[Darren Shan Fanfiction] Deepened Dream
posted on 05 May 2006 15:02 by keechan in Books-Movies, Fictionรีบ ๆ ลงซะระหว่างที่ยังไม่มีอะไรอัพ กร้าก เล่นง่าย
จริง ๆ ฟิคเรื่องนี้ควรจะมาก่อนเรื่องที่แล้วล่ะ =[]=! แต่เราลืมเอามาลงเพราะว่ามันเป็นฟิคที่ลงใน Scars Paradise (Darren Anthology #1)

(เล่มนี้นะจ้ะ)
Song: Once Upon the Dream
ใครรู้ว่าเพลงมาจากเรื่องอะไรนี่ก็บอกอายุเหมือนกันนะ ฮ่า ๆๆๆ
Deepened Dream
Spoiler Vol. 7
ความมืด....
ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ไร้แสงสว่างใด ๆ สิ่งสุดท้ายที่ผมนึกออกคือคำพูดของอีแวนนาที่บอกว่า เจ้าแห่งเงา... ผู้ครองราตรีนิรันดร์ในอนาคต ผู้มาพร้อมกับความสยดสยองและมืดมน ในอนาคตทางหนึ่งนั้น คือ... ผม
ผมพยายามไม่คิดถึงอนาคตที่ยังไม่มาถึง แต่การอยู่เพียงลำพังในที่ ๆ ไม่รู้จักแบบนี้ทำให้ผมอดหวนคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้นขึ้นมาไม่ได้ แต่ผมก็ไม่มีเวลาครุ่นคิดนานนัก ท่ามกลางความมืดนั้น ผมรู้สึกได้ว่ามี "สิ่งนั้น" คืบคลานเข้ามาหา
เงามืดที่ดำลึกยิ่งกว่าความว่างเปล่าเคลื่อนเข้ามาใกล้ผมทุกขณะจิต ผมลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปชั่วขณะ คิดแต่เพียงหนทางที่จะหนีไปจากเงื้อมมือของเงามืดนั้นเท่านั้น คราวก่อนผมมีอีแวนนาคอยช่วย แต่ครั้งนี้ผมไม่สามารถตั้งสมาธิและทำให้สิ่งนั้นหายไปได้
ในขณะที่กำลังตื่นตระหนกนั้นเอง เงาดำทะมึนนั้นตรงรี่เข้ามาหมายจะคว้าผมไว้ก่อนที่ผมจะก้าวขาออก จู่ ๆ ก็มีมือหนึ่งฉุดผมไว้
"มัวยืนเฉยอยู่ทำไมล่ะ จะรอให้เจ้านั่นมาถึงตัวแล้วขย้ำคอนายหรือไง" เสียงนั้นกล่าว
ผมยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร และยังไม่แม้แต่จะเห็นหน้าเขา แต่ว่าอะไรบางอย่างทำให้ผมโอนอ่อนไปตามคำพูดของชายที่ปรากฏตัวขึ้นคนนี้อย่างง่ายดาย
และทันทีที่ผมกุมมือเขากลับ ร่องรอยของเจ้าแห่งเงาก็หายไป บรรยากาศโดยรอบถูกแทนที่ด้วยภาพนิมิตที่ไม่เหมือนเดิม น่าแปลกที่ผมเพิ่งระลึกได้ว่านี่เป็นเพียงความฝัน แต่ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นทำให้ผมไม่อยากจะตื่นขึ้นเลย แม้มันจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่แสนเลือนลาง แต่ผมจำได้แน่นอนว่าภาพที่เห็นนั้นคือ เมืองของผม... บ้านของผม... ที่ไม่ได้แตกต่างไปจากวิวในคืนสุดท้ายที่ผมบอกลาความเป็นมนุษย์ของตัวเองเลย
ผมเปลี่ยนความสนใจจากบรรยากาศรอบข้างมาเป็นชายแปลกหน้าที่ช่วยผมจากเงื้อมมือของเจ้าแห่งเงา
"คุณ.... เป็นใคร?" ผมถามอย่างงุนงง เหมือนกับว่าผมรู้จักชายคนนี้มาก่อน ทั้งน้ำเสียงและสัมผัสที่เขาแตะมือผมมันดุคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก แต่ทำไมผมถึงนึกไม่ออกนะ
ชายร่างสันทัดคนนั้นหันมามองผมด้วยความฉงนไม่แพ้กัน ผมต้องเคยเห็นแววตาแบบนี้มาก่อนแน่ ๆ ถึงแม้ว่าสีของดวงตาแปลก ๆ นี้ผมไม่เคยรู้จักก็ตาม เขาจ้องมองผมด้วยดวงตาสีฟ้าจาง ๆ ปนสีเทาขุ่น ๆ ผมสีทองจาง ๆ ยาวระบ่า คล้ายกับแวมไพร์ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนทรยศคนนั้นที่ผมเคยรู้จัก แต่บรรยากาศรอบตัวเขานั้นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
"แทนที่นายจะถามว่าฉันเป็นใคร ทำไมถึงไม่บอกชื่อเสียงเรียงนามของตัวเองก่อนล่ะ หือ" เขาย้อนด้วยท่าทียียวน ทำให้ผมอดมีน้ำโหขึ้นมาไม่ได้ทีเดียว
"ก็นี่มันฝันของผม จะตัดสินใจทำอะไรมันก็ควรเป็นสิทธิ์ของผมไม่ใช่หรือไง" ผมว่า
"อ๋อ งั้นหรือ นายรู้ได้ยังไงว่านี่เป็นฝันของนายล่ะ ที่นี่อาจจะเป็นฝันของฉัน แล้วนายคือคนที่บุกรุกเข้ามาก็ได้นี่" เขาเถียง
"ก็เพราะว่าผมเคยเจอกับเจ้าเงาดำนั่นมาแล้วครั้งหนึ่งในฝันของผมน่ะสิ" ผมหมายถึงเจ้าแห่งเงา (จะว่าเป็นฝันของผมก็ไม่ถูกซะทีเดียว เพราะตอนนั้นผมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในฝันของฮาร์แคตต่างหาก) ยังไม่ทันที่ผมจะเถียงจบ เงาดำทะมึนของเจ้าแห่งเงาก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง ให้ตายสิ เมื่อไหร่ผมจะลืมตาตื่นขึ้นจากฝันพิลึก ๆ นี่ที่ต้องมาเจอกับคนประหลาดแบบนี้ด้วยนะ
"สรุปแล้วเจ้านั่นมันตามนายมางั้นสิ" ชายแปลกหน้าคนนั้นว่า พร้อมส่งรอยยิ้มมีเลศนัยมาให้ผม "คนอย่างนายมีอะไรน่าให้ดึงดูดนักนะ ถึงต้องตามมารังควานกันถึงในฝัน"
น่าแปลกที่ผมไม่รู้สึกถึงอันตรายเลย ผิดจากครั้งแรก เป็นเพราะว่าผมหลีกหนีจากเจ้าแห่งเงาได้แล้ว หรือเป็นเพราะว่ามีชายคนนี้อยู่ด้วยกันแน่นะ คนที่ผมอยู่ด้วยแล้วรู้สึกว่าอบอุ่น ปลอดภัย และคุ้นเคย
ผมพิจารณาเขาใกล้ ๆ อีกครั้ง โดยไม่สนใจว่าจะเสียมารยาทหรือไม่ ในเมื่อที่นี่เป็นความฝันก็คงไม่ถือกันกระมัง "คุณเป็นใครกันแน่" ผมถามซ้ำ ผมแน่ใจว่าผมรู้จักคน ๆ นี้ แม้เราจะจากกันไปเป็นเวลานานมากก็ตาม แต่เรื่องราวระหว่างผมและเขาไม่เคยลบออกไปจากใจผม ภาพอดีตของ "เขา" ซ้อนทับกับคน ๆ นี้ได้อย่างลงตัว
"เป็นไปได้อย่างนั้นหรือ นายคือ " ผมเปิดปากเรียกชื่อเขา แต่กลับไม่มีเสียงใด ๆ หลุดออกมา
คนตรงหน้าดูเหมือนจะแปลกใจพอ ๆ กันกับผม ริมฝีปากเขาขยับเรียกชื่อของผมเช่นเดียวกัน แต่มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่เป็นสื่อกลางระหว่างเรา
"ฉันรู้จักนายใช่ไหม ฉันเอะใจตั้งแต่แรกแล้ว แต่ฉันไม่คิดว่าเราจะได้พบกันอีกในที่แบบนี้" เขาบอก
เรามองตาซึ่งกันและกัน ราวกับเพื่อซึมซับช่วงเวลาตรงนี้ทดแทนเวลาที่เราอยู่ห่างกันไว้ให้นานที่สุด เขากุมมือผมขึ้นมอง
"นายโตขึ้นแล้ว" เขายิ้มอย่างยินดี "ถึงจะแค่นิดหน่อยก็เถอะ" แต่ยังไม่วายหยอกเย้า แต่แล้วดวงตาคู่สวยนั้นก็เปลี่ยนเป็นฉายแววความโกรธแค้น
"แต่นายนี่ก็ยังอวดดีไม่เปลี่ยนเลยจริง ๆ คิดแต่ว่าตัวเองทำถูกอยู่ตลอดโดยไม่มองคนอื่นเลยนะ" เขาว่า "ความคิดนายหยุดเติบโตไปพร้อมกับร่างกายด้วยหรือไงกัน"
ขาดคำผมก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขายังคงแค้นผมอยู่ วันที่ความสัมพันธ์ของเราแตกหักลงนั้นยังคงติดค้างอยู่ในใจของเราสองคนอย่างไม่มีวันลบเลือน
"ฉันขอโทษ..." ผมกล่าว "ทางที่ฉันเลือกมันอาจจะทำให้นายเจ็บปวด แต่นายก็รู้ว่าฉันไม่เคยคิดทำร้ายนายเลย" แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไร แผลลึกในใจนี้ของเขาคงไม่มีวันหาย นึกถึงขึ้นมาเมื่อไรก็ยิ่งทำให้ผมเจ็บปวดใจพอ ๆ กัน
เขาส่ายศีรษะ แล้วมองผมด้วยใบหน้าเศร้า ๆ แต่ปนด้วยความยินดี "เราแก้ไขอดีตไม่ได้ ที่ฉันเสียใจก็เพราะว่าฉันรักนาย" ผมตะลึงเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่ารักออกมาจากปากของเขา บางทีนี่อาจจะไม่ใช่ตัวเขาจริง ๆ แต่เป็นเพียงบุคคลในฝันที่ผมถวิลหาอยากพบแล้วสร้างขึ้นมาเองเท่านั้นก็ได้
จิตสำนึกของผมด้านหนึ่งเตือนให้ผมเชื่ออย่างนั้น แต่อีกด้านหนึ่งผมก็อดที่จะหลงมัวเมาไปกับมันไม่ได้ หากความรู้สึกของเขาเป็นเรื่องจริง คงไม่มีอะไรอย่างอื่นที่ผมปรารถนาอีกต่อไป
ผมอยากจะเรียกชื่อเขาเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่รู้แล้วแท้ ๆ ว่าคนที่อยู่ตรงหน้านั้นคือคนสำคัญเพียงใด แต่เรากลับไม่อาจเปล่งเสียงเรียกชื่อของกันและกันได้ มันช่างทรมานจริง ๆ
"นายรู้ใช่ไหม ว่าฉันคือใคร"
"รู้ดียิ่งกว่าอะไรเลยล่ะ"
"แต่ทำไมเราถึงไม่ได้ยินชื่อของกันและกันล่ะ" ผมตั้งข้อสงสัย
"ฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะ บางทีมันอาจจะเป็นข้อห้ามอย่างหนึ่งในความฝันพิกลนี่ละมั้ง" เขาตอบอย่างอารมณ์ดี
"นายว่าฝันของฉันไม่เต็มหรือไง" ผมปากเบ้
เขาหัวเราะ "ฉันก็พูดไปตามที่เห็น อีกอย่างก็อย่าเพิ่งเหมาว่านี่เป็นฝันของนายคนเดียวด้วย"
บรรยากาศรอบตัวเรากลับมาเป็นอย่างเคย เหมือนอย่างที่เราเคยเล่นด้วยกันตอนเด็ก ๆ เรายิ้มและหัวเราะให้กันและกัน อยู่ในโลกของเราสองคน ไม่มีอะไรมาขัดขวาง ไม่มีอะไรมากั้นกลางระหว่างเราสองคน
"ว่าแต่" ผมเริ่มบทสนทนาต่อ "นายเป็นยังไงบ้างล่ะ สบายดีหรือเปล่า เล่าให้ฉันฟังเกี่ยวกับเรื่องของนายหน่อยสิ" ผมเปล่งเสียงเรียกชื่อเขาอีกครั้ง แต่ความเงียบก็ลอดเข้ามาแทนที่อีก ผมรู้สึกอึดอัดกับมันเต็มที
"ว่าไงล่ะ 'คุณเสือดาว' " ผมใช้ชื่อเล่นที่คุ้นเคยเรียกเขาแทน เขาอมยิ้มด้วยความพอใจปนขบขัน
"เสือดาวงั้นหรือ"
"ไม่อึดอัดบ้างหรือไงที่เราเรียกชื่อกันไม่ได้น่ะ" ผมแนะ "เป็นชื่อที่เหมาะกับนายออก"
"ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่" เขาว่า แต่ดูจากมุมปากทั้งสองที่ยกขึ้นอย่างพอใจ ผมคิดว่าเขาชอบชื่อที่ผมเรียกมากเลยทีเดียวล่ะ "แต่นายจะให้ฉันเรียกว่าอะไรดีล่ะ ให้ฉันอึดอัดเพราะเรียกชื่อนายไม่ได้แบบนี้อยู่ฝ่ายเดียวมันไม่ยุติธรรมนะ"
ผมฉีกยิ้ม " 'เจ้าชาย' ไงล่ะ" และตอบเขาแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ
"ทำไมถึงเป็นเจ้าชายล่ะ" เขาขมวดคิ้ว
"ก็เพราะว่าตอนนี้ฉันเป็นเจ้าชายน่ะสิ" ผมอวด แทบไม่รู้ตัวสักนิดว่าทำไมผมถึงได้กล้ายกยอปอปั้นตัวเองถึงขนาดนี้ อาจเป็นเพราะว่าผมรู้ว่าที่นี่คือความฝันกระมัง
เขายิ้มให้ "ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้เจอนายอีกครั้ง 'เจ้าชาย' " เขากลับมาที่เรื่องเดิม
"นายคิดจะพูดประโยคนั้นอีกกี่ครั้งกัน" ผมแหย่ "นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะ"
"น่าน้อยใจจริง ๆ นะ ทั้ง ๆ ที่ฉันเฝ้าตามหานายมาตลอดแท้ ๆ" เขาบ่ายเบี่ยงพลางตัดพ้อ "จะไม่เปิดโอกาสให้ฉันได้แสดงความคิดถึงเลยหรือไง คงจะเป็นฉันฝ่ายเดียวที่เฝ้านึกถึงนายทุกลมหายใจสินะ"
คำพูดของเขาทำให้ผมรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ 'ช่วยไม่ได้' ก็ตาม "ฉันเองก็คิดถึงนายเหมือนกันนะ แต่นายก็รู้ว่าฉัน... กลับไปไม่ได้"
รอยยิ้มอันเศร้าสร้อยยังไม่จางหายไปจากใบหน้าของเขา ทำให้ผมอดเป็นห่วงไม่ได้ "ทำไมล่ะ คุณเสือดาว เกิดอะไรขึ้นกับนายงั้นหรือ"
เพียงแค่นั้นเขาก็รีบเปลี่ยนท่าทีทันที "เปล่านี่ ไม่มีอะไร ฉันสบายดีมาก" เขาหยุดพูดไปสักพัก แววตาเศร้า ๆ นั่นยังคงจับจ้องมาที่ผม
"ฉันก็เป็นคนธรรมดาที่สบายดีน่ะสิ ฉันอยากรู้เรื่องของนายมากกว่านะ" เขาเร้า "เป็นถึงเจ้าชายงั้นหรือ หืม...? ฉันรู้สึกว่านับวันนายยิ่งห่างไกลออกจากฉันไปเรื่อย ๆ เหมือนกับว่าฉันกับนายจะไม่มีวันได้พบกันอีกแล้ว" เขาโผเข้าสวมกอดผม เขาไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้สะอื้น หรือคร่ำครวญใด ๆ แต่ผมได้ยินเสียงหัวใจของเขาที่ร่ำร้องเพรียกหาอดีตที่ไม่มีทางกลับคืนมา
ผมเองคงไม่เข้าใจความรู้สึกของเขาทั้งหมด ถึงแม้ว่าผมจะรักเขามากเพียงใด ผมไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาที่ล่วงเลยมาแล้วได้ และเหตุการณ์ในอดีตนั้นเองที่พาผมมาอยู่ตรงปัจจุบัน อาจจะฟังดูโหดร้าย แต่ว่าคงจะจริงอย่างที่เขาว่า ผมก้าวออกจากโลกมนุษย์เข้าสู่โลกของแวมไพร์มานานหลายปีแล้ว และคงไม่มีทางหวนกลับไปสู่โลกเดิมได้อีก
ถ้าหากผมมีพลังมากกว่านี้ มีอำนาจพอที่จะทำตามใจปรารถนาได้ก็คงจะดีไม่น้อย
ผมสวมกอดเขากลับ เราทั้งคู่ต่างรู้ดีถึงความปรารถนาที่เป็นไปไม่ได้ ผมกระซิบเขาที่ข้างหู "ไม่ว่าเมื่อไร ฉันก็จะยังคงเป็นเจ้าชายของนายเสมอ"
"เจ้าชาย... ของฉัน" คือคำตอบรับ
เขาก้มลงมองผม ดวงตาสีฟ้าขุ่นคู่นั้นจ้องมองที่ผมด้วยความเสน่หา และค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ทุกที
"ดะ... เดี๋ยวก่อน" เขาหยุดตามที่ผมห้าม แต่ก็เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้น
"ฉันเฝ้ารอวันที่จะได้พบกับนายอีกครั้งมา 14 ปีแล้ว ขืนให้ต้องรอนานกว่านี้ ฉันคงหายใจไม่ออก" เขาสารภาพอย่างจริงจัง พร้อมประทับรอยจุมพิตลงบนริมฝีปากของผมอย่างแผ่วเบา
มันช่างเป็นความรู้สึกที่เหมือนจริงเกินฝันเหลือเกิน ผมหลับตาลงลิ้มรสจุมพิตนั้นอย่างช้า ๆ และดูดดื่ม รู้สึกกลัวว่าถ้าหากลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพฝันตรงหน้าจะเลือนหายไป แต่อ้อมแขนที่ตระกองกอดผมอยู่นั้นทำให้ผมรู้ว่าเขายังอยู่ตรงนี้
"... อยู่ที่นี่ด้วยกันตลอดไปเถอะนะ" เขาบอก ในขณะที่ประคองใบหน้าของผมไว้
"เอ๋?"
"เราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป" เราจ้องมองลงไปในดวงตาของกันและกัน ผมรู้สึกลังเลกับสิ่งที่เขาเอ่ยขึ้น
"แต่ว่า... ที่นี่เป็นแค่ความฝันไม่ใช่หรือ นายจะให้ฉันหลับตลอดไปไม่ได้หรอกนะ" ผมบอกเขา พลางคิดถึงภารกิจที่ยังค้างคาอยู่ หน้าที่ของ 'นักล่า'
"ไม่ได้หรือ...? แต่ว่าเพราะฉันอยากจะหลับไปพร้อมกับนาย...." เขาทำหน้าเศร้า ๆ อย่างผิดหวัง "ถ้านายตื่น... นายคงจะลืมเรื่องราวเกี่ยวกับฉันไปหมดสิ้นแน่ ๆ ฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น"
"ฉันจะไม่ลืมหรอกน่า" ผมยืนยัน
แต่เขาไม่เห็นด้วย "นายรู้ได้ยังไงว่านายจะไม่ลืม ที่นี่เป็นความฝัน ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเมื่อนายลืมตาขึ้นมาแล้วจะจำฉันได้" เขาแย้ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง "บางที... ฉันเอง ถ้าตื่นขึ้นเมื่อไร ก็อาจจะลืมนายในตอนนี้ไปได้เหมือนกัน"
คำพูดของเขาทำให้ผมสะอึก ก็อาจเป็นได้ ที่นี่เป็นเพียงความฝันที่ไร้รูปร่าง ผมไม่มีอะไรพิสูจน์ด้วยซ้ำว่าชายตรงหน้าคนนี้มีตัวตนอยู่จริง แต่ว่า... ผมรู้ว่าหัวใจของผมนำทางมาถูกแล้ว ไม่ว่าจะพบกันที่ไหน ในรูปแบบไหนก็ตาม ความรู้สึกที่ผมมีให้เขาก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
"เราจะได้พบกันในโลกแห่งความจริงอีกแน่ คุณเสือดาว" ผมยืดตัวไปจูบที่ริมฝีปากของเขาอีกครั้ง เขาถึงกับยกมือขึ้นแตะปากของเขาอย่างตะลึงนิด ๆ เขาคงไม่คาดคิดว่าผมจะกล้าเป็นฝ่ายจูบเขาก่อนกระมัง และความรู้สึกของผมคงส่งผ่านจูบนั้นไปแล้ว "สักวันหนึ่งนะ..."
"ฉันจะรอวันนั้นนะ เจ้าชายของฉัน"
นั่นเป็นคำสุดท้ายที่ผมได้ยิน ก่อนที่ร่างนั้นจะเลือนหายไปในแสงสีขาว
####################################################
"นอนเพลินเชียวนะ ฝ่าบาท ลาร์เทนไม่ได้ฝึกระเบียบการตื่นให้เธอหรือไง" แวนชาส่งเสียงหยอกมาทันทีที่ผมลืมตาขึ้น
"ขอโทษด้วยครับ" ผมลุกขึ้น และยิ้มเขิน ๆ "ผม... ฝันไปน่ะ"
"ฝันแบบไหนหรือ" คุณเครปสลีย์หันมาถาม ผมอมยิ้มและนึกถึงฝันเมื่อครู่ สิ่งที่หลงเหลือยู่นั้นมีเพียงความรู้สึกนุ่มนวลบาง ๆ เท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอให้หัวใจของผมเบิกบาน
"ไม่รู้สิฮะ รู้แต่ว่ามันเป็นฝันที่ดีมาก จนผมไม่อยากจะตื่นเลยล่ะ" ผมตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
####################################################
.
..
.
..
.
..
.
"แล้วเราจะได้พบกัน ดาร์เรน"
To be continued in The Saga of Darren Shan Volume 7 "Hunters of the Dusk"
#1 By saya chan on 2006-05-05 15:08