[Darren Shan Fanfiction] Desired Pursuit

posted on 28 Jun 2007 21:32 by keechan  in Books-Movies, Fiction

อ่านเล่ม 10 ภาษาไทยจบแล้ว... มีอะไรจะพูดเยอะแยะเลย แต่เมื่อกี้ ie ดันเห่ย... เลยขี้เกียจพิมพ์และ............... เอาฟิคไปอ่านเลยละกัน กร้าก

ฟิคนี้จริง ๆ ควรจะลงตั้งแต่เล่ม 9 ออกแต่ลืม ฮ่าๆ ลงดีเลย์ซะ เป็นฟิคคู่กับเรื่อง Eternal Pursuit นะฮ้า

วันก่อนโน้นก็ไปเปิดรูปคอสเก่า ๆ ดู (โหย รู้สึกแก่ ทำไมคอสมาตั้ง 2 ปีแล้วแน่ะ!) คิดถึงคุณเครป....

น้อ..........

แอ่ะ... อีกรูป มันปรับได้ดูโบราณดี

ดาร์เรนเป็นหนุ่มแล้วสิ.... แต่ข้างนอกก็ยังเด็กอยู่ ว้า~ คิดถึงสตีฟด้วย กรุ๊ ๆ เดี๋ยวก็จะจบแล้ว.... ตื่นเต้น อยากอ่านเล่ม 11 อยากเจอน้อง *ปิ๊บบบบบ* คนนั้นที่สุดเลย

นอกเรื่องไปเยอะละ อ่านฟิคกันเถอะ Yaoi เบา ๆ นะจ้ะ (มีเรื่องไหนที่ลงแล้วไม่วายมั้งห้ะ?)

Spoiler Vol. 9

Desired Pursuit
Pairing: Steve x Darren

ช่วงเวลาแห่งความสุขที่ผมจะได้อยู่ตามลำพังกับดาร์เรนนั้นหมดสิ้นไปแล้ว จากนี้ไม่ว่าผมจะทำอะไรเจ้าเครปสลีย์นั่นก็คงเฝ้าระแวงผมอยู่อย่างไม่ให้คลาดสายตา มันช่างน่าสะอิดสะเอียนจริง ๆ ที่ต้องมาอยู่ฝ่ายเดียวกับคนที่ประณามว่าผมชั่วร้าย ถึงมันจะเป็นแค่การเสแสร้งก็เถอะ

ยังดีที่ดาร์เรนเชื่อผมอย่างสนิทใจ คนหัวอ่อนอย่างดาร์เรนน่ะหลอกง่ายมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ความซื่อแบบนี้ก็เป็นนิสัยอย่างหนึ่งที่ผมชอบ จะแย่ก็ตรงที่เจ้าเครปสลีย์ใช้ความไร้เดียงสานั่นให้เป็นประโยชน์แล้วมาล่อลวงดาร์เรนของผมไป นึกขึ้นมาทีไรก็แค้นขึ้นมาทุกทีสิน่า ให้ตายเถอะ แต่ผมก็ต้องทนเก็บความเกลียดชังเอาไว้ ขืนโวยวายออกไปตอนนี้มีหวังแผนของเราได้เสียหมด

ผมรู้ดีว่าเจ้าเครปสลีย์นั่นคงต้องทำใจน่าดูที่ต้องยอมรับผมเป็นพวกเดียวกันตามคำขอร้องของดาร์เรน (ของเจ้าคนตัวเล็กกับเพื่อนหญิงของดาร์เรนนั่นด้วย) ผมเห็นไอ้คุณเครปสลีย์นั่นเหล่ตามามองผมแล้วบอกอะไรซักอย่างกับดาร์เรนก่อนที่ดาร์เรนจะเดินเข้ามาหาผม คงพยายามจะกีดกันผมไม่ให้เข้าใกล้ดาร์เรนอีกตามเคย

เอ่อ... สตีฟ นายจะนอนบนโซฟาก็ได้นะ ยังไงนายก็ถือว่าเป็นแขกของเรา ........นั่นไงล่ะ เป็นอย่างที่ผมคิดไว้ไม่มีผิด ดาร์เรนก็หลอกผมได้ไม่เก่งเอาซะเลย

แล้วพวกนายที่เหลือล่ะ ? ผมถามไปงั้น ๆ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าที่ที่จะนอนได้ที่เหลืออยู่ก็คงมีแค่บนพื้น

พวกเรานอนบนพื้นกันได้ สบายมาก กลางป่ายังเคยนอนกันมาแล้ว นายไม่ต้องห่วงหรอก ฉันว่านายรีบนอนเถอะ เหนื่อยกันมาทั้งคืนแล้วนี่ เดี๋ยวคืนพรุ่งนี้ค่อย--.. ผมเดินตัดหน้าดาร์เรน ไปที่โซฟา เบื่อเต็มทีกับมารหัวใจอย่างเจ้าเครปสลีย์กับคนที่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลยอย่างดาร์เรน

ผมหันมามองใบหน้าที่ยังเป็นเพียงของเด็กหนุ่มอายุ 16 คนนี้ สิบกว่าปีผ่านไปแล้วแต่ดาร์เรนไม่ได้ดูเปลี่ยนแปลงไปมากเลย การที่ร่างกายของเขาเจริญเติบโตได้ช้าก็มีข้อดีเหมือนกัน มันทำให้ผมรู้สึกได้สัมผัสช่วงเวลาที่หายไปของเราคืนมาแม้เพียงนิดหน่อยก็ยังดี

นายรู้มั้ยว่าพอได้มานอนห้องเดียวกันแบบนี้ทำให้ฉันนึกถึงตอนเด็ก ๆ ที่นายมาค้างบ้านฉันบ่อย ๆ ผมนึกถึงความหลังนั้นแล้วก็ยิ้มเมื่อนึกเทียบใบหน้ายามเด็กของดาร์เรนกับภาพที่เห็นในตอนนี้ ก่อนนอนเราก็มักจะคุยเรื่องลึกลับ ไม่ก็ดูหนังสยองขวัญกัน นายยังจำได้มั้ยดาร์เรน ?การพูดถึงอดีตมันเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วก็ไร้ประโยชน์สิ้นดี แต่อดีตที่สวยงามของผมกับดาร์เรนเป็นช่วงเวลาเดียวที่เจ้าเครปสลีย์นั่นไม่สามารถเข้ามาแทรกระหว่างเราได้

จำได้สิ ดาร์เรนตอบพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้มแล้วเดินมาใกล้ ๆ ผม ฉันสนุกมากเลยที่มีนายคอยเล่าเรื่องน่าตื่นเต้นพวกนั้นให้ฉันฟัง ผมชอบจริง ๆ เวลาที่ดาร์เรนชื่นชมผมแบบนี้ เขาเป็นเพื่อนคนเดียวที่ผมต้องการ จริงใจและซื่อตรงกับผมเสมอมา (ก่อนที่เจ้าเครปสลีย์จะเข้ามายุ่งกับชีวิตของเรา เขานั่นแหละที่ทำให้ดาร์เรนเปลี่ยนไป! )

บางทีเราก็อ่านเพลินกันจนหลับไปเลยนะ ไม่รู้ว่าทำไมเราไม่เคยฝันร้ายกันบ้างนะ ท่าทางจะมีภูมิต้านทานเรื่องพวกนี้อย่างดีจริง ๆ

นึกถึงตอนนั้นแล้วใครจะไปรู้ว่าเด็กธรรมดา ๆ อย่างเราสองคนจะมาเป็นอย่างที่เราเป็นตอนนี้ได้........... ผมยื่นมือไปสัมผัสใบหน้าที่จ้องมองผมด้วยดวงตาไร้เดียงสาคู่นั้น นะ......... ดาร์เรน ผมลูบไล้ใบหน้าอ่อนเยาว์นั่น พลางคิดถึงสถานภาพของเราสองคนในตอนนี้

นาย......ผู้ช่วยแวมไพร์ แล้วก็ฉันคนนี้.........--- ครึ่งแวมพานีซ............และจ้าวแห่งแวมพานีซด้วย....... ผมไม่ได้พูดวลีสุดท้ายนั่นออกไป ยังไม่สายเกินไปหรอกที่ผมจะมีดาร์เรนอยู่เคียงข้างอีกครั้ง ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ดาร์เรนคืนมาเป็นของผมคนเดียว แม้จะต้องเป็นศัตรูของทั้งโลกก็ช่าง แต่ตอนนี้คงยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ผมต้องใจเย็น ๆ แล้วค่อย ๆ ดึงดาร์เรนให้มองผมคนเดียวไปอย่างนี้เรื่อย ๆ ผมไม่ควรจะทำตัวให้ดาร์เรนสงสัยอะไรไปมากกว่านี้

เรื่องเกี่ยวกับอดีต เอาไว้เรามาคุยกันหลังจากที่เสร็จธุระกันแล้วดีกว่านะ ผมตัดบททันทีแล้วนอนลงบนโซฟา ผมเห็นท่าทีของดาร์เรนแล้วคาดว่าเขาก็คงงุนงงในสิ่งที่ผมพูดเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไร นั่นก็เป็นอีกอย่างในตัวดาร์เรนที่ผมชอบเหมือนกัน

หลับให้สบายนะ สตีฟ เขากล่าวอวยพร

เช่นกัน ดาร์เรน ผมตอบแล้วพยายามจะข่มตาหลับโดยไม่คิดฟุ้งซ่าน เวลานอนก็คือเวลานอน ผมควรจะรีบเก็บแรงไว้ดีกว่า

ดาร์เรนกำลังจะเดินไปแล้ว แต่เขากลับหันกลับมาพูดกับผมอีก เอ่อ......... สตีฟ

หืม ? เขายังต้องการอะไรอีกละเนี่ย

คือ.... ฉันจะไปนอนแล้วน่ะ นายช่วย.......เอ่อ..... ปล่อยมือทีได้มั้ย ? ตอนแรกผมงงในสิ่งที่เขาพูดซะเอง แต่เมื่อมองไปเห็นว่า ผมกุมมือเขาอยู่ ผมก็รู้ตัวว่าตัวเองเป็นไอ้บ้าที่เก็บความรู้สึกไม่มิดเอาซะเลย

อ้ะ....... ขอโทษที ผมปล่อยมือดาร์เรน พลางครุ่นคิดถึงเรื่องแปลก ๆ ที่ผมทำลงไปแบบไม่รู้ตัว แต่เมื่อเห็นสายตาที่เป็นกังวลของดาร์เรน ผมแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วทำตัวให้เป็นปกติ ไม่มีอะไรหรอก นายไปนอนเถอะดาร์เรน

ดาร์เรนคงสงสัยกับพฤติกรรมแปลก ๆ นี้ไม่แพ้ผม ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ผมนอนหันตัวเข้าหาโซฟา โชคดีไปที่เจ้าเครปสลีย์ไม่เห็นเหตุการณ์เมื่อกี้ ขืนเห็นขึ้นมามีหวังผมต้องโดนเพ่งเล็งอีกแน่ ผมพยายามทำความเข้าใจกับการกระทำนั้นของตัวเองแล้วผมก็พบว่ามีคำตอบเดียวที่เหมาะสม

ผมต้องการดาร์เรน

ที่ผ่านมาผมเก็บความปรารถนาอันแรงกล้านี้ไว้ได้ตลอด เพราะที่ผ่านมาดาร์เรนอยู่กับผมอย่างอิสระ แต่ตอนนี้เจ้าเครปสลีย์นั่นกลับมาแย่งความสนใจของดาร์เรนไปจากผมแล้ว หากปล่อยไปเรื่อย ๆ ผมก็จะไม่มีทางครอบครองดาร์เรนได้เลย ถ้าจะลงมือทำอะไรก็ทำในเร็ว ๆ นี้แหละ ก่อนที่มันจะสายเกินไป ก่อนที่เจ้าเครปสลีย์นั่นจะแย่งดาร์เรนของผมไปอีกครั้ง ผมไม่กลัวว่าดาร์เรนจะคิดยังไงหรือสิ่งนี้จะทำให้แผนของเราพังทลายหรือไม่ ผมมั่นใจว่าดาร์เรนยังมีใจให้ผม ส่วนเรื่องแผนของเราก็แค่ไม่ให้ใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของผมแค่นั้นก็พอแล้ว

แกนเน็นบอกผมเองนี่ว่าให้ทำทุกอย่างตามใจปรารถนา เขาพร้อมที่จะติดตามผมเสมอ แค่รักษาชีวิตตัวเองไว้เป็นพอ จนกว่าจะจบชีวิตนักล่าทั้ง 3 คนด้วยมือของผมเอง ตามคำทำนายของไอ้คุณเดสมอนต์ ไทนี่

ผมไม่ชอบหน้าหมอนี่ก็อีกคน แต่ก็ดีไปอย่างที่พวกแวมพานีซน่ะหัวเก่ากันทั้งนั้นเลยเชื่อคำทำนายของไอ้เตี้ยนั่นหัวปักหัวปำ ผมถึงขึ้นมายืนในจุดนี้ได้ คงจะหวังซะเต็มประดาสินะว่าผมจะดิ้นรนทำตามคำทำนายนั่น ไม่มีทางซะหรอก! ถึงดาร์เรนจะเคยทรยศผมก็ตาม แต่เขาจะไม่ทำอย่างนั้นเป็นครั้งที่สอง และผมจะไม่มีวันทำร้ายดาร์เรนเด็ดขาด

ผมยกมือข้างซ้ายขึ้นและจ้องมองฝ่ามือที่มีรอยแผลเป็นรูปกางเขนที่เคยถูกกรีดอยู่ภายใต้ถุงมือหนา นึกถึงความโกรธแค้นในคืนวันนั้น เคยคิดว่าคงไม่มีทางยกโทษให้กับการทรยศที่แสนสาหัสนี้ แต่แล้วเมื่อผมได้พบดาร์เรนอีกครั้งโทสะที่น่าจะสะสมมาจนระเบิดมันก็หายไปซะอย่างนั้น ความยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งดับความแค้นที่ลุกเป็นไฟของผมจนหมดสิ้น เพียงแค่ได้เห็นว่าดาร์เรนยังสุขสบายดี และยังเต็มใจเดินเข้าสู่อ้อมแขนของผม นั่นก็ทำให้ผมมีความสุขอย่างที่สุดแล้ว

ผมหลับตาลงพร้อมกับความคิดที่แน่วแน่ สิ่งที่ผมจะต้องรีบทำให้สำเร็จในตอนนี้คือ

ทำให้ดาร์เรนเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น

*******************************************

ผมลืมตาตื่นขึ้นในขณะที่ทุกคนในห้องยังคงหลับกันไม่รู้เรื่องราว ถ้าทำได้ผมอยากจะลักพาตัวดาร์เรนแล้วหนีไปในที่ไกลแสนไกลที่มีเพียงแต่เราสองคนเหลือเกิน แต่นั่นคงเป็นความฝันที่ยังเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้ คงจะง่ายดีถ้าผมรู้ว่านักล่าอีกสองคนที่เหลือนั่นเป็นใคร จะได้จัดการเชือดซะตอนนี้ที่ไม่มีใครรู้ตัวนี่แหละ แต่มันติดอยู่ตรงที่ผมไม่รู้นี่สิ ผมปัดความคิดไร้สาระฟุ้งซ่านออกไปจากสมอง การรีบร้อนทำอะไรลงไปคงไม่ใช่เรื่องดี ตอนนี้ที่ผมต้องสนใจก็มีเพียงว่าดาร์เรนจะยอมเป็นของผมได้อย่างไรเท่านั้น คนอื่น ๆ จะทำอะไรไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับผมแม้แต่น้อย

ผมก้าวไปใกล้ ๆ ดาร์เรนที่นอนอยู่บนพื้นอย่างสบายอารมณ์ ผมก้มลงมองดูใบหน้ายามหลับที่ไม่ต่างอะไรกับยามเด็กของเราเลย ผมยิ้มเมื่อนึกถึงหลายครั้งที่ผมลืมตาขึ้นมาบนเตียงแล้วพบกับใบหน้าน่ารักนี้เป็นอย่างแรก ผมลูบผมนุ่ม ๆ ของดาร์เรนอย่างเอ็นดู ปัดเส้นผมที่ตกลงมาปรกใบหน้า เปิดให้เห็นดวงหน้าของเขาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ผมไม่อาจหักห้ามใจตัวเองไม่ให้สัมผัสเขาได้ ผมโน้มตัวประทับจุมพิตลงที่หน้าผากของดาร์เรนอย่างแผ่วเบา ระวังที่จะไม่ทำให้ร่างที่หลับใหลอย่างสงบนั้นตื่นตระหนก

อือ...... ดาร์เรนครางเบา ๆ พร้อมพลิกตัว ใบหน้าของเขาหันมาอยู่ตรงกับผมอย่างเหมาะเจาะ ตอนแรกผมคิดว่าเขาจะลืมตาขึ้นมาซะแล้ว แต่เพื่อนของผมคนนี้ก็ขี้เซาเกินคาด ผมอมยิ้มกับตัวเองเมื่อเห็นความน่ารักของดาร์เรน จุมพิตเขาอีกครั้ง ก่อนที่จะถอยออกมา ผมควรจะเก็บความสนุกไว้ให้ตอนที่ดาร์เรนรู้สึกตัวน่าจะดีกว่า

ผมเดินเข้าห้องน้ำเพื่อคลายเสื้อผ้าที่รัดกุมของผมออก น่าอึดอัดเป็นบ้าที่ต้องแต่งตัวมิดชิดแบบนี้ตลอดเวลา แล้วยังไอ้กลิ่นสมุนไพรแปลก ๆ ที่ใช้ปกปิดกลิ่นแวมพานีซในตัวผมนี่อีก ทำยังไงก็ชินกับมันไม่ลงซะที หลังจากผ่อนคลายอยู่ชั่วครู่ผมก็จัดแจงแต่งตัวให้เหมือนเดิม เมื่อก้าวออกมาผมก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยกล่าวทักทาย

ไง สตีฟ ตื่นเร็วดีนี่

ดาร์เรน ผมทักตอบ หัวนายยุ่งเป็นรังนกเชียวนะ ผมแหย่เขาอย่างเคย ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่เราอยู่ด้วยกันแค่สองคน ดาร์เรนก็น่ารักเสมอสำหรับผม

ก็ฉันถึงรอใช้ห้องน้ำต่อจากนายอยู่นี่ไงล่ะ เขาว่า พลางยิ้มน้อย ๆ ส่วนผมก็ยิ้มอย่างพอใจในโอกาสอันดีนี้

งั้นก็เชิญเลยครับ ท่านแชน ผมหลีกทางให้ดาร์เรน เขาเดินยิ้มผ่านไปโดยที่มีผมมองตามอยู่อย่างไม่วางตา ดาร์เรนเองก็คงรู้ตัวเหมือนกัน ผมเห็นเขามองภาพสะท้อนของผมในกระจกอย่างใคร่รู้ ผมฉวยโอกาสเข้าไปโอบด้านหลังดาร์เรนอย่างรวดเร็วช่วงที่เขาละสายตา

สะ... สตีฟ! ดาร์เรนอุทาน เขาคงตกใจอยู่เหมือนกันที่ผมเข้ามากอดอย่างปุบปับแบบนี้ แต่ผมรู้ดีว่าดาร์เรนเต็มใจให้ผมกอดอยู่แล้ว ร่างที่เล็กกว่าในวงแขนของผมไม่แสดงท่าทีขัดขืนเลยแม้แต่น้อย

นายตกใจหรอ ดาร์เรน ผมกระซิบ ดาร์เรนกำลังซ่อนความหวั่นไหวไว้ แต่ผมรู้สึกได้ว่าร่างที่ผมโอบอยู่นั่นสั่นน้อย ๆ เพราะไม่คาดฝันว่าจะเจออะไรแบบนี้ ท่าทีของดาร์เรนยิ่งทำให้ผมสนุกมากขึ้น

นะ.. นิดหน่อย ก็นายเล่นมาแบบไม่รู้ตัวนี่ ดาร์เรนตอบอย่างซื่อ ๆ ตรง ๆ แบบสมกับเป็นตัวเขาจริง ๆ ผมยิ้มและคงอ้อมกอดนั้นไว้แน่น เตรียมพร้อมที่จะเลื่อนตำแหน่งมือไปสัมผัสให้ทั่วทั้งร่างที่น่าดึงดูดนี้ แต่ถูกหยุดด้วยคำถามของดาร์เรนซะก่อน

คิดอะไรอยู่หรอสตีฟ ดาร์เรนยังคงเลี่ยงไม่หันมาสบตาผม พยายามปกปิดความยินดีทีได้รับและความปรารถนาที่ซ่อนอยู่ อย่ามัวแต่ฝืนอยู่เลยน่า ที่จริงแล้วเขาก็ต้องการสิ่งเดียวกันกับผมนั่นแหละ

หึ...... ก็กำลังคิดว่า จะทำยังไงฉันถึงจะได้กอดนายอยู่แบบนี้ไปตลอดไง ผมตอบทีเล่นทีจริง รอดูปฏิกิริยาที่น่าสนุกจากดาร์เรน ยิ่งผมแหย่เขามากเท่าไหร่ก็เหมือนเป็นการกระตุ้นให้เขาทำในสิ่งที่ผมต้องการมากขึ้นเท่านั้น

ไม่เอาน่าสตีฟ ฉันซีเรียสนะ เขาว่า พลางกุมแขนทั้งสองข้างที่โอบรอบกายไว้ แต่ก็ยังคงหักห้ามใจไม่ให้หันมามองผม

ฉันก็พูดจริง ๆ นี่ดาร์เรน ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากให้เราหยุดเวลาตรงนี้ไว้ มีแค่นายกับฉันแค่สองคนอยู่อย่างนี้ ผมดึงร่างของดาร์เรนให้แนบกับตัวมากขึ้น หมายจะจุมพิตลำคอระหงที่อยู่ตรงหน้า

ดะ.. เดี๋ยวก่อนสตีฟ ดาร์เรนหันหน้ามาสบตาผม หวังจะหยุดสิ่งที่ผมจะทำ แต่ไม่ได้ผลหรอก ยิ่งผมมองเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาอย่างเดียวกันเช่นนี้ เขาดูสับสนและทำอะไรไม่ถูก เหมือนเขาต้องการบอกอะไรผมซักอย่าง แต่ผมไม่นิ่งรอคำใด ๆ จากปากเขาหรอก ไม่ว่าเขาจะปฏิเสธหรือยินยอม สิ่งที่ผมต้องการก็ไม่เปลี่ยนแปลง

ฉัน.............อยากให้นายเป็นของฉันคนเดียว ผมกระซิบ และค่อย ๆ ขยับไปใกล้ ๆ ให้ริมฝีปากของเราสัมผัสกันช้า ๆ เป็นจุมพิตที่ช่างยาวนานและดื่มด่ำ ลิ้นอุ่น ๆ ของดาร์เรนตอบรับผมอย่างดี เขาจูบเก่งกว่าที่ผมคิดซะอีก ช่างน่ารักเหลือเกิน ดาร์เรนของผม นอกจากผมแล้วไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครองเขา เขาต้องเป็นของผมทั้งหมด ทั้งร่างกายและหัวใจ

ช่างหัวพวกแวมไพร์และแวมพานีซ เรื่องของพวกนั้นไม่เกี่ยวกับผมและดาร์เรน ถึงความจริงที่ว่าผมคือจ้าวแห่งแวมพานีซจะต้องเปิดเผย แต่ก่อนจะถึงตอนนั้นผมจะทำให้ดาร์เรนรักผม ต้องการผมมากกว่าใครในโลกนี้ ดาร์เรนจะปกป้องผมจากพวกแวมไพร์ประสงค์ร้าย และผมจะปกป้องดาร์เรนจากพวกแวมพานีซไร้สมอง หากเราสองมอบหัวใจให้กันและกันแล้วก็จะไม่มีอะไรทำลายเราลงได้แน่นอน

เพราะงั้นผมต้องทำให้ดาร์เรนเป็นของผมให้เร็วที่สุด ก่อนที่ดาร์เรนจะรู้ความลับของผมแล้วจากผมไปหาคนอื่น ผมต้องได้สัมผัสทุกส่วนของดาร์เรน ร่างกายของดาร์เรนจะจดจำว่าใครคือเจ้าของ ผมเลื่อนจุมพิตไปตามลำคอเรียว มือข้างหนึ่งปลดกระดุมช้า ๆ อีกข้างก็โอบเอวบางนั้นไว้ใกล้ชิด ผมได้ยินเสียงหัวใจของดาร์เรนเต้นชัดเจน ราวกับท่วงทำนองที่ดำเนินไปอย่างร้อนรุ่มแต่แฝงไปด้วยความยินดี

ผมจูบระดาร์เรนตั้งแต่คอมาถึงอก มือทั้งสองลูบไล้ผิวเนียนนั้นอยู่ไม่ขาดช่วง ในขณะที่ผมคิดว่าดาร์เรนจะตกเป็นของผมสมใจ อารมณ์ที่ต่อเนื่องของผมก็ถูกขัดจังหวะ

ทำไมล่ะ สตีฟ? จู่ ๆ ดาร์เรนก็ถามอะไรที่ดูไม่เหมาะจะถามในเวลานี้เอาซะเลย ทำเอาผมอารมณ์เสียจนแสดงความไม่พอใจออกไปทั้งทางสีหน้าและน้ำเสียง

ทำไมอะไร?

ทำไมนายต้องมีความลับอยู่ในใจตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนี้ ฉันคนนี้ไม่มีค่ามากพอที่นายจะแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาให้เห็นงั้นหรอ เขาตัดพ้อด้วยความน้อยใจ นายไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันเลยหรือไง ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องทนเห็นนายอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ แต่ว่าตัวตนที่แท้จริงของนายอยู่ในที่ ๆ ฉันไม่มีทางก้าวไปถึงแบบนี้

ผมเจ็บปวดที่ดาร์เรนพูดแบบนี้ มันไม่ใช่อย่างที่เขาคิด แต่หากผมพูดความจริงไปทั้งหมดตอนนี้ ทุกอย่างจะพังทลายไม่มีชิ้นดี รวมทั้งความรักระหว่างเราด้วย ที่จริงเขาเองไม่มีสิทธิ์จะว่าผมฝ่ายเดียวแบบนี้ แล้วเมื่อตอนที่เขาปกปิดผมไม่ให้รู้เรื่องที่เตรียมวางแผนหนีไปกับเจ้าเครปสลีย์นั่นล่ะ! ก็เพราะเรื่องนั้นแหละที่ทำให้เราต้องเดินสวนทางกัน เป็นเขาเองนั่นแหละที่นำพาผมเข้าสู่เส้นทางนี้ หนทางของจ้าวแห่งแวมพานีซ

ตอนนี้ผมยกโทษให้เขาแล้ว ผมพยายามจะแก้ไขสถานการณ์ที่เลวร้ายให้เราได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง แต่ดาร์เรนไม่เข้าใจ จะทำอย่างไรเขาถึงจะรู้ว่าผมต้องการให้มีเขาอยู่เคียงข้างมากเพียงใด ผมก็แค่ต้องการให้เวลาที่เหลือเป็นของเราสองคนเท่านั้น ไม่มีใครอื่น ไม่มีแวมไพร์หรือแวมพานีซมาแทรกกลางระหว่างเรา เหมือนอย่างตอนที่เจ้าเครปสลีย์นั่นแยกเราสองคนจากกัน

ผมกุมไหล่ดาร์เรนไว้แน่น ใจผมอยากจะกดร่างตรงหน้าไว้เป็นของตัวเองตลอดกาลเสียเหลือเกิน คนที่ไม่เข้าใจอะไรเลยคือนายต่างหากล่ะดาร์เรน

ฉันไม่เข้าใจอะไร เขาย้อนถามอย่างไม่เข้าใจ และคงเสียใจมากพอดูที่ผมไม่บอกความจริงกับเขา แต่คงไม่เทียบเท่ากับความอัดอั้นในใจผม

นายไม่เคยเข้าใจว่าฉันรักนายมากแค่ไหน ไม่ว่าใครก็ตามจะมาพรากนายไปจากฉันไม่ได้ ผมโกรธเคืองที่ดาร์เรนไม่เคยเข้าใจความรู้สึกนี้ที่ผมมีให้เขาตลอดมา ยิ่งคิดเรื่องนี้ผมก็ยิ่งนึกถึงวันที่เขาทรยศผม ผมแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคนหลังจากที่ถูกเขาทิ้ง เกือบจะสูญเสียความเป็นมนุษย์ด้วยหัวใจที่แหลกสลายซึ่งถูกแทนที่ด้วยไฟแห่งความแค้นที่โหมกระหน่ำ

ทำไมนายต้องห่วงเรื่องนั้นด้วยล่ะสตีฟ ไม่ว่าเมื่อไหร่ฉันก็---

นายจำคืนนั้นที่ฉันสาบานว่าจะฆ่านายได้มั้ย ผมไม่สนใจว่าดาร์เรนจะพูดอะไร จงใจขุดความหลังที่น่าสะพรึงกลัวนั่นขึ้นมาอีกครั้ง ดาร์เรนสะดุ้งทันทีที่ได้ยินผมเอ่ยเรื่องนี้ขึ้น ผมไม่โทษเขาหรอก คนที่ผิดที่สุดคือเจ้าเครปสลีย์นั่นต่างหาก เฝ้ารังควาญผมกับดาร์เรนมาจนถึงตอนนี้ ถ้าหากไม่มีเจ้านั่นล่ะก็ผมคงไม่ต้องกลัวว่าดาร์เรนจะตกไปเป็นของคนอื่น

ช่วงเวลาที่เจ้านั่นใกล้ชิดดาร์เรนทำให้หัวใจของดาร์เรนเปลี่ยนไป มันไม่ได้อยู่กับผมอย่างมั่นคงอีกต่อไปแล้ว

เพราะฉันรักนายมากเหลือเกิน จนทนไม่ได้ถ้าหากว่าจะมีใครชิงนายไป ผมถ่ายทอดความรู้สึกที่แท้จริงให้เขาได้รับรู้ ถ้านายจะต้องตกเป็นของคนอื่น (โดยเฉพาะเจ้าเครปสลีย์ตัวร้ายนั่น! )

ฉันยอมทำลายนายด้วยมือของฉันเองดีกว่า ผมพูดประโยคท่อนสุดท้ายนั้นอย่างขมขื่น พลางเบนหน้าหนีไปไม่สบตากับเขา ผมไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตาที่กำลังเอ่อล้นขึ้นมาเมื่อนึกถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสหากดาร์เรนหายไปจากชีวิตของผม

มือทั้งสองของดาร์เรนโอบใบหน้าผมไว้ ประคองใบหน้าของผมให้หันมามองเขาที่จุดเดิม

สตีฟ มองตาฉันสิ เขาบอก ฉันยังคงเป็นของนาย ของนายคนเดียวเท่านั้น ประโยคที่กล่าวนั้นแฝงน้ำเสียงจริงจังอย่างที่สุด ดาร์เรนช่างไร้เดียงสาถึงขนาดไม่รู้ซึ้งถึงใจตัวเอง ผมยิ้มเศร้า ๆ เจือไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น

แต่นายก็ยังรักคุณเครปสลีย์ อย่าโกหกฉัน ฉันเห็นความสุขในแววตาของนายตอนที่เห็นเขากลับมา ผมเถียงกลับไป

ฉันเทิดทูนคุณเครปสลีย์ในฐานะที่เขาเป็นอาจารย์! ดาร์เรนเถียงผมทันที ดูท่าทางเขาโมโหมาก เขาเปรียบเป็นเหมือนพ่อคนที่สองของฉันนะสตีฟ นายกล้าคิด-----.. ผมโกรธจัดจนแทบจะอยากจะไปตัดหัวเจ้าเครปลีย์ซะเดี๋ยวนี้ นั่นน่ะหรอคือสิ่งที่ดาร์เรนคิด จะให้ผมเชื่อก็ได้ เจ้าเครปสลีย์นั่นก็ยิ่งชั่วร้ายที่หลอกใช้ความรู้สึกบริสุทธิ์ของดาร์เรนแบบนี้

แต่สายตาที่เจ้าเครปสลีย์มองนายนั่นมันไม่ใช่อย่างที่นายคิด! ผมค้าน ดาร์เรนมองเจ้าเครปสลีย์นั่นในแง่ดีเกินไปแล้ว หมอนั่นเกลียดฉัน พยายามหาข้ออ้างต่าง ๆ นานาไม่ให้ฉันอยู่ใกล้นาย เขาพรากเราสองคนให้ห่างกันด้วยความทุกข์ทรมานมาแล้วครั้งนึงนะดาร์เรน ทำไมเขาจะทำอีกครั้งไม่ได้! ผมจะทุ่มเถียงอย่างไรก็ดูจะไร้ผล ช่วงเวลาที่เจ้าเครปสลีย์แยกผมกับดาร์เรนให้ออกจากกันคือเวลาที่เจ้าเครปสลีย์ได้ใกล้ชิดดาร์เรนที่สุด ความรักที่ดาร์เรนมีให้เจ้าคนช่างเสแสร้งคนนั้นก็หล่อหลอมขึ้นมาอย่างยากที่จะทลาย

อย่าพูดถึงเขาแบบนั้น! ดาร์เรนตะโกนใส่ผมอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นายไม่เคยใกล้ชิด ไม่เคยรู้จักเขา ไม่เคยรู้ว่าเขาปรารถนาดีกับฉันแค่ไหน ฉันจะไม่ทนฟังคำสบประมาทที่นายคิดไปเองอย่างไม่มีหลักฐานหรอกนะ! ดาร์เรนผละตัวออกจากผม เขาโกรธผมจริง ๆ ผมไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน เขาไม่เคยคัดค้านผมรุนแรงขนาดนี้ น่าเจ็บใจนัก เจ้าเครปสลีย์ทำให้ดาร์เรนของผมเปลี่ยนไป หัวใจของดาร์เรนมีเจ้าคนเลวนั่นจับจองไว้ซะแล้ว แต่ผมยังไม่ยอมแพ้หรอก เจ้านั่นยังไม่เคยได้ครองครอบดาร์เรน คนที่จะได้สัมผัสเขาคนแรกต้องเป็นผม

ดาร์เรนไม่มีทางจะเดินหนีผมไปไหนได้อีก ตราบใดที่ผมไม่อนุญาต ผมเดินเข้าไปขวางดาร์เรนที่กำลังจะเดินออกประตูไป เขาส่งสายตาเสียดแทงมาที่ผม หวังจะไล่ผมไปให้พ้นทาง

หลีกไป! ผมไม่ใส่ใจคำสั่งนั้น ดาร์เรนต้องเป็นของผม ถึงหัวใจของเขาจะกลับมาเป็นของผมได้ยาก แค่ทำให้ร่างกายตกเป็นของผมก่อนก็สิ้นเรื่อง เดี๋ยวหัวใจก็จะตามมาเองแหละ

ฉันยังพูดกับนายไม่จบ........ ผมพูดโดยไม่มองตาเขา พลางเอื้อมมือไปปิดประตู ผมไม่ห่วงว่าดาร์เรนจะหนีออกไปได้หรอก แต่ถ้ามีใครมาขัดจังหวะมันจะยิ่งน่ารำคาญ ฉันไม่มีทางปล่อยให้ใครมาพรากนายไปจากฉัน............. นั่นคือเรื่องที่นายควรจะเข้าใจไว้เรื่องแรก ผมบอกเขาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามปกปิดความโกรธที่สุมอยู่ในใจ ดาร์เรนถอยหลังไปด้วยความหวาดเกรง แม้จะพยายามซ่อนไว้ผมก็ยังมองเห็น

เขากลัวผม

ผมยิ้มอย่างพอใจ ยิ่งดาร์เรนพยายามหนีผมมันก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกอยากไขว่คว้าให้ได้เขามาอย่างทนไม่ไหว ผมก้าวรุกรานเข้าไปใกล้ดาร์เรน แล้วอีกอย่างก็คือ.......... ผมคว้าข้อมือเขาไว้ ใช้มืออีกข้างเชยคางเขาขึ้นให้เงยมองผม มั่นใจว่าถึงเขาจะพยายามขัดขืนอย่างไรก็ไม่มีทางหลุดพ้นไปจากผมได้

ฉันจะไม่ปล่อยให้นายเดินจากฉันไปหาคนอื่น................ แล้วยืนดูเฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรหรอกนะ! ขาดคำ ผมดึงดาร์เรนมาจูบอย่างรุนแรง ผมไม่ใส่ใจแรงขัดขืนอันน้อยนิดของเขาแม้แต่น้อย เราหลงเหลือความเป็นมนุษย์อยู่ในตัวครึ่งเดียวเท่าเทียมกัน ผมจึงได้เปรียบอยู่เต็มประตูอยู่แล้วที่มีร่างกายโตเต็มที่ เขาดิ้นรนอย่างไรก็ไม่มีทางหลุดออกไปจากอ้อมกอดของผมได้

ผมไม่เห็นใจดาร์เรนที่ตัวสั่นเพราะความตกใจหรอก ผมใช้ลิ้นสอดไปสัมผัสทุกมุมภายในปากของดาร์เรน แม้ร่างกายเขาจะสั่นเทาแต่ภายในนั้นกลับเร่าร้อน ราวกับรอคอยใครสักคนให้มาปลดปล่อย ดาร์เรนควรจะดีใจได้เลย ที่คน ๆ นั้นก็คือผม

ผมดันร่างที่เล็กกว่าให้ยอมจำนนอยู่เบื้องล่าง การดิ้นรนยุติลงแล้ว ร่างนั้นทรุดลงอย่างว่าง่าย ผมใช้แขนทั้งสองสวมกอดเขาไว้ และมือทั้งคู่ก็ลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างท่อนบนที่ขณะนี้ไร้อาภรณ์ปกคลุม แล้วค่อย ๆ ถอนริมฝีปากที่ประกบอยู่นั้นออก ให้ดาร์เรนได้หายใจบ้าง ก่อนจะประทับจูบอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

อื้ม....... ยะ...หยุดนะ...... ดาร์เรนยังพยายามหยุดผม เขาขัดขืนอีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล กลับทำให้ผมยิ่งต้องการเขามากขึ้น เขาเบือนหน้าหนีผมไป แต่นั่นไม่เป็นปัญหาหรอก ผมส่งเสียงกระซิบข้างหูของเขา หากไม่ใช่ระยะใกล้ขนาดนี้ก็คงได้ยินเป็นเพียงเสียงลมเท่านั้น

อยากจะเข้าใจฉันไม่ใช่หรอ? นี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการล่ะดาร์เรน

*******************************************

ร้องไห้อีกแล้วหรอดาร์เรน ยังไม่ชินอีกหรือไง ผมทอดเสียงถามร่างบาง เมื่อเห็นน้ำตาใส ๆ ไหลรินอาบแก้มอย่างที่เป็นอยู่ทุกครั้ง

ผมคิดถูกที่ตัดสินใจทำให้ดาร์เรนเป็นของผมวันนั้น ถึงแม้ว่ามันจะขัดต่อความต้องการของดาร์เรนก็ตาม ครั้งแรกนั้นผมรู้สึกแย่อยู่ไม่น้อยที่ทำให้ดาร์เรนเจ็บปวดทั้งร่างกายและหัวใจ เสียงสะอื้นไห้ของเขาเกือบทำให้ผมยอมแพ้และล้มเลิกความตั้งใจ แต่ถ้าผมไม่ทำล่ะก็ ผมจะสูญเสียโอกาสที่จะได้อยู่กับดาร์เรนไปตลอดกาล

ผมคงทนไม่ได้

ไม่ว่าดาร์เรนจะพยายามขัดขืนยังไงผมก็ไม่ยอมหยุด ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วดาร์เรนก็ต้องตกเป็นของผมอยู่ดี เขาจะเก็บความบริสุทธิ์ไว้เพื่อใครกันล่ะ ผมสัมผัสได้ ผมรู้ดี คนที่ดาร์เรนต้องการที่แท้จริงก็คือผมเท่านั้น

ทำไม? คือคำแรกที่ออกจากปากเขา ผมรู้ว่าดาร์เรนเสียใจที่ผมรุนแรงกับเขา ตอนนี้ผมยังตอบคำถามนั้นไมได้ หวังแต่เพียงว่าความเศร้าของเขาอาจจะบรรเทาลงไปบ้างเมื่อผมประทับจุมพิตลงไปอีกครั้งอย่างแผ่วเบา ถึงแม้ในดวงตาใสกระจ่างนั่นจะเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา แต่มันก็ปนเปไปด้วยน้ำตาแห่งความปิติเช่นเดียวกัน ดาร์เรนรู้ซึ้งแล้วว่าผมรักเขา ถึงแม้ว่ายังคงไม่เข้าใจการกระทำอันอุกอาจของผมก็เถอะ

ผมปาดน้ำตาให้ดาร์เรน จ้องมองมือที่ต้องปิดบังเครื่องหมายของแวมพานีซเอาไว้ มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่ากำลังรังแกนายอยู่นะ ทำแบบนี้ ผมหยอก รออีกหน่อยเถอะนะดาร์เรน เมื่อถึงเวลา เราสองคนจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป แล้วนายจะมีแต่ฉันคนเดียวเท่านั้น

แต่ก็ดีนะ ที่ฉันเป็นคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้นายทุกข์ทรมาน แล้วก็เป็นฉันคนเดียวที่จะเช็ดน้ำตาให้นายได้ อีกไม่นานแล้ว ที่ดาร์เรนจะยอมเป็นของผมอย่างสมบูรณ์ เขาจะยอมทุ่มเททุกสิ่งให้ผมโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น มีแต่ผม มองแต่ผมคนเดียวเท่านั้น

*******************************************

แผนของผมดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ผมจัดการให้พวกแวมไพร์ย้ายมาที่อพาร์ทเมนท์ของผมได้แล้ว ช่วงเวลากลางคืนเราจะออกตามล่าแวมพานีซกัน น่าเสียดายที่ผมไม่ได้จับคู่กับดาร์เรน แต่เอาเถอะ คงเป็นไปไม่ได้หรอกถ้าต้องขออนุมัติจากเจ้าเครปสลีย์ ผมก็ไม่ขัดข้องอะไรเพราะดาร์เรนไปกับเจ้าคนตัวเล็กที่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรนัก

ส่วนผมได้จับคู่กับแวนชา คนที่เรียกได้ว่าเป็นพี่ชายของแกนเน็นนั่นแหละ ถึงจะรู้จักกันได้ไม่นานแต่ผมก็สังเกตเห็นได้ว่าสองพี่น้องคู่นี้เหมือนกันอย่างกับอะไรดี ทั้งคู่ไม่มีใครเกลียดศัตรูฝ่ายตรงข้ามอย่างแท้จริง ที่เขายอมทำทุกอย่างก็เพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์ของตนเองก็เท่านั้น คงจะดีถ้าสองคนนี้จะจับมือกันได้ ปัญหาระหว่างแวมไพร์กับแวมพานีซจะได้จบลงซะที แต่ว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่ผมจะต้องไปสนใจตอนนี้หรอก ไอ้ความขัดแย้งมาแรมปีนี่ไม่เกี่ยวกับผมซักนิด เรื่องอะไรผมจะต้องเอาตัวเองเข้าไปอยู่ภายใต้คำทำนายของเจ้าเดสมอนต์ ไทนีด้วยล่ะ

ผมเดินสำรวจแสร้งทำเป็นหาร่องรอยของแวมพานีซอย่างสบายใจ แต่ใจผมจดจ่ออยู่กับกิจกรรมในยามเช้ามากกว่า ร่างกายผมแข็งแรงเต็มเปี่ยม แถมจิตใจก็สดใสอย่างเป็นที่สุดอย่างนี้ ถึงเวลาแล้วที่ผมจะจัดฉากละครบทต่อไป

เมื่อเราพากันกลับมาพักผ่อน พระอาทิตย์ก็เกือบจะขึ้นแล้ว ผมกับแวนชากลับมาเป็นคู่สุดท้าย ผมแยกตัวไปทันทีเพื่อให้ได้พบดาร์เรนโดยเร็วที่สุด แต่เมื่อพบว่าเขายังไม่กลับมาที่ห้อง ที่เดียวที่เหลือที่เขาจะไปก็คือห้องอาบน้ำ

ยังไม่ทันจะเดินถึงหน้าห้องดี ผมก็เจอคนที่ไม่อยากจะเจอที่สุดซะได้ เจ้าเครปสลีย์ชอบมาเกาะแกะกับดาร์เรนของผมจริงเชียว แต่อย่าหวังเลยว่าจะมาชิงดาร์เรนไปจากผมได้อีก! ผมหงุดหงิดที่ต้องเห็นดาร์เรนยิ้มให้คนที่ผมเกลียดที่สุดจริง ๆ แต่ถึงอย่างไรผมก็มั่นใจว่าดาร์เรนเลือกผมแล้ว ยอมทอดทั้งกายและใจให้ผม เขาไม่มีวันกลับไปหาคนอย่างหมอนี่อีกหรอก!

ผมจงใจเดินสวนเข้าไปตอนที่เจ้าเครปสลีย์นั่นเดินออกมา เสแสร้งทำเหมือนกับว่าบังเอิญเดินเข้ามาพอดี เขาหยุดมองผมก่อนด้วยสายตาที่น่ารังเกียจ ผมเหลือบตามองเขากลับด้วยท่าทีที่วางเฉย พยายามไม่ใส่ใจกับกิริยาของเขา เมื่อเขาเดินจากไปเงียบ ๆ แล้ว ผมก็เลิกสนใจแล้วส่งยิ้มหวานให้ดาร์เรนที่รักของผม

ยังไม่ไปนอนหรอดาร์เรน ผมเดินเข้าไปหาเขา ไม่คาดหวังคำตอบใด ๆ เพราะทุกเช้าผมเป็นคนคอยกล่อมเขาให้หลับอย่างสบายตามแบบฉบับของผมอยู่แล้ว

ก็กำลังจะไปนี่แหละ เขาตอบ ดูท่าทางเกร็ง ๆ อย่างวางตัวไม่ถูก ผมยิ้มแล้วนึกขำกับท่าทางที่น่ารักเหลือเกิน ถึงจะอยู่ด้วยกันทุกวันผมก็ไม่เคยเบื่อเขาเลย

จะไม่รอให้ฉันจูบราตรีสวัสดิ์เลยรึไง ผมหัวเราะพลางเดินเข้าไปหาเขา จ้องมองร่างกายที่ยังคงสภาพวัยรุ่นอยู่ของดาร์เรน ผิวขาวปนชมพูระเรื่อส่งกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ใบหน้าที่ผุดผ่องไร้มลทิน ทั้งเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มสลวย ทั้งหมดนี้เป็นของผมคนเดียวเท่านั้น

แล้วนายจะได้หลับฝันถึงฉันไง ผมก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของดาร์เรน ผมรักความรู้สึกนี้เวลาที่ได้กอดเขาไว้ เหมือนกับว่าทั้งโลกนี้มีเพียงเราสองคน

นายจะไม่ให้ฉันคลาดสายตาเลยรึไง ขนาดในฝันยังจะตามมาหลอกหลอนกันอีก ดาร์เรนหยอกผม ความน่ารักอีกอย่างหนึ่งของเขาก็คือชอบขี้เล่นนี่แหละ (ถึงจะไม่เท่าผมก็เถอะ) ดาร์เรนปล่อยตัวตามสบายให้ผมได้ทำอย่างที่ใจต้องการทุกอย่าง ผมค่อย ๆ เลื่อนริมฝีปากลงมาแตะริมฝีปากนุ่มของเขาเบา ๆ แทบไม่อยากจะถอนไปจากสัมผัสดูดดื่มนี้เลย

เช้านี้นายใจร้อนนะดาร์เรน ใจคอไม่คิดจะรอให้ไปถึงในห้องฉันก่อนรึไง ผมล้อ พลางค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อบาง ๆ นั่นออกอย่างรวดเร็ว แต่แล้วผมก็เหลือบไปเห็นของบางอย่างอยู่ในมือของดาร์เรน ขวดเล็ก ๆ ที่มีน้ำสีแดง เห็นแค่แวบเดียวก็เดาได้ มีแต่พวกแวมไพร์เท่านั้นแหละที่จะพกขวดเลือดเล็ก ๆ แบบนี้ติดตัวไว้ ผมคว้าขวดนั้นขึ้นดู นึกถึงวิธีที่จะทำให้ผมสนุกมากขึ้น

วางมันไว้ก่อนเถอะสตีฟ แตกไปแล้วจะเลอะแล้วก็เสียของเปล่า ๆ ดาร์เรนเตือนผม เรื่องอะไรผมจะต้องทำตามล่ะ ผมเพิ่งจะคิดเรื่องสนุก ๆ ที่จะทำให้ดาร์เรนยิ่งรู้สึกดีมากขึ้นได้แล้วนี่

ไม่จำเป็นหรอก ฉันจะให้นายดื่มให้หมดเดี๋ยวนี้แหละ ผมบอกเขา พลางเปิดฝาขวดออกด้วยมือข้างเดียว อย่าดิ้นมากล่ะดาร์เรน เดี๋ยวมันจะหกหมด ผมเตือนไว้ก่อน ไม่สนหรอกว่าดาร์เรนจะเข้าใจคำเตือนรึเปล่า การได้เห็นเขาตกใจมันน่าสนุกจะตาย

เอ๋..? ผมไม่ปล่อยให้ดาร์เรนงุนงงไปมากกว่านี้ ผมยกของเหลวนั้นเข้าปากทันที แล้วป้อนน้ำสีแดงสดนั้นให้ดาร์เรนอย่างรวดเร็ว ถึงจะไม่คาดฝัน แต่ดาร์เรนก็มีปฏิกิริยาโต้ตอบกับเลือดอย่างที่ผมคิดไว้ ลิ้นอุ่น ๆ ดุนเข้ามาในปากผมทุกซอกทุกมุม เลือดสีแดงนั้นค่อย ๆ ไหลลงคอดาร์เรนไปอย่างช้า ๆ ทีละอึก ๆ

อร่อยมั้ยล่ะ ลิ้นนายนี่ซุกซนในปากฉันใหญ่เลยนะ ผมยิ้ม ดาร์เรนหน้าแดงด้วยความเขินอายเมื่อได้ยินผมพูดถึงการรุกรานของเขา

ทีหลังจะทำอะไรแบบนี้ก็บอกกันก่อนสิ โชคดีนะที่มันไม่หก ดาร์เรนว่า สำหรับผมมันดูเหมือนเป็นการแก้เขินมากกว่า

ฉันชอบมองนายเวลาที่เจอเรื่องอะไรไม่คาดฝันแบบนี้แหละ ผมบอก พลางขยับเข้าไปเลียรอยเลือดที่เปื้อนอยู่มุมปากของดาร์เรน อย่างนี้สิ ถึงจะสนุก ผมหยอกเขาพลางคิดว่าถ้าหากดาร์เรนชุ่มไปด้วยเลือดมนุษย์ทั้งตัวก็คงดีนะ นั่นคงจะเป็นวิธีดื่มเลือดที่ผมสนใจมากกว่าแบบไหน ๆ เป็นแน่

ผมถอดเสื้อผ้าของดาร์เรนออกอย่างช้า ๆ ประทับจุมพิตไปแทบทุกส่วนที่เผยให้เห็นผิวสวย เริ่มจากทรวงอก ไหล่ และเลื่อนไปถึงหลังคอ แต่แล้วดาร์เรนก็เกิดชะงักไปด้วยเหตุผลที่ผมไม่อยากรับรู้ และไม่อยากให้ความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเลย

ท่าทางดาร์เรนเหมือนตกใจกลัวอะไรบางอย่างอยู่ ผมไม่ต้องหันหลังกลับไปมองก็รู้ว่าดาร์เรนเจออะไร ภาพของเจ้าเครปสลีย์สะท้อนชัดเจนอยู่ในดวงตาของดาร์เรน เขาถูกเจ้าคนเลวนั่นดึงความสนใจไปจากผม แต่ไม่นานเจ้านั่นก็หายไป แต่ดาร์เรนยังคงจ้องมองอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยน ทำไมล่ะ ทำไมดาร์เรนต้องไปสนใจเจ้านั่นขนาดถึงไม่มองผมที่อยู่ตรงหน้า

เป็นอะไรไปดาร์เรน ผมพยายามเรียกสติของดาร์เรนกลับคืนมา ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เผื่อว่าดาร์เรนจะเลิกสนใจเจ้านั่นได้

สตีฟ...... คุณเครปสลีย์....... แต่สิ่งที่ผมได้รับกลับมาไม่ใช่อย่างที่หวังไว้ คำตอบของดาร์เรนทำร้ายหัวใจของผมอย่างบาดลึกอีกเป็นครั้งที่สอง ในสายตาของดาร์เรนขณะนี้ไม่มีที่ให้ผมแทรกอยู่ได้อีกต่อไป มันเต็มไปด้วยความห่วงหาถึงคนที่สำคัญที่สุด ในหัวสมองของดาร์เรนตอนนี้คงมีแต่เรื่องของเจ้านั่นเท่านั้น แล้วผมจะเป็นอะไรล่ะ? แค่คนแก้เหงางั้นหรอ? ถึงดาร์เรนจะรักผม แต่หากผมไม่ได้เป็นคนเดียวในใจเขา ไม่ได้ครอบครองทุกอย่างของเขามันก็ย่อมไร้ความหมาย

ผมทั้งโมโหทั้งสับสน ก่อนหน้านี้ผมเคยเชื่อว่าดาร์เรนจะไม่มอบความสำคัญให้ใครอื่นเหนือผม แต่มาถึงตอนนี้ผมก็ได้รู้แล้วว่าผมคิดผิด ผมตกเป็นรองเจ้าเครปสลีย์ ผมรักดาร์เรน แต่ผมเกลียดเจ้าเครปสลีย์ ขณะที่ผมกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดที่ร้อนรนของตัวเองอยู่นั้น ดาร์เรนก็เรียกผมให้กลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง

สตีฟ ดาร์เรนเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงหวั่น ๆ ผมไม่อาจเก็บความขุ่นเคืองเอาไว้ได้ แต่ยังคงหวังว่าดาร์เรนอาจจะทำอะไรให้ผมเชื่ออีกครั้งได้ว่าเขาจะเป็นของผมคนเดียว ผมไม่อยากยอมรับว่าผมจะต้องสูญเสียเขาไปอีกครั้ง

ฉันขอร้องครั้งนี้แค่ครั้งเดียวเถอะนะ ได้โปรด ดาร์เรนกล่าวเสียงสั่น ฟังเหมือนราวกับจะร้องไห้ แต่ดาร์เรนจะรู้บ้างมั้ยนะว่าคนที่อยากจะร้องไห้มากกว่าเขาเป็นร้อยเท่าน่ะคือผม ดาร์เรนทรยศผมอีกครั้งหนึ่งแล้ว เขาไม่สนใจเลยหรือไงว่าหากผมเสียเขาไปแล้วผมจะเป็นอย่างไร เขาควรจะรู้ว่าผมทนไม่ได้หากเสียเขาไป แต่ผมผิดหวังจนไม่อาจจะกล่าวอะไรได้ จึงต้องทนฟังคำขอร้องของเขา

รอฉันนะ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น พูดจบดาร์เรนก็ไม่รอให้ผมตอบรับ ผมน่าจะใช้กำลังรั้งเขาไว้ได้ แต่ผมตัดใจซะแล้วว่ามันคงไม่มีประโยชน์อีกต่อไป ไม่ว่าผมจะกดให้ร่างกายของเขาอยู่ภายใต้อำนาจของผมได้อยู่เรื่อยไป แต่หัวใจของดาร์เรนมีสายใยเชื่อมโยงกับเจ้านั่นอย่างเหนียวแน่นแบบที่จะไม่มีอะไรทำลายได้ไปแล้ว แม้แต่คนที่รักเขามากที่สุดในโลกนี้อย่างผม ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาได้ ผมอาจจะได้ครอบครองร่างกายของดาร์เรน แต่เจ้าของหัวใจที่น่าทะนุถนอมนั้นคือเจ้าเครปสลีย์

พอดาร์เรนกลับมาแล้วผมจะทำหน้ายังไงได้ เจ้าเครปสลีย์นั่นชนะ ส่วนผมเป็นผู้แพ้ ความพยายามทั้งหมดของผมสูญเปล่าไปในพริบตาเดียวที่ดาร์เรนตัดสินใจเลือกคนอื่นเป็นที่หนึ่งในหัวใจ

ในเมื่อแผนของผมล้มเหลว ผมก็จำต้องใช้แผนของแกนเน็นตามสัญญาที่เราตกลงกันไว้ ถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องเปิดเผยตัวจริง แล้วประกาศตนเป็นศัตรูกับดาร์เรนและเหล่าแวมไพร์ ในฐานะจ้าวแห่งแวมพานีซ และทำลายทุกสิ่งให้สิ้นซาก

*******************************************

ผมนั่งนิ่งอยู่ในห้องนั้นอย่างสงบ แต่ภายในใจผมร้อนรุ่มไปด้วยความโกรธแค้น ดาร์เรนจากผมไปแล้ว จากไปหาคนที่ผมเกลียดมากที่สุด เขาจะบอกให้ผมรอไปเพื่ออะไรกัน รอให้เจ้าเครปสลีย์นั่นมาเยาะเย้ยผมอีกงั้นหรอ? หัวใจทั้งหมดของดาร์เรนมอบให้เขาไปหมดแล้วนี่ จะกลับมาเพื่อแบ่งเสี้ยวหนึ่งให้เพราะความเวทนารึยังไง ผมไม่ต้องการหรอก ของของผมย่อมต้องเป็นแค่ของของผมคนเดียว ของที่ไม่มั่นคงอยู่กับผมคนเดียวผมก็จะทิ้งมันไปอย่างไม่ใยดีก็ย่อมได้ โดยเฉพาะของที่แปดเปื้อนด้วยฝีมือของคนที่ผมเกลียดเข้ากระดูกดำ ผมจะไม่ขอแตะมันอีกเลย

แต่แค่นั้นยังไม่เพียงพอสาสมกับความเจ็บปวดที่ผมได้รับหรอก ดาร์เรนทรยศผมถึงสองครั้ง ผมจะไม่จบความสัมพันธ์นี้ลงง่าย ๆ เพียงแค่ดับชีวิตของดาร์เรนลงไปพร้อม ๆ เหล่าแวมไพร์หรอกนะ ผมจะทำให้ดาร์เรนได้รู้ซึ้งว่า ความรู้สึกของการถูกหักหลังน่ะมันเป็นยังไง แล้วที่สำคัญที่สุด ผมจะทำให้ดาร์เรนเจ็บปวดทรมานอย่างที่ผมเคยเจ็บ ผมจะทำให้เขาปวดร้าวอย่างไม่มีวันลืมกับการที่ต้องสูญเสียคนที่รักมากที่สุดไปต่อหน้าต่อตา

ความขุ่นเคืองในใจผมเริ่มจางหายไป อะไร ๆ ก็ไม่ได้แย่นักหรอก กะอีแค่หลงผิดไปเชื่อคนหัวใจโลเลคนนึง ผมยังมีคนที่จงรักภักดีกับผมเสมออย่างแกนเน็นรออยู่

คนอย่างดาร์เรนน่ะ ผมไม่ต้องการก็ได้

ดาร์เรนวิ่งเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว ท่าทางเขาร้อนรนว้าวุ่นซะจนมองไม่เห็นผมที่รออยู่ข้างประตู ดูท่าทางเขาผิดหวังที่ไม่พบผมแล้วเริ่มร้องไห้อีกครั้ง น้ำตาของดาร์เรนที่ไหลออกมาแต่ละครั้งนั้นเพื่อใครกันนะ เขาเสียใจที่หาคนไว้คอยปลอบใจไม่พบรึไง นี่คงจะทะเลาะไม่ก็โดนเจ้าเครปสลีย์นั่นตะเพิดมาล่ะสิท่า ใบหน้าเศร้า ๆ นั้นก็คงมีไว้เพียงแค่เรียกร้องความสนใจจากใครก็ได้เวลาที่เจ้าเครปสลีย์นั่นไม่อยู่ข้าง ๆ สินะ

ไปมองที่ไหนของนายกัน หือ? ผมพูดขึ้น ดาร์เรนหันมามองผมแล้วพุ่งเข้ามากอดผมไว้แน่น เขายิ่งร้องไห้มากขึ้นอีก เหมือนกับพยายามจะรั้งไม่ให้ ตัวสำรอง อย่างผมหนีไปไหน

ร้องไห้อีกแล้วนะ นายนี่ จำได้ว่าแต่ก่อนต่อมน้ำตานายไม่ตื้นอย่างนี้นี่ท่านแชน ผมว่า แล้วปาดน้ำตาให้ดาร์เรน ที่เขาร้องไห้เพราะกลัวว่าจะไม่มีใครคอยปลอบใจล่ะสิ ไม่เหมือนกับตอนที่อยู่กับเจ้าเครปสลีย์ ใบหน้านี้ยิ้มแย้มตลอดเวลา

นี่ก็เพราะนายไม่ใช่รึไง ดาร์เรนพูดพลางเช็ดน้ำตา ผมฟังประโยคนั้นแล้วก็เถียงอยู่ในใจ เพราะเจ้าเครปสลีย์ต่างหาก ผมกุมมือดาร์เรนแล้วจุมพิตที่หลังมือ นี่คือการบอกลาของผม

ขอบใจนะ สตีฟ ผมฟังประโยคนั้นอย่างไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ ที่นายคอยฉัน..... คอยเวลาที่เจ้าเครปสลีย์ไม่ต้องการนายแล้ววิ่งโร่มาหาฉันน่ะหรอ น่ายินดีมากเลยนะดาร์เรน

ไม่จำเป็นต้องขอบใจหรอกดาร์เรน ผมยิ้มให้ ฉันแน่ใจว่าถึงฉันหนีไป นายก็จะต้องตามหาฉันจนสุดหล้าฟ้าเขียวแน่ เพราะผมเป็นคนเดียวที่เคยรักเขามากที่สุดยิ่งกว่าใคร ๆ

ผมลูบไปทั่วปลายนิ้วของดาร์เรน รอยแผลเล็ก ๆ สัญลักษณ์ของความเป็นแวมไพร์นี้เป็นเหมือนเครื่องหมายที่เจ้าเครปสลีย์นั่นตีตราจับจองดาร์เรนไว้เป็นของตัวเอง ทำให้ทุกอย่างระหว่างดาร์เรนกับผมเปลี่ยนแปลงไปจนหมดสิ้น

เจ็บปวดสินะดาร์เรน......... วันที่นายต้องถูกพรากไปจากฉัน ผมพูดขึ้น นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด ดาร์เรนถูกเอาตัวไปจากผมทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีโอกาสได้รู้ความรู้สึกของผมจนหมดใจ

ดาร์เรนพยักหน้าเศร้า ๆ แต่ความปวดร้าวของเขาคงไม่ถึงครึ่งของผมหรอก

ฉันก็แทบจะสูญเสียความเป็นมนุษย์เมื่อไม่มีนายอยู่เคียงข้าง ผมระบายความทุกข์ทรมานให้เขาฟัง บอกเล่าความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้เขาเพื่อสั่งลาความรักที่มีให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย ฉันดีใจแทบตายที่ได้พบนายอีกครั้ง หลังจากหลายปีที่ต้องจมอยู่กับความเดียวดาย

ผมทรมานมาพอแล้ว ถึงเวลาที่ผมจะเอาคืนบ้างล่ะ แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่านายต้องการฉัน ดาร์เรน เพราะงั้นฉันไม่จำเป็นต้องบังคับนายอีกต่อไปแล้ว

นายหมายความว่ายังไง สตีฟ ? ดาร์เรนถามผมด้วยความงุนงง ผมอาจจะเปลี่ยนแปลงเกินไปจนไม่แนบเนียน แต่ก็ไม่ชัดเจนจนดาร์เรนจะจับผิดได้หรอก

หมายความว่า ตอนนี้ฉันจะปล่อยให้นายทำไปตามที่ใจปรารถนา จัดการภารกิจล่าจ้าวแห่งแวมพานีซของนายให้เรียบร้อยซะ ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะหนีไปไหน แล้วหลังจากนั้นก็กลับมาหาฉันได้ทุกเมื่อ ผมเล่นละครเป็นคนรักที่แสนดีอย่างที่สุด แบบที่ดาร์เรนชอบและต้องการ คนปลอบใจที่ตามใจเขาทุกอย่าง ว่าง่าย แล้วก็ไม่ถามอะไรให้วุ่นวายไงล่ะ

ดาร์เรนโผเข้ากอดผมอีกครั้ง ขอบคุณ........ ขอบคุณจริง ๆ นะสตีฟ เขายิ้มให้ผม ผมเห็นสภาพเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยของดาร์เรน (ถึงจะเป็นฝีมือผมเองก็เถอะ) เลยจัดการติดกระดุมให้ใหม่ เขาวิ่งออกไปทั้งแบบนี้โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นถ้ามีเจ้าเครปสลีย์นั่นมาเกี่ยว ไม่ว่าจะทำอะไรในหัวของดาร์เรนก็มีเจ้าเครปสลีย์นั่นอยู่อันดับแรกอยู่แล้ว

ให้ตายสิ นายนี่นะ อายุเท่าฉันแน่หรอเนี่ย ท่าทางคุณเครปสลีย์จะโอ๋นายเกินไปหน่อยแล้วนะ ผมพยายามเปลี่ยนเรื่องปกปิดอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใน

จริงสิ สตีฟ นายยังอยากเป็นแวมไพร์อยู่รึเปล่า จู่ ๆ ดาร์เรนก็ถามผมขึ้นมา ผมตกใจกับคำถามของเขาอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่ว่ากลัวความลับของผมจะแตกหรืออะไรหรอก เพียงแต่คาดไม่ถึงเท่านั้นเอง

ทำไมถึงถามล่ะดาร์เรน ผมถามกลับ

ถ้าหากนายต้องการ ฉันจะถ่ายเลือดให้นายมาเป็นแวมไพร์ด้วยกันได้นะ ดาร์เรนเสนอด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มทีเดียว คงต้องหลังจากภารกิจนี้เสร็จสิ้นก่อน แต่ฉันแน่ใจว่านายเป็นแวมไพร์ที่ดีได้แน่ เขาดูตื่นเต้นแล้วก็ดีใจกับความคิดนี้จริง ๆ

แต่มันสายไปแล้วล่ะดาร์เรน ทำไมเขาไม่คิดเรื่องนี้ก่อนที่ผมจะพบกับแกนเน็นล่ะ ทำไมเขาไม่ออกตามหาผมทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผมเองก็อยากเป็นสิ่งมีชีวิตยามค่ำคืนที่แข็งแกร่งนี้แค่ไหน ที่สำคัญคือเขาน่าจะรู้ดีว่าผมอยากใช้ชีวิตร่วมกับเขาอีกครั้ง แต่เขาก็นิ่งเฉยไม่ทำอะไรทั้งนั้น มีชีวิตที่มีความสุขอยู่กับเจ้าเครปสลีย์ รอแต่ให้ผมวิ่งไล่ตามเขาแค่ฝ่ายเดียว

ไม่ได้หรอกดาร์เรน คุณเครปสลีย์ก็บอกไม่ใช่หรอว่าเลือดฉันมันชั่วร้าย ผมพูดพลางสั่นศรีษะ ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้วระหว่างผมกับเขา

ไม่ได้หมายความว่านายจะต้องเป็นคนชั่วร้ายด้วยนี่ ! ดาร์เรนแย้ง ถ้าหากนายช่วยพวกเราผ่านภารกิจนี้ไปได้ ฉันรับรองว่าทุกคนต้องยอมรับนายแน่

ไม่มีทางหรอกที่เขาจะทำภารกิจนี้สำเร็จ หนทางเดียวที่จะบรรลุเป้าหมายที่เขาต้องการได้คือต้องลบผมไปจากโลกนี้ แต่ดาร์เรนไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ซักนิด ผมยังถือไพ่เหนือกว่าเขา จากนี้ไปผมจะทำให้เขาต้องวิ่งไล่ตามผมบ้างล่ะ

งั้นฉันขอรับข้อเสนอไว้ก่อนแล้วกัน ผมว่า แล้วขยับไปกระซิบบอกดาร์เรนสิ่งที่ผมคาดไว้ ถ้าหากผมทำให้เจ้าเคปรปสลีย์หายไปได้ล่ะก็.........................

ถีงยังไง นายก็ขาดฉันไม่ได้.. ดาร์เรนจะต้องการแต่ผมคนเดียวเท่านั้น

รู้แล้วก็อย่าแกล้งหนีฉันไปไหนล่ะ ดาร์เรนตอบผมอย่างร่าเริง ไม่ได้รู้เลยซักนิดว่า จากนี้ผมจะตอบแทนความแค้นที่ก่อตัวลึกนี้ขึ้นอย่างสาหัสเพียงใด

แล้วดาร์เรนก็จะต้องไล่ตามผมไปตลอดกาล

To be continued in The Saga of Darren Shan Volume 8 Allies of the Night

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

วันเวลามันผ่านไปไวจริงๆเนอะ
ชอบรูปที่สองจัง ดูโบราณจริงๆด้วย
(รูปแรกลุงหล่อ ลุงเครปป ลุงเครปปป)

อ่านฟิคแล้ว
ทำไมตอนจิ้น หน้าริคุกับโซระมันโผล่ขึ้นมา..........
สตีฟดูโรคจิตซาดิสม์ใจระกำ(กำนะกำ)
คะ แค้นฝังหุ่นนนนนนนนนเชี่ยๆ=[]=b
แล้วดาเรนก็ซื่อบื้อได้โล่ห์จริงๆ

#1 By mikan on 2007-06-28 21:44

....ลงแล้วๆ...
อ่านแล้วด้วย..>.<
....อ่านแล้วนึกไปถึงเล่มหน้าๆด้วย...
....อ่านแล้วเศร้าด้วย....


ไงๆสตีฟก็รักดาร์เรน

#2 By :nakare: on 2007-06-28 22:02

ชุดรูปแรกเท่ห์มากเลยกี ชอบ โหวตตตต =[]=@ แต่รูปสองหน้าตาหนุ่มได้ใจกว่า กี๊ซซซซ

กีจังจ๋า เรากับแยมจะจัดงานUK2อีกแล้วเลยมาชวนกีจังเป็นสต๊าฟอีก งานวันเสาร์ที่20ตุลา รายละเอียดก็ลิงค์ชื่อโลดเลยจ้า

ประชุมสต๊าฟ ระหว่างเสาร์ที่14กค. กับ 15 กค. สะดวกวันไหนเอ่ย? (นัดที่สยาม) ยังไงจะรอคำตอบนะ เมนท์คำตอบไว้ที่บลอกUKกระทู้ล่าสุดได้เลยจ้า

#3 By Ultimate Kingdom on 2007-06-29 00:42

รูปนั้นมัน นานมากเลยนะ ^^'' ......

นึกๆ ก็เสียดาย ช่วงที่ผอมสุดๆ น่าจะ Cos เยอะๆ lol กว่านี้

#4 By gomora on 2007-06-29 00:46

ข้ามสปอย ... เห็นรูปแล้ว .. สมัยลุงยังผอมและมีผม / me วิ่งหนี

#5 By Oam on 2007-06-29 08:48

เล่ม 10 ภาษาไทยออกตั้งกะเมื่อไหร่ทำไมไม่เห็นจะเจอเลยล่ะค้าาาา =[]=!!!!!

สงสารสตีฟจริ๊งงง ฮ่าๆ หนูดาก็ติดคุณเครปจนน่าหมั่นไส้
ตีฟดาจงเจริญ เย่ >.<

#6 By ::Materia Hunter::^^ on 2007-06-29 17:36

(ตอบพี่กีจากในบล็อก &#65310;คือ มันกลับมาอีกแล้วอ้ะพี่ มาแบบไม่ทันรู้ตัว แต่รู้สึกว่ารอบนี้จะแรงกว่าทุกรอบด้วย *-*)
&#65342;
รุ่นน้องที่โรงเรียนเก่าเอายูเซอร์ให้เข้าไปอ่านฟิคในบอร์ดเทนิปุริ ....เจอฟิคพี่กีไปนั่นแหละค่า ....
หนูนอนไม่หลับสุดคืนเลยพี่

...นับฟูจิกับเทสึกะแทนแกะ &#65281;&#65281;&#65281;&#65281;

#7 By Uriel*幸村が大好き!! on 2007-07-05 22:51

ป่าวนะสตีฟไม่ได้หลงรักคนใจโลเลหรอกกกค่ะ!! คนอ่านเนี่ยล่ะใจโลเล สตีฟดาร์ หรือคุณเครปดาร์ นู๋ก็ชอบทั้งน๊านนน ค่าา!
อ่านแล้วเศร้าใจสุดซึ้ง ฮืออ เลิฟกันหวานแหวววิ๊งๆไม่ได้หรือค๊าาาป๋าตีฟ TTATT ฮือสงสารนู๋ดาร์เรนง่าา ชอบทำให้เค้าร้องไห้ (ทำไมคนอ่านชอบจังเยย )เค้าร้องไห้เพราะนายน่ะแหล่ะไอหล่อ! ห้ามหนีไปหาแกนเน็นจิ! (ไม่โหวตคู่นี้ง่ะ) ก็ๆๆคู่แท้คือนายก่ะดาร์เรนนี่นา (คุณเครปบ้างเป้นครั้งคราว555) อ่านไปเจ็บหัวใจไป เลือดกำเดาก็ไหลตามที่อ่าน ชอบอ่านฟิคของพี่กีจังค่ะ มันโดนหัวใจจึ๋งๆ ,,> <,, สนุก+สะใจความน่าย๊ากของนู๋ดาร์เรนมากมาย แค่ได้อ่านก่อนนอนก็สุขจาย.. >{}<b

#8 By ☂ YukiUsagi ★ on 2007-07-06 22:52

ลุงถ้าลุงคอสตอนนี้อาจจะเหมาะกว่าอีกนะ
คาแรกเตอร์มันก็ไม่ได้จำเป็นต้องเพรียวอะไร สำคัญที่"ผม"ต่างหากฮ่าๆ

#9 By GinG Freecss on 2007-07-07 23:23

น้องดาร์พี่กีน่ารักมากฮ้า-///-
พอมาอ่านด้านของสตี๊ฟแล้ว ...
*เอาขวานเฉาะกบาลนังติ๊ฟ*
น้องดาร์มาอ่านคง ..
"ทำไมถึงทำกับช้านด้ายยยยย"
แต่ถ้าตี๊ฟ S มาน้องดาร์อาจจะแอบ M ให้ก็ได้มั้ง ฮือ..

#10 By Jin on 2008-04-03 19:04