แหละ ร่างเพรียวก็ยังดูมั่นใจเหมือนเดิม ตอนที่เขาตัดสินใจจะมาเยอรมันนึกว่าจะแย่ซะแล้ว แต่ฟูจิเข้มแข็งอย่างที่เขาคาด แข็งแกร่งจนอาจจะไล่ไม่ทัน
เอ๋...? อ๋อ ที่แข่งกับคิริฮาระน่ะหรอ ไม่เป็นไรหรอก นิดหน่อยเท่านั้นเอง หายดีแล้วล่ะ
อืม...
แค่นั้น... แล้วทั้งคู่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก จนกระทั่งอาจารย์ริวซากิเรียกให้ทุกคนกลับไปที่โรงแรม ร่างบางจึงผละตัวออกมา
งั้น... พรุ่งนี้ค่อยเจอกันอีกทีนะ เทสึกะ
ร่างสูงเพียงแต่พยักหน้ารับ แล้วจึงเดินไปส่งสมาชิกทุกคนขึ้นรถ
โอ้ย อิ่มเป็นบ้าเลย อาหารที่นี่ก็อร่อยนะครับกัปตัน โมโมชิโระว่า
คนอย่างนายก็คิดเป็นแต่เรื่องแบบนี้ เหอะ และไคโดก็ต้องเอ่ยขัดคอขึ้นมาทุกครั้งไป
เป็นโออิชิที่เตรียมขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย ส่วนฟูจิยังยืนรออยู่ข้าง ๆ ราตรีสวัสดิ์นะเทสึกะ ก่อนพวกเราจะกลับคงมีเวลาแวะมาที่นี่อีกที แล้วเจอกัน รองกัปตันทีมกล่าวลา เทสึกะโบกมือตอบ แต่สายตามองเลยไปที่คนที่ยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง
ผมไปนะ เทสึกะ ฟูจิส่งยิ้มหวานให้ ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้เจอกันตลอดไปเสียหน่อยนี่นะ เขาพยายามปลอบใจตัวเอง แล้วจึงหันหลังก้าวขึ้นรถ
ทันใดมือใหญ่ก็คว้าจับมือเขาไว้ ตอบไม่ได้หรอกว่าเจ้าของมืออันอบอุ่นนั้นคิดยังไงถึงได้รั้งเขาไว้ จะเข้าข้างตัวเองได้รึเปล่าว่าเทสึกะ...?
เพิ่งจะ 2 ทุ่ม... ไปเที่ยวดูเมืองต่อมั้ย? ร่างสูงชวน มีโอกาสได้เจอกันทั้งที จะให้ปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ได้ยังไง
อ๋า!!!! ขี้โกงนี่เทสึกะ ทำไมชวนแต่ฟูจิล่ะ nya!!! คิคุมารุหูไวได้ยินขึ้นมาก็โวยวายเสียงดัง จนคนอื่น ๆ หันมาสนใจว่าเกิดอะไรขึ้น
เอาน่า ๆ เอย์จิ คนอื่น ๆ เหนื่อยกันแล้วล่ะน่า ฉันว่าน่าจะรีบกลับไปนอนน่ะดีแล้ว ขืนไปกันหมดนี่มีหวังได้มีคนหลงแบบเมื่อตอนกลางวันอีกแน่ แล้วมันจะแย่กันใหญ่นะ โออิชิช่วยเปิดโอกาสให้เพื่อนทั้งสองคน แล้วหันมาขยิบตาให้ฟูจิ สี่คนที่กลายเป็นเด็กหลงไปเมื่อตอนกลางวันก็ไม่กล้างอแงตามไปด้วย ทั้งที่จริง ๆ แล้วก็รู้สึกเสียดายหน่อย ๆ ส่วนคนที่เหลือก็ไม่มีข้อโต้แย้ง
...nya ว่าแต่ฟูจิจะกลับยังไงล่ะ เด็กหนุ่มยังไม่ยอมเลิก เสียดายโอกาสที่จะได้เที่ยวต่างเมืองแบบนี้เหมือนกัน
ฉันรู้จักแถวนี้ดี เดี๋ยวฉันไปส่งเอง เทสึกะบอก หัวเด็ดตีนขาดยังไงคืนนี้ก็คงไม่ยอมแยกจากฟูจิแน่
ในเมื่อมีรองกัปตันรู้เห็นเป็นใจด้วย การจะขอดึงตัวอัจฉริยะของทีมเอาไว้เลยไม่เป็นปัญหา คนอื่น ๆ ยอมกลับไปโรงแรมก่อนแต่โดยดี โดยที่โออิชิทิ้งท้ายไว้ว่าอย่าดึกนักนะ
เทสึกะเนี่ย... ชอบทำอะไรให้ผมแปลกใจทุกทีเลยนะ ฟูจิพูดขึ้นหลังจากที่รถบัสวิ่งออกไปลับตาแล้ว
ทำไมล่ะ...? ฉันรบกวนเวลาพักผ่อนของนายรึเปล่า? ร่างสูงถามอย่างเกรงใจ เขาคิดถึงฟูจิ อยากใช้เวลาอยู่ด้วยกันหลังจากที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน แต่ไม่ทันคิดว่าฟูจิอาจจะไม่คิดอย่างนั้นก็ได้
ฮะฮะฮะ ไม่ใช่อย่างนั้น ผมนึกว่าเทสึกะจะไม่ชวนซะแล้วต่างหาก เด็กหนุ่มหัวเราะคิกคัก เหมือนเดิมเลยนะ เทสึกะ
ขอโทษนะ... ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าฟูจิไม่เคยแสดงออกว่าต้องการอะไร แต่ก็ทำให้อีกฝ่ายเกือบจะเศร้าใจอีกจนได้ เขาเป็นผู้ชายที่ใช้ไม่ได้เอาเลย ฉันคิดถึงนายนะ คิดถึงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน
ผมก็เหมือนกัน น้ำเสียงเปี่ยมสุขตอบ เทสึกะยิ้ม รอยยิ้มอ่อนโยนที่ฟูจิโหยหา เด็กหนุ่มร่างเพรียวยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วส่งยิ้ม เวลาที่เหลือนี่เราจะทำอะไรกันดี
ไนท์ไลฟ์ไงล่ะ เทสึกะให้คำตอบ ก่อนจะพาอีกฝ่ายจูงมือไปใจกลางเมืองอีกครั้ง
.
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
.
ยามค่ำคืนใจกลางเมืองมิวนิคคึกคักไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะในย่านวัยรุ่น ทุกร้านต่างก็เต็มไปด้วยกลุ่มหนุ่มสาวที่ออกมาสังสรรค์กันอย่างครื้นเครง ที่ว่าเบียร์เยอรมันดื่มแล้วไม่เมาท่าจะจริงเพราะทุกโต๊ะดื่มเบียร์กันแทนน้ำเปล่าด้วยซ้ำ ส่วนกับแกล้มยอดนิยมก็ไม่พ้นไส้กรอก
เทสึกะมาแถวนี้บ่อยหรอ ฟูจิถามเมื่อทั้งคู่เลือกที่นั่งได้แล้ว แปลกใจอยู่นิด ๆ สำหรับเทสึกะที่เป็นคนไม่ชอบเที่ยวแต่ดูคุ้นเคยกับย่านนี้ดี
ก็มีมาบ้างกับคนอื่น ๆ ที่ศูนย์น่ะ เทสึกะหันไปเรียกบริกรมาที่โต๊ะ พร้อมสั่งเป็นภาษาเยอรมันที่ฟูจิฟังไม่ออก สิ่งที่มาเสิร์ฟเป็นอย่างแรกคือเบียร์
ทำไมสั่งเบียร์ให้ผมล่ะเทสึกะ? เด็กหนุ่มถามอย่างงง ๆ ทุกทีเวลาที่มากินอะไรด้วยกันเทสึกะมักจะถามเขาก่อนว่าจะกินอะไร แต่ครั้งนี้กลับถือวิสาสะสั่งให้เขาเสร็จสรรพ
เพราะว่าที่นี่ไม่มีอย่างอื่นน่ะสิ เด็กหนุ่มในกรอบแว่นตอบหน้าตาย ก่อนจะยกแก้วเบียร์ของตัวเองขึ้นดื่มทีเดียวครึ่งแก้ว
ผมไม่ยักรู้ว่าเทสึกะชอบดื่มเบียร์ ฟูจิยกแก้วของตนขึ้นจิบบ้าง จะให้กระดกแบบคนตรงหน้าคงไม่ไหว ไอ้แก้วเบียร์นี่ก็ใช่ว่าจะเล็ก ๆ เสียเมื่อไหร่
เทสึกะชะงักไปเล็กน้อยแล้ววางแก้วเบียร์ลง ทำหน้าเคร่งเครียดเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แล้วจึงพูด ที่นี่ไม่มีชาน่ะ ช่วยไม่ได้
ถ้าคิคุมารุมาได้ยินคงสงสัยว่ามันเกี่ยวกันยังไง แต่สำหรับฟูจิที่รู้ว่าเทสึกะเป็นคนติดชาถึงขนาดต้องดื่มก่อนและหลังอาหารทุกสามเวลาถึงกับหัวเราะพรืด ฮะฮะฮะ สมเป็นเทสึกะเลยนะ แต่ถ้ากลับไปญี่ปุ่นแล้วยังติดเบียร์คงแย่นะ ยังไงผมก็ชินจะเห็นเทสึกะนั่งซดชามากกว่า
ก็คงงั้น แต่มันเป็นนิสัยไปแล้วล่ะ อีกอย่างเบียร์ที่ญี่ปุ่นไม่เหมือนเบียร์ที่นี่หรอก ฉันคงชอบชามากกว่า
นั่นสินะ เทสึกะเนี่ย ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ ฟูจินั่งเท้าคางส่งยิ้มหวานให้ฝ่ายตรงข้าม แล้วอาหารจานเครื่องเคียงก็ถูกนำมาเสิร์ฟ ไส้กรอก ซอสหวาน แล้วก็ขนมปังรูปร่างแปลก ๆ คล้ายโดนัทแต่มีปมขมวดอยู่ข้างใน จะว่าไปเมื่อกี้ที่กินอาหารเย็นก็เจอของรูปร่างแบบนี้เหมือนกัน
เมื่อกี้ไม่ค่อยได้กินอะไรไม่ใช่หรอ ร่างสูงว่าพลางเลื่อนจานให้
ก็เพราะว่ามัวแต่มองหน้าเทสึกะนั่นแหละ... ไม่รู้อีกแล้วสินะ
แล้วเทสึกะ ไม่กินอะไรหรอ ฟูจิถาม แต่ก็หยิบส้อมขึ้นจิ้มไส้กรอกเข้าปากโดยดี ถ้าไม่ยอมกินอีกฝ่ายคงป้อนเขาถึงปากแน่
ฉันอยากดูหน้านายมากกว่า ไส้กรอกชิ้นแรกที่เข้าปากไป แทนที่จะเค็ม กลับหวานได้ราวกับน้ำเชื่อม ใบหน้าสวยแดงระเรื่อ ความหวานลุ่มลึกที่ไม่ได้รู้สึกมานานกำลังซึมซาบเข้าไปในใจ
ไม่ยุติธรรมอีกแล้ว ทำไมไม่ให้ผมมองหน้าเทสึกะบ้างล่ะ เสียงหวานตัดพ้ออย่างขัดเขิน
ตอนอาหารเย็นยังดูไม่พออีกหรอ เด็กหนุ่มตอกกลับอย่างรู้ทัน ก็เมื่อตอนเย็นน่ะฟูจิจ้องเขาตาละห้อยเสียขนาดนั้นจะไม่รู้ตัวก็คงไม่ไหว ถึงจะเป็นฝ่ายที่จากมาเองแต่ความคิดถึงที่มีให้มันอัดกันจนแทบระเบิด ฟูจิไม่รู้หรอกว่าตอนที่เจอหน้ากันน่ะเขาอยากจะกระชากอีกฝ่ายเข้ามากอดจูบให้หายคิดถึงแค่ไหน
เห... ขี้โกง รู้ตัวอยู่แล้วก็ไม่พูดแบบนี้น่ะ แม้จะรู้สึกอายอยู่บ้าง แต่เพราะเทสึกะสังเกตเห็นเลยทำให้ดีใจมากกว่า
นายชักจะพูดเหมือนคิคุมารุแล้วนะ เทสึกะว่าพลางสั่งเบียร์เพิ่มอีกสองแก้ว
ทั้ง ๆ ที่ยังกินเบียร์ไปได้ไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกว่าหน้าร้อน ๆ นะ คงเพราะกำลังมีความสุขแน่ ๆ ฟูจิคิดกับตัวเอง วันเวลาที่ไม่มีเทสึกะ แม้จะสามารถทำอะไร ๆ ได้เอง แต่ลึก ๆ แล้วก็ยังรู้สึกว่ามันขาดอะไรที่สำคัญไป...
สิ่งนั้นคือความรักจากเทสึกะ...
นายบอกฉันเอง... ว่าเราไม่ได้จากกันไปตลอดกาล ทุกครั้งที่ฉันคิดถึงนาย ฉันจะนึกถึงคำนั้นที่นายบอก เทสึกะเอ่ยขึ้น วันที่เขาตัดสินใจจากไป ฟูจิยังยิ้มให้เขาเหมือนเดิม กลายเป็นเขาเองที่ต้องถามตัวเองว่าถ้าขาดคน ๆ นี้จะทนได้ไหม...
ตราบใดที่เรายังอยากพบกัน โอกาสนั้นจะมาถึง เป็นอย่างที่ผมพูดใช่มั้ยล่ะ
ตอนนี้ฟูจิพูดประโยคนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ต่างกับวันนั้น แต่กว่าโอกาสนี้จะมา... ต้องใช้ความอดทนมากเลยนะ เทสึกะยังจำได้ดี ฟูจิร้องไห้ คนที่มีรอยยิ้มตลอดเวลาคนนั้นต้องร้องไห้เพราะเขา แต่เขาก็ต้องตัดใจทำตามสิ่งที่ตั้งใจไว้เพราะเชื่อว่าสักวันฟูจิจะเข้มแข็งขึ้น แล้วตอนนี้เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็แกร่งพอจะยืนหยัดเมื่อไม่มีเขาเคียงข้าง
กลายเป็นเขา... ที่รู้สึกเหมือนโดนทิ้ง
สุดท้ายแล้วมื้อดึกวันนั้นเทสึกะก็ไม่ได้กินอะไรอีกนอกจากเบียร์ เบียร์ เบียร์ และเบียร์ มันเจ็บใจ... เวลาที่เห็นฟูจิเล่าเรื่องตอนที่แข่งโดยไม่มีเขา ดีใจที่อัจฉริยะของทีมแข็งแกร่งสมชื่อ แต่... กลัวว่าสักวันฟูจิจะไม่ต้องการเขาอีกต่อไป
ขนมปังแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรน่ะเทสึกะ ฟูจิถามถึงขนมปังรูปร่างแปลก ๆ ที่สังเกตมาตั้งแต่ต้น แต่ว่าคนถูกถามใจลอยไปไกลเสียแล้ว เทสึกะ...?
เมื่อได้ยินเสียงเรียก ร่างสุงที่ตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง จึงให้คำตอบ เพรซเซลน่ะ
หืม... ฟูจิจับขนมปังรูปร่างพิลึกหมุนไปมา ในใจก็แอบงอนจนอยากจะแกล้งอีกฝ่ายอยู่เหมือนกัน ไหนบอกว่าอยากจะมองหน้าเขาไง แล้วเมื่อกี้น่ะเหม่อไปถึงไหนกัน
เขาบอกว่ามันเป็นรูปมือประสานกัน
ไม่เห็นเหมือนเลยนะ
ฉันก็ว่างั้น
แล้วเทสึกะว่ามันเหมือนอะไร
................. ถามอะไรตอบยากอีกแล้ว
ฮะฮะฮะ เทสึกะเนี่ยน้า จริงจังกับทุกเรื่องไปซะหมดเลย ที่ใจลอยเมื่อกี้นี้คิดถึงเรื่องอะไรสำคัญกว่าผมกันนะ... เวลาที่หงุดหงิดอย่างนี้อะไรใกล้มือก็เอาเข้าปากไปก่อนล่ะ ฟูจิคว้าแก้วเบียร์ใบใหญ่ขึ้นดื่มแบบแทบไม่เว้นจังหวะหายใจ เขาไม่อยากจะโวยวายหรือตั้งแง่โมโหในเวลาแบบนี้หรอกนะ แต่ชักไม่แน่ใจแล้วเหมือนกันว่าเทสึกะยังต้องการเขาอยู่จริง ๆ รึเปล่า
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ฟูจินึกสนุกจึงขอร้องให้เทสึกะช่วยสั่งเบียร์มาอีก มาเยอรมันหนนี้ฟูจิเลยได้ชิมทั้งเบียร์ขาวเบียร์ดำแล้วก็เบียร์แรง ๆ ไปเต็มที่ จนแก้วหลัง ๆ เริ่มจะแยกไม่ออกว่าเบียร์มันต่างกับน้ำเปล่ายังไง
.
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
.
เทสึกะนี่เก่งจังนะ... ร่างบางพึมพำหลังจากที่เทสึกะพยุงเขาที่โซซัดโซเซเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์มาจนถึงโรงแรม หนำซ้ำยังอุ้มเขามาจนถึงบนเตียงของโรงแรมได้โดยสวัสดิภาพ หลังจากดื่มเบียร์แก้วที่... ไม่รู้เท่าไหร่ ก็รู้สึกเหมือนแผ่นดินไหวจนยืนไม่อยู่ แต่คิดอีกทีเยอรมันไม่น่าจะมีแผ่นดินไหวนี่? รู้ตัวอีกทีเทสึกะก็พยุงเขาออกจากร้านแล้ว จริง ๆ กัปตันทีมคงพูดอะไรมากกว่านั้น แต่ว่าเขาจับใจความไม่ได้... เพราะอะไรกันนะ
เทสึกะยกน้ำอุ่นมาให้คนที่เมามายจนไม่รู้เรื่อง ต่อให้เบียร์แอลกอฮอล์ต่ำยังไง เล่นกระดกหนัก ๆ เข้าไปมากขนาดนั้นไม่เมาก็คงแปลก ฟูจิ ลุกขึ้นมาดื่มน้ำก่อน
อืม... ผมดื่มไม่ไหวแล้วเทสึกะ คนเมายังคงเพ้อไปไม่หยุด ทำไมเทสึกะถึงไม่เมาบ้างล่ะ
เทสึกะได้ยินคำถามแล้วก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ จะว่าไปนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นฟูจิในสภาพแบบนี้ ก็ฉันไม่ได้ดื่มไม่ยั้งแบบนายนี่ หือ.. มือใหญ่ลูบเรือนผมสีน้ำตาลส้มอย่างแผ่วเบา สัมผัสนี้... ห่างหายไปนาน คิดถึงจังนะ
ใบหน้าสวยที่หลับตาพริ้มยิ้มพราว เขาชอบให้เทสึกะแตะตัวแบบนี้ มือของเทสึกะ... อุ่นดีจัง
ดื่มน้ำก่อนนะ ร่างสูงบอก แล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนจะ ป้อน คนที่นอนอยู่ ฟูจิกลืนน้ำผ่านลงคอไปแล้ว แต่ลิ้นอุ่นร้อนยังคงเล้าโลมทั่วโพรงปาก ใบหน้าสวยยิ่งแดงซ่านด้วยฤทธิ์น้ำเมาและจุมพิตที่ร้อนแรง
อ... อือ... ดวงตาคู่สวยหรี่ปรือ รสรักที่ไม่ได้ลิ้มรสมานานช่างหอมหวานนัก แขนทั้งสองยกขึ้นโอบกอดอีกฝ่าย รัดตรึงแน่นเพื่อพันธนาการไม่ให้จากไปไหน
ฟูจิ... เสียงทุ้มที่เรียกชื่อตนทำให้รู้สึกอุ่นวาบในหัวใจ ร่างบางยิ่งกอดรัดแน่นเมื่อเทสึกะถอนริมฝีปากออกไป ฟูจิ... ปล่อยได้แล้ว เทสึกะบอกแกมบังคับ เขาไม่อยากฉวยโอกาสเพราะอีกฝ่ายกำลังเมา อีกอย่างพรุ่งนี้ฟูจิจะต้องเดินทางกลับแล้ว... กลับไปในที่ ๆ สามารถยืนหยัดได้โดยไม่มีเขา...
ฟูจิทั้งโกรธและเสียใจที่ได้ยินคำพูดแบบนั้น แขนเรียวคลายอ้อมกอดจากร่างสูง พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะเอ่อล้นออกมา ...บอกตัวเองว่าอย่าร้องไห้... ทำไมถึงไม่มองผมล่ะ... ผมอยู่ตรงนี้แท้ ๆ... ทำไมไม่คว้าเวลาตรงนี้เอาไว้ พรุ่งนี้เราก็จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้แล้ว
เทสึกะห่มผ้าให้อีกฝ่าย เร่งให้ตัวเองจากไปโดยเร็ว เมื่อคิดถึงพรุ่งนี้ที่จะต้องจากกันอีก เทสึกะก็ถอนใจ ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่เขาถึงจะหายดีแล้วกลับไปตำแหน่งเดิม ป่านนั้น... ฟูจิอาจจะไม่หันมามองอีกแล้วก็ได้ เทสึกะไม่แน่ใจว่าตนจะเป็นที่ต้องการไปตลอด ถ้าจะเป็นอย่างนั้น... สู้เตรียมตัดใจเสียแต่เนิ่น ๆ จะดีกว่า แม้ไม่รู้ว่าตนเองจะสามารถทำได้รึเปล่าก็ตาม
ฉันกลับล่ะนะ แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยเจอกันอีกที ชายหนุ่มกล่าวลา ก้มลงจูบที่ขมับคนที่นอนอยู่ก่อนจะถอยออกมา ราตรีสวัสดิ์นะ
ร่างสูงเปิดประตู ก่อนจะเหลียวมามองคนรักที่ห่างไกลเป็นครั้งสุดท้าย ขณะกำลังจะก้าวเท้าออกไปนั่นเอง เสียงสั่น ๆ ก็เอ่ยเรียก
เทสึกะ... จะคิดถึงผมรึเปล่า เสียงสะอื้นยิ่งหนักขึ้นเมื่อกล่าวต่อ ที่ผ่านมา... เคยคิดถึงผมบ้างรึเปล่า
เทสึกะปิดประตูแล้วแทบจะวิ่งกลับมาหา ร่างเล็กใต้ผ้าห่มหนากำลังร้องไห้ เขาเห็นคราบน้ำตาเปรอะทั่วใบหน้าสวย ร่างสูงโถมเข้ากอดโดยไม่สนอะไรอื่นอีกต่อไป เขาคิดผิด... ฟูจิไม่ได้เข้มแข็ง ยังไม่แกร่งพอจะยืนเพียงลำพัง ฟูจิต้องการเขาและเขาเองก็ต้องการฟูจิ
ขอโทษ... อย่าร้องไห้เลย ฉันคิดถึงนายทุกวินาทีที่อยู่ที่นี่... ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปยังไงฉันก็ยังต้องการนาย อยากให้นายอยู่ข้าง ๆ อยากอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปตลอด... ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
ฟูจิแหงนหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาแดงก่ำ ทำไม... ถึงไม่พูดอย่างนั้นตั้งแต่แรก รู้มั้ยว่าผมคิดถึงเทสึกะแค่ไหน พูดตัดพ้อแล้วซุกใบหน้าลงในอ้อมอกกว้าง ผมเหงามากรู้มั้ย... ที่เทสึกะไม่อยู่ที่ญี่ปุ่น
ฉันก็เหงาแทบบ้าเหมือนกัน... เทสึกะกุมใบหน้าเล็กขึ้นประทับจุมพิตที่เปลือกตาด้วยรัก หลายครั้งที่ฉันคิดว่าตัวเองงี่เง่ามาก... ที่เดินจากนายมาวันนั้น ฉันอยากเห็นหน้านาย... อยากได้ยินเสียงนายทุกวัน เป็นห่วงว่านายจะเป็นยังไงตอนที่ฉันไม่อยู่ นายจะร้องไห้รึเปล่า... แต่พอฉันเห็นตอนที่นายแข่ง ก็ทั้งโล่งใจแล้วก็ใจหาย นายดูเข้มแข็งขึ้นมาก จนฉันกลัวว่านายอาจจะไม่ต้องการ... อ้อมกอดจากฉันแล้วก็ได้
ฟูจิยืดตัวขึ้น ฉวยโอกาสจูบร่างสูงอีกครั้ง แขนเรียวยกขึ้นโอบรอบลำคอหนา ดึงให้อีกฝ่ายคร่อมทับตัวเอง ต้องการสิ... ไม่ว่าเมื่อไหร่ผมก็ขาดอ้อมกอดของเทสึกะไม่ได้ แล้วอีกอย่างผมไม่ได้เข้มแข็งขึ้น... ไม่เคยเลยถ้าไม่ใช่เพื่อเทสึกะ
รสจูบหวานล้ำถูกมอบให้อีกครั้ง คราวนี้เทสึกะบดเบียดริมฝีปากอย่างรุนแรงราวกับหิวกระหาย ฉันเป็นคนเลวรึเปล่า? ถ้าฉันจะดีใจที่อยากให้นายอ่อนแอแบบนี้ตลอดไป...
ใบหน้าหวานแดงเรื่อราวกับซับซึมความรักไว้เต็มที่ ฟูจิส่งยิ้มอย่างพึงพอใจ เทสึกะทนไม่ได้ใช่มั้ย ที่จะเห็นคนอ่อนแออย่างผม... ถ้าสัญญาว่าจะคอยดูแลตลอดไป ผมจะเป็นคนอ่อนแอให้ก็ได้
ดวงตาสีน้ำตาลใต้กรอบแว่นยักยิ้ม ปลายนิ้วคล่องแคล่วเคลื่อนปลดกระดุมเสื้อของอีกฝ่ายอย่างไม่รอช้า งั้น... จะเริ่มดูแลให้เป็นพิเศษตั้งแต่คืนนี้แล้วกันนะ
ผิวกายขาวเนียนที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำบัดนี้เผยต่อสายตา เทสึกะก้มลงไล้เลียกายขาวผ่องรสหวานราวน้ำผึ้ง เริ่มฝากรอยจูบตามเรือนร่าง ดูดเม้มยอดอกสีชมพูเรื่อจนกลายเป็นสีแดงก่ำราวลูกเชอร์รี่
กางเกงยีนส์ถูกถอดออกไปอย่างง่ายดายเมื่ออีกฝ่ายเร่งเร้า ฟูจิแอ่นสะโพกรับแรงปลุกเร้าจากโพรงปากอุ่น รู้สึกแก่นกายของตนร้อนระอุมากขึ้นเป็นทวีคูณ อ... อา... ท... เท... สึกะ... อื้ม
เสียงครางแว่วหวานขาดหายไปเพราะนิ้วของอีกฝ่ายยื่นเข้ามาในช่องปาก เทสึกะพลิกตัวไปอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฟูจิรู้สึกเหมือนกำลังถูกกลืนกิน รู้สึกแต่ไออุ่นจากกายของเทสึกะที่ห้อมล้อมตนอยู่ ลมหายใจร้อนเป่ารดอยู่ที่ซอกคอทำให้ภายในกายยิ่งปั่นป่วน
นิ้วชุ่มน้ำลายสอดเสียดที่เบื้องหลังร่างบาง เทสึกะดุนดันนิ้วชี้เข้าไปอย่างไม่รีบร้อน เขาไม่อยากจะทำให้ฟูจิเจ็บ จำนวนนิ้วค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นและเมื่อนิ้วที่สามเข้าไปจนมิดสัมผัสถูกปุ่มกระตุ้นอารมณ์หวาบหวิวในกายเล็กจนทั้งร่างสะดุ้ง
อ้ะ! ผมไม่ไหวแล้ว... เทสึกะ... รีบ.. เข้ามา
เทสึกะยิ้มร้าย เขาคงจะเป็นคนเลวไปแล้วจริง ๆ ฟูจิที่ขาดเขาไม่ได้ทำให้เขามีความสุข เทสึกะดึงนิ้วออกตามคำขอ แล้วดันกายเข้าไปทีละน้อย แรงบีบรัดของช่องทางอันคับแคบเสียดสีร้อนแรงจนแทบละลาย เจ้าของสะโพกบางขยับกายเพื่อให้อีกฝ่ายเข้ามาให้ลึกที่สุด
อย่ากลั้นเสียงนะฟูจิ ร้องออกมาดัง ๆ เทสึกะกระแทกกายจนสุด บดเบียดกายล้ำลึกก่อนจะถอนกายแล้วสอดใส่ซ้ำอีก ร่างบางชุ่มเหงื่อถูกย้อมเป็นสีแดงก่ำด้วยไฟราคะที่โหมกระหน่ำ
เสียงกรีดร้องอย่างสุขสมดังก้อง ยามได้ถูกโอบกอดด้วยความรักล้ำลึกเช่นนี้ฟูจิรู้สึกราวกับลอยเคว้งอยู่บนท้องฟ้า ถูกกอดรัดอยู่ในอ้อมแขนของเทวดาผู้อ่อนโยน เขากำลังบีบรัดเทสึกะอย่างเร่าร้อน ความเสียวซ่านกระจายไปทั่วร่างจนแทบหลอมละลาย อา.. ของเทสึกะ ร้อน...
เสียงหวานลุ่มหลงในรสรักยิ่งกระตุ้นให้ฝ่ายที่ครอบครองเร่งเร้าจังหวะสอดใส่ ช่องทางเล็กที่รัดแน่นทำให้เขาสุขจนแทบคลั่ง ฉันต้องการนาย... เป็นของฉันคนเดียวตลอดไป... ฟูจิ
อื้อ... ผมเป็น.. ของเทสึกะ.. อ้า!
เทสึกะกระแทกกายเข้ามาจนสุดอย่างรุนแรง ร่างเล็กกระตุกราวกับถูกนาบด้วยแท่งเหล็กร้อน แต่อ้อมกอดแข็งแกร่งนี้ก็แสนอ่อนโยน แรงกระตุ้นเบื้องหลังด้วยแก่นกายร้อนผ่าวของคนรักผลักดันให้แรงอารมณ์พุ่งขึ้นจนถึงจุดสุดยอด ฟูจิปลดปล่อยธารแห่งอารมณ์ที่ล้นทะลักจนหมดสิ้น ความอุ่นวาบที่สูบฉีดภายในกายทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายก็ปลดปล่อยความปรารถนาแล้วเช่นเดียวกัน
ลมหายใจหอบถี่ประสานกันเบา ๆ ไอร้อนผ่าวในกายยังไม่จางหายไปง่าย ๆ เทสึกะทิ้งตัวนอนทาบทับบนกายเล็ก กรุ่นกลิ่นหอมหวานยังยิ่งทวีรุนแรงมากขึ้นจนยากจะหยุดแรงปรารถนา
เทสึกะประพรมจุมพิตอีกครา สอดลิ้นรุกรานเข้าสำรวจช่องปากของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะ ผิวกายที่ถูกดูดเม้มจนทิ้งรอยประทับสีซากุระยิ่งน่าดึงดูดจนอยากขบกัด
อือ... เทสึกะ พรุ่งนี้... ถ้าผมลุกไม่ไหวจะทำยังไง ฟูจิหยอก เมื่อรู้ว่าครั้งเดียวคงไม่พอแน่ที่จะทดแทนช่วงเวลาที่หายไปนาน
ไม่ต้องกลับไปหรอก... อยู่กับฉัน เทสึกะตอบหนักแน่น และเขาพูดจริง โดยไม่ฟังคำโต้แย้งใด ๆ กัปตันแห่งเซชุนก็เริ่มบรรเลงบทรักอันหนักหน่วงอีกครั้ง...
.
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
.
แสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านปลุกสองร่างที่กอดกันกลมอยู่บนเตียงให้ลืมตา ดวงตาสีฟ้าคู่สวยจ้องมองคนรักอย่างเปี่ยมสุข นาน ๆ ทีได้อ้อนเทสึกะแบบเมื่อคืนก็ดีจังนะ... รอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ประดับอยู่บนใบหน้าหวานรับอรุณให้กับคู่รักของตน
อรุณสวัสดิ์ เทสึกะ
กัปตันทีมส่งยิ้มคืนให้ แตะริมฝีปากแนบแก้มอีกฝ่าย อรุณสวัสดิ์
หลังจากพลอตรักรับเช้าวันใหม่กันอีกสักพัก เสียงโทรศัพท์ในห้องก็ดังขึ้น เป็นโออิชิที่โทรมาปลุกทุกคนให้มารวมตัวพร้อมกัน เทสึกะอดเป็นห่วงไม่ได้เมื่อได้ยินฟูจิบอกปลายสายว่าเดี๋ยวจะลงไป
เดินไหวรึเปล่า ฟูจิ
อัจฉริยะแห่งเซชุนยิ้มหน้าบาน ผมไม่เป็นไรหรอก ก็เทสึกะอ่อนโยนถึงขนาดนั้นนี่ แต่... น่าเสียดายเหมือนกันนะ ผมเองก็อยากจะอยู่ต่อจัง
เทสึกะคว้าร่างบางมากอดแน่น ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากแยกจากกันอีกเลย รอฉันนะ... ฉันจะรีบกลับไป จะไม่ปล่อยให้นายต้องร้องไห้คนเดียวเด็ดขาด
อื้อ ผมจะรอ ผมจะเก็บน้ำตาไว้ให้เทสึกะเป็นคนเช็ดคนเดียว ฟูจิตอบ แหงนหน้าขึ้นสบดวงตาเข้มคม ผมไม่ได้เข้มแข็งขึ้นอย่างที่เทสึกะคิดหรอกนะ ผมจะยิ่งขี้แงมากขึ้นด้วยถ้าไม่กลับมาปลอบ
ร่างสูงแลกจุมพิตหวานราวน้ำตาลอีกหน ก่อนจะเอ่ยบอก ฉันชักจะติดใจเด็กขี้แงคนนี้แล้วสิ มือใหญ่ซุกซนลูบผิวขาวผ่อง รอยจูบสีกุหลาบกระจายสะพรั่งเต็มกาย เทสึกะกดริมฝีปากดูดเม้มที่ยอดอกเล็ก รสชาติหวานหอมยิ่งกว่าอะไรอื่น
อ้ะ! เทสึกะ... พอได้แล้ว ทุกคนรออยู่นะ ฟูจิร้องท้วง แต่อีกคนไม่ฟังเสียง
เทสึกะทิ้งรอยรักไว้ทั่วแผ่นอก ไล้ลิ้นเลียลำคอเรียวจนถึงปลายคาง ยังไม่พอหรอก ริมฝีปากเข้าครอบครองเรียวปากอิ่มสีชมพูเรื่อ สอดลิ้นรุกรานลิ้มรสหวานล้ำอย่างดูดดื่ม
มือเรียวที่พยายามผลักคนที่คร่อมร่างออกด้วยแรงเพียงเล็กน้อยไม่ได้ก่อให้เกิดแรงต่อต้านแต่อย่างใด ลิ้นอุ่นที่ล่วงล้ำเข้ามาพันเกี่ยวกับลิ้นของตนเสียจนเคลิบเคลิ้ม
ร่างสูงซบกายลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลนุ่ม เสียงทุ้มสั่นเครือเอ่ยบอก ฉันไม่อยากจากนายไป... คราวนี้เขาจะไม่โกหก ถึงจะรู้แก่ใจว่ามันเป็นไปไม่ได้ ก็ยังอยากบอกความรู้สึกนี้ไปอยู่ดี ไม่ใช่แค่ฟูจิเท่านั้นที่ต้องร้องไห้... เขาเองก็คิดถึงคนรักจนน้ำตาแทบไหลเหมือนกัน
ผมบอกแล้วใช่มั้ย ถ้าเราอยากจะพบกัน... วันนั้นจะต้องมาถึงในไม่ช้า ฟูจิสวมกอดอีกฝ่ายแน่น รู้ทั้งรู้ว่าเจ็บแค่ไหนที่ต้องแยกจากกัน แต่เพื่อเทสึกะ... เขาจะไม่ร้องไห้ให้เทสึกะเห็น เทสึกะเข้าใจดีใช่มั้ย
เทสึกะยกตัวขึ้นมองใบหน้าสวย ริมฝีปากแย้มยิ้มแต่ดวงตาสีฟ้ากลับคลอไปด้วยน้ำตา อื้อ... เราจะได้อยู่ด้วยกันอีก
ไม่ใช่ว่าการจากครั้งนี้คือการอำลา ทุกสิ่งทุกอย่างจะยังคงเป็นเหมือนเดิม แม้ว่าจะห่างไกลสักเท่าไหร่แต่เราจะไม่มีวันพรากจากกัน...
.
.
.
.
อย่าลืมนะฟูจิ... ได้โปรดอย่าเข้มแข็งขึ้นเลย
End.
เข้ามาดู... (ไม่กล้าอ่าน)
หึๆ...
#1 By :nakare: on 2007-07-23 22:20