[Darren Shan Fanfiction] Eternal Pursuit

posted on 02 May 2006 10:43 by keechan  in Books-Movies, Fiction

ของเก่าเล่าใหม่ เพราะเล่ม 8 ออก (เกี่ยวเรอะ?) ในที่สุดก็ได้เอาฟิคสตีฟ x ดาร์เรน เป็นตัวเป็นตนมาลงบล็อคซะที้~~ หลังจากที่ในบล็อคมีแต่เคอร์ดา x ดาร์เรน เต็มไปหมด =[]= จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขียนได้เป็นเรื่องเป็นราวเรื่องแรกเลยมั้ง 'w ' มีคอมเมนท์อะไรโขกสับได้เต็มที่นะฮ้า

ไม่เรท (???) ละมั้ง........

Song: You Needed me
Artist: Boyzone
Album: By Request

Eternal Pursuit

Spoiler Vol. 8

Pairing Steve x Darren

งั้นก็ตกลงตามนี้นะ ราตรีสวัสดิ์ โดยที่ไม่ทันจะฟังเสียงใครคัดค้าน คุณเครปสลีย์ก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงซะแล้ว

ดะ.. เดี๋ยวก่อนสิฮะคุณเครปสลีย์ ผมขัดขึ้นอย่างเสียไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่าเขาพูดคำว่า ราตรีสวัสดิ์ ในตอนที่มันใกล้เช้าอย่างนี้หรอกนะ

อะไรอีกล่ะดาร์เรน เขาถามด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความรำคาญเต็มที ท่าทางคืนที่ผ่านมาผมจะพาเรื่องยุ่ง ๆ มาให้เขาปวดหัวซะเยอะจริง ๆ ก็แปลกดีอยู่หรอกที่เวลาผมอยู่คนเดียวทีไรจะต้องเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นทุกที แต่มันไม่ใช่ความผิดผมนี่ คนอื่น ๆ ในห้องดูท่าทางจะไม่สนใจในเรื่องที่คุณเครปสลีย์พูด แต่ผมว่าการถือตัวเป็นเจ้าของห้องอย่างเต็มที่แบบนี้ออกจะเกินไปซักหน่อย ผมเลยเดินเข้าไปนั่งบนเตียง แล้วกระซิบบอกเขาใกล้ ๆ

คุณจะเล่นจองเตียงคนเดียวอย่างนั้นได้ยังไง ไม่เห็นหรอฮะว่าเราต้องนอนกันในห้องนี้กี่คน ถ้าไม่เห็นว่าเป็นคุณเครปสลีย์ละก็ผมคงจะไม่มีการเกรงใจเดินเข้าไปบอกเหตุผลใกล้ ๆ อย่างนี้แน่ ก็ตอนนี้ทั้งสตีฟ และเด็บบี้ก็เข้ามาพัวพันกับการล่าแวมพานีซแล้ว แวนชาก็กลับมาจากภูเขาแวมไพร์พร้อมกับคุณเครปสลีย์ จำนวนสมาชิกของพวกเราก็เลยจำต้อง ยัด กันอยู่ให้ได้ใน 2 ห้องโรงแรมนี้ สำหรับเด็บบี้ก็โล่งใจได้ ผมตัดสินใจให้เธอไปเลยห้องหนึ่ง คงจะไม่เหมาะแน่ ๆ ถ้าให้เธอซึ่งเป็นผู้หญิงต้องมานอนรวมกับพวกเรา แล้วพวกเราที่เหลือล่ะ

กะอีแค่เรื่องนี้เธอก็ยังวุ่นวายจริงนะดาร์เรน

ก็........ คุณเครปสลีย์ฮะ ผมว่ามันออกจะน่าเกลียดไปหน่อยถ้าคุณจะเล่นยึดเตียงไปคนเดียวอย่างนี้ อย่างน้อย ก็น่าจะตกลงกันก่อนกว่าใครสมควรจะได้นอนเตียงนะฮะ ยิ่งตอนนี้เรามี...

ดาร์เรน คุณเครปสลีย์ขัดขึ้นก่อนที่ผมจะพูดจบ ใครเป็นคนจ่ายค่าห้องโรงแรม

เอ่อ... ก็คุณไงฮะ ผมตอบไปอย่างงง ๆ แต่ก็พอจะเข้าใจจุดประสงค์ที่เขาถาม

ถ้างั้นก็จบ ฉันมีคุณสมบัติเพียงพอแล้วที่จะเป็นคนที่ได้นอนเตียง

แต่.. คุณเครปสลีย์ฮะ คุณไม่เกรงใจแวนชามั่งเลยหรอ ยังไง ๆ เขาก็แก่กว่าคุณนะฮะ ผมแย้ง

ให้ฉันนอนร่วมเตียงกับแวนชา!! เสียงดังของคุณเครปสลีย์ทำเอาผมตกใจจนเกือบสะดุ้ง ยังไม่วายผมต้องหันไปมองว่าแวนชาได้ยินรึเปล่า โชคยังดีไปที่ท่าทางเขายังคงอาลัยอาวรณ์อยู่ตรงประตูเชื่อมห้องข้าง ๆ
ขอทีเถอะดาร์เรน ถ้าเธอบอกว่าอยากจะขึ้นมานอนด้วยกันฉันจะไม่ขัดเลย แต่นี่........แวนชา แค่คิดก็ฝันร้ายแล้ว

ผมยิ้มน้อย ๆ อดคิดไม่ได้ว่าที่คุณเครปสลีย์พูดมันก็จริง ถ้าจะต้องนอนร่วมกันแวมไพร์ที่ชอบนอนกลางดินกินกลางทรายอย่างแวนชาก็คงจะเป็นฝันร้ายจริง ๆ ล่ะ

ตกลงฮะ คุณเครปสลีย์ ผมยอมแพ้คุณแล้วล่ะ ผมยอมจำนนกับเหตุผลของคุณเครปสลีย์ ยังไงผมก็คงเปลี่ยนใจเขาไม่ได้ง่าย ๆ แน่ อีกอย่างผมก็ไม่อยากจะรบกวนการนอนของเขาไปมากกว่านี้

แล้วจะไม่มานอนด้วยกันหรอ ดาร์เรน คุณเครปสลีย์ถาม ขณะที่ผมจะลุกออกจากเตียง

ไม่เป็นไรหรอกฮะ คุณนอนให้สบายเถอะ ผมไม่อยากทิ้งให้ฮาร์แคตต้องนอนพื้นอยู่คนดียวด้วย ปกติผมกับฮาร์แคตก็นอนห้องเดียวกันอยู่แล้ว มันคงจะรู้สึกแปลก ๆ ถ้าเราจะต้องนอนแยกกัน

ดาร์เรน คุณเครปสลีย์เรียกผมอีก ครั้งนี้น้ำเสียงของเขาฟังดูจริงจังกว่าเดิม

ฮะ?

ให้สตีฟนอนบนโซฟานะ ฉันไม่อยากให้เจ้าเด็กนั่นมานอนรวมกับพวกเรา แค่ให้อยู่ห้องเดียวกันก็เกินทนแล้ว พูดจบคุณเครปสลีย์ก็เบือนหน้าไปอีกทาง เหมือนจะจงใจไม่ให้ผมต่อปากต่อคำได้ แต่เอาเถอะ ผมก็เข้าใจว่าทำไมคุณเครปสลีย์ถึงต้องระแวงสตีฟขนาดนั้น

สรุปก็คือแวนชา ฮาร์แคต และผม จะนอนพื้น แล้วสตีฟจะต้องนอนบนโซฟา ผมพยายามใช้เหตุผลที่ฟังดูดีที่สุดบอกให้สตีฟไปนอนที่ที่คุณเครปสลีย์สั่งไว้
เอ่อ... สตีฟ นายจะนอนบนโซฟาก็ได้นะ ยังไงนายก็ถือว่าเป็นแขกของเรา ผมบอกสตีฟที่ยังคงยืนอยู่มุมห้อง (จะให้ผมบอกเขาได้ยังไงล่ะว่าเขาโดนคุณเครปสลีย์กันออกจากกลุ่ม)

แล้วพวกนายที่เหลือล่ะ ? สตีฟดูท่าทางเป็นห่วงพวกเราเกินคาด แต่ผมก็โล่งใจที่สตีฟไม่ปฏิเสธข้อเสนอให้ผมต้องกุเหตุผลขึ้นมาอ้างอีก

พวกเรานอนบนพื้นกันได้ สบายมาก กลางป่ายังเคยนอนกันมาแล้ว นายไม่ต้องห่วงหรอก ฉันว่านายรีบนอนเถอะ เหนื่อยกันมาทั้งคืนแล้วนี่ เดี๋ยวคืนพรุ่งนี้ค่อย--.. สตีฟเดินตัดหน้าผมไปที่โซฟาอย่างว่าง่าย แต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจผมเลย ดูเหมือนเขา........งอนผมอยู่? ผมพูดอะไรให้เขาไม่พอใจไปรึไง

นายรู้มั้ยว่าพอได้มานอนห้องเดียวกันแบบนี้ทำให้ฉันนึกถึงตอนเด็ก ๆ ที่นายมาค้างบ้านฉันบ่อย ๆ สตีฟบอกพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากนั้นที่ผมคุ้นเคย ก่อนนอนเราก็มักจะคุยเรื่องลึกลับ ไม่ก็ดูหนังสยองขวัญกัน นายยังจำได้มั้ยดาร์เรน ?

จำได้สิ คำถามของสตีฟทำให้ผมนึกถึงความหลังของเรา ผมยิ้มและเดินเข้าไปใกล้ ๆ เขาที่นั่งอยู่บนโซฟา ฉันสนุกมากเลยที่มีนายคอยเล่าเรื่องน่าตื่นเต้นพวกนั้นให้ฉันฟัง บางทีเราก็อ่านเพลินกันจนหลับไปเลยนะ ไม่รู้ว่าทำไมเราไม่เคยฝันร้ายกันบ้างนะ ท่าทางจะมีภูมิต้านทานเรื่องพวกนี้อย่างดีจริง ๆ ผมยิ้มกว้างขึ้นเมื่อนึกถึงความไร้เดียงสาของเราในวัยเด็ก

นึกถึงตอนนั้นแล้วใครจะไปรู้ว่าเด็กธรรมดา ๆ อย่างเราสองคนจะมาเป็นอย่างที่เราเป็นตอนนี้ได้........... นะ......... ดาร์เรน สตีฟพูดพลางสัมผัสใบหน้าของผมเบา ๆ ผมมองลึกลงไปในดวงตาของเขา สตีฟ เลพเพิด เพื่อนรักของผมคนเดิมคนนี้ แววตาของเขาก็ยังคงเดิม มุ่งมั่น เด็ดขาด แต่ผมรู้สึกว่ามันมีอะไรที่เปลี่ยนไป กระนั้นผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

นาย......ผู้ช่วยแวมไพร์ แล้วก็ฉันคนนี้.........--- จู่ ๆ สตีฟก็หยุดพูดไปซะอย่างนั้น เขาถอนมือกลับไป ผมเสียดายความรุ้สึกที่ทำให้ระลึกถึงว่าเราเคยใกล้ชิดกันเพียงไหนแบบนั้นจริง ๆ แต่ก็ทำได้เพียงแค่มองเขาเท่านั้น

เรื่องเกี่ยวกับอดีต เอาไว้เรามาคุยกันหลังจากที่เสร็จธุระกันแล้วดีกว่านะ สตีฟล้มตัวลงนอนอย่างสบายอารมณ์ สมกับเป็นเขาจริง ๆ เราไม่ได้มีเวลาอยู่ตามลำพังกันมากนั้นหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายที่ผ่านมา ผมก็ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะเรียกร้องขออะไรจากเขาได้ในตอนนี้

หลับให้สบายนะ สตีฟ

เช่นกัน ดาร์เรน

ผมกำลังจะเดินไปแล้ว แต่แล้วสตีฟกลับกุมมือของผมไว้ เอ่อ......... สตีฟ

หืม ? เขาตอบกลับมาเหมือนจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย

คือ.... ฉันจะไปนอนแล้วน่ะ นายช่วย.......เอ่อ..... ปล่อยมือทีได้มั้ย ? ผมจำต้องพูดแบบนั้นออกไปถึงแม้ใจจริงจะโหยหาถึงสัมผัสเช่นนี้อยู่ตลอดเวลาที่ห่างกัน แต่ผมชักเริ่มไม่แน่ใจในท่าทีแปลก ๆ ของสตีฟซะแล้ว เขาดูอ่อนโยน.............. อ่อนโยนและหวั่นไหวมากเกินไป เกิดอะไรขึ้นกับเขาในช่วงปีที่หายไปกันแน่ ตั้งแต่คุณเครปสลีย์กลับมาเขาดูไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

อ้ะ....... ขอโทษที ดูท่าทางสตีฟจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากุมมือผมอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่มีอะไรหรอก นายไปนอนเถอะดาร์เรน สตีฟรีบตัดบททันทีที่เห็นสายตากังวลของผม

ที่ผ่านมาผมไม่เคยคาดคั้นอะไรจากสตีฟได้อยู่แล้ว มีแต่เขานั่นแหละที่เอาแค่คาดคั้นผมตลอดเวลา ผมไม่ค่อยจะชอบนัก แต่ก็ไม่เคยรังเกียจ ท่าทางที่เขาหวงแหนผมมันทำให้ผมรับรู้ได้ว่าผมสำคัญต่อเขาเพียงไร และผมเองก็รู้สึกว่าเขาสำคัญต่อผมเช่นเดียวกัน แต่ผมอยากให้เขาพูดในสิ่งที่เขาคิดอยู่ให้ผมได้รับรู้บ้าง ไม่เช่นนั้นแล้วผมก็คงไม่เข้าใจ ความไม่เข้าใจทำให้เราต้องเดินสวนทางกัน วาจาที่เขาลั่นไว้ว่าจะตามล่าผมไปทุกหนทุกแห่ง และสังหารผม ทำให้ผมปวดร้าวมากในคืนวันนั้น แล้วไม่อยากจะให้ความรู้สึกแบบนั้นเกิดขึ้นอีกแล้ว

ผมยืนใจลอยไปกับความคิดอยู่นานจนฮาร์แคตมาเรียกผมไปนอน กระนั้นผมก็ไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ง่าย ๆ เฝ้าแต่จะจ้องมองร่างบนโซฟานั่นอยู่เรื่อยไป คิดถึงสัมผัสอุ่นที่ยังหลงเหลืออยู่ในมือ พลางคิดถึงอดีตครั้งที่ผมเคยมีคน ๆ นี้นอนข้างเคียงกัน

นายมีหนังสือสยองขวัญเต็มห้องแบบนี้ไม่กลัวมั่งหรอ สตีฟ ?

ไม่เห็นต้องกลัวเลย ดาร์เรน มันก็แค่ภาพในหนังสือเท่านั้นแหละ นายกลัวรึไง

คะ.. ใครกลัวกันเล่า เปล่าซะหน่อย

ให้ของจริงมาซะก่อนแล้วค่อยกลัวก็ยังไม่สาย

ต่อให้เป็นของจริงก็ไม่กลัวหรอกน่า อย่าบอกนะว่านายกลัว

ฉันก็ไม่กลัวเหมือนกันล่ะน่า นี่ ดาร์เรน ฉันง่วงแล้วล่ะ เลิกคุยแล้วก็นอนกันได้แล้ว

สตีฟ...........

อะไรอีกล่ะ

แล้วทำไมนายต้องจับมือฉันไว้ด้วยล่ะ

อ้ะ.........เอ่อ......... ก็จะได้รู้ว่านายไม่โดนผีที่ไหนลักพาตัวไปไง

ไอ้บ้า ทำไมผีจะต้องมาลักพาตัวฉันด้วยเล่า ถึงเป็นอย่างนั้นจริงจับมือฉันไว้แน่นแบบนี้เดี๋ยวก็โดนลากไปด้วยกันหรอก

ไม่มีทางหรอกน่า เพราะฉันจะเป็นคนปกป้องนายเอง

ฉันไม่ใช่สาวสวยที่แวมไพร์จะมาดูดเลือดนะสตีฟ ปล่อยมือเถอะ ฉันไม่ไปไหนหรอกน่า

............... จับไว้แบบนี้แหละ

และสัมผัสอุ่นในมือจากความทรงจำนั้นเองคือสิ่งสุดท้ายที่ผมนึกถึงก่อนจะผล็อยหลับไป

*******************************************

ไม่รู้ว่าผมคิดไปเอง หรือว่านั่นคือความฝันกันแน่ สิ่งที่ผมจำได้ลางเลือนขณะตื่นขึ้นมาคือใบหน้าของสตีฟ ทำไมผมถึงได้รู้สึกว่ามีเขาคอยเฝ้าดูด้วยความห่วงใยอยู่นะ แต่เมื่อผมเลื่อนสายตาไปที่โซฟาก็พบว่าเขาไม่อยู่ซะแล้ว หน้าไม้คู่ใจของเขายังวางทิ้งอยู่ข้างโซฟา แล้วไฟในห้องน้ำเปิดอยู่ สตีฟคงตื่นก่อนคนอื่น ๆ สินะ เห็นท่าทีระแวดระวังของสตีฟตอนที่เราได้เจอกันผมนึกว่าเขาจะพกหน้าไม้เข้าห้องน้ำไปด้วยซะอีก

ผมเหลือบไปดูนาฬิกาที่ชี้บอกเวลาบ่ายโมงเศษ ๆ เรายังมีเวลาอีกเยอะจนกว่าพระอาทิตย์จะตก แต่ในห้องก็ยังมืดสนิทอยู่เพราะม่านที่ปิดไว้เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนของเรา ผมก็คิดอยากจะนอนต่อ แต่ตามันสว่างซะแล้ว ผมหันไปหาฮาร์แคตแต่ก็พบว่าเขายังหลับอยู่ เพราะว่าคนตัวเล็กไม่มีหนังตา ถึงแม้เวลาจะหลับก็จะมองเห็นดวงตาสีเขียวคู่นั้นอยู่ตลอด แต่ผมอยู่กับฮาร์แคตมานานจนสามารถแยกออกแล้วว่า ตอนไหนที่เขาหลับหรือตื่นอยู่ ตอนนี้คงมีผมกับสตีฟเท่านั้นที่ตื่นอยู่ สำหรับแวมไพร์อีกสองคนนั่น ถ้าโรงแรมไม่ไฟไหม้ก็คงไม่มีทางจะตื่นขึ้นมาง่าย ๆ แน่ สตีฟออกมาจากห้องน้ำตอนที่ผมลุกขึ้นมาพอดี

ไง สตีฟ ตื่นเร็วดีนี่ ผมทักทาย

ดาร์เรน เขายิ้มให้ผม หัวนายยุ่งเป็นรังนกเชียวนะ

ก็ฉันถึงรอใช้ห้องน้ำต่อจากนายอยู่นี่ไงล่ะ ผมไม่ใส่ใจอะไรกับเรื่องที่เขาแขวะ เราต่างก็ยิ้มอรุณสวัสดิ์ให้กัน (ถึงมันจะบ่ายแล้วก็เถอะ)

งั้นก็เชิญเลยครับ ท่านแชน ผมเดินอมยิ้มผ่านสตีฟไป ผมไม่ได้ปิดประตูห้องน้ำเพราะรู้ว่าสตีฟยังคงมองตามมาอยู่ สตีฟชอบมีเรื่องปิดบังแล้วทำให้ผมแปลกใจอยู่ได้ตลอดเวลา ผมอ่านออกจากแววตาของเขาที่สะท้อนอยู่ในกระจกได้ว่าเขาคิดจะทำอะไรซักอย่าง ผมครุ่นคิดไปพลางล้างหน้าล้างตาไป แล้ว---

สะ... สตีฟ! โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว จู่ ๆ สตีฟก็เข้ามาโอบผมจากด้านหลัง เขาเดินเข้าใกล้มาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ผมน่าจะได้ยินเสียงตอนที่เขาเดินเข้ามานี่ แต่ทำไมกัน หรือเป็นเพราะว่าผมเพิ่งตื่นประสาทสัมผัสเลยยังไม่ตื่นดีนัก ผมตกใจนิดหน่อย แต่ก็โล่งใจที่คนที่กอดผมอยู่ในขณะนี้คือสตีฟ ผมไม่กล้านึกเลยว่าถ้าผมยังเลินเล่อแบบนี้อยู่ท่ามกลางแวมพานีซก็คงจะถูกเชือดไปอย่างไม่รู้ตัวไปแล้ว

นายตกใจหรอ ดาร์เรน สตีฟกระซิบเบา ๆ ผมเห็นดวงตาเขาจับจ้องอยู่ที่ผม มันยากเหลือเกินที่จะบังคับตัวเองให้เป็นปกติอยู่ในสภาพแบบนี้ ผมไม่อาจซ่อนความตระหนกบนใบหน้าได้ ไม่กล้าแม้แต่จะหันมามองหน้าเขาตรง ๆ แต่สายตาของผมก็ยังไม่ละจากภาพสะท้อนของเราสองคนในกระจกเบื้องหน้า

นะ.. นิดหน่อย ก็นายเล่นมาแบบไม่รู้ตัวนี่ สตีฟยังไม่ยอมคลายอ้อมกอดของเขา เขาเพียงแต่ยิ้มเท่านั้น เป็นรอยยิ้มที่ผมไม่ชอบเอาซะเลย เพราะทุกครั้งที่สตีฟยิ้มแบบนี้ก็มักจะมีเรื่องดีและไม่ดีตามมาเสมอ (ดีสำหรับเขา และแย่สำหรับคนอื่น) คิดอะไรอยู่หรอสตีฟ

หึ...... ก็กำลังคิดว่า จะทำยังไงฉันถึงจะได้กอดนายอยู่แบบนี้ไปตลอดไง

ไม่เอาน่าสตีฟ ฉันซีเรียสนะ สมกับเป็นเขาจริง ๆ สตีฟ เลพเพิด หาเรื่องแหย่ผมได้ตลอดเวลา ผมกุมแขนอันแข็งแกร่งของชายหนุ่มที่โตเต็มวัยนั้นไว้ พยายามจะถอนมันออกไป แต่ความปรารถนาที่จะปกป้องคุ้มครองและให้ความอบอุ่นกับผมที่ส่งผ่านมานั้นไม่อาจจะทำให้ผมผลักไสมันออกไปได้

ฉันก็พูดจริง ๆ นี่ดาร์เรน ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากให้เราหยุดเวลาตรงนี้ไว้ มีแค่นายกับฉันแค่สองคนอยู่อย่างนี้ สตีฟกล่าวพลางดึงร่างผมในอ้อมกอดเข้ามาแนบชิดมากขึ้น

ดะ.. เดี๋ยวก่อนสตีฟ ผมหันไปสบตากับเขา ตอนนี้ใบหน้าของเราห่างกันอยู่ไม่กี่มิลเท่านั้นเอง ผมคิดคำพูดที่จะยับยั้งเขาไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่หากผมขัดขืนสตีฟจะจากผมไปอีกครั้งหรือเปล่า ผมกลัวเรื่องนั้นมากที่สุด ได้โปรดเถอะสตีฟ ผมเฝ้าวิงวอนในใจว่าเขาคงจะบอกผมถึงสิ่งที่ซ่อนลึกอยู่ในใจบ้าง

ฉัน.............อยากให้นายเป็นของฉันคนเดียว เสียงของสตีฟแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ กระนั้นน้ำเสียงก็แฝงไปด้วยความจริงจังและขมขื่น เขาเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ผมมากขึ้นทุกที หมายความว่ายังไงกัน ทำไมเขาถึงต้องพูดแบบนั้น เขาไม่เคยรู้เลยหรือว่าผมเต็มใจมอบทั้งหัวใจและชีวิตนี้ให้เขาได้ทุกเมื่อ หากนั่นเป็นสิ่งที่เขาต้องการละก็ ผมอยากจะพูดออกไปเหลือเกินว่า ฉันไม่เคยเป็นของใครอื่นนอกจากนายเลย แต่แล้วริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของเขาก็ประทับลงบนริมผีปากของผมอย่างแผ่วเบา แต่แสนดูดดื่มและอ่อนหวานเกินกว่าสัมผัสใด ๆ ที่ผมเคยได้รับ ราวกับตกอยู่ในภวังค์ ผมไม่ใส่ใจสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย ไม่สนใจแม้แต่ความจริงที่ว่าคุณเครปสลีย์และคนอื่น ๆ ยังอยู่ในห้องข้าง ๆ นี้ด้วยซ้ำ

ผมเคลิบเคลิ้มไปกับรสจุมพิตนั้นอยู่นาน จนกระทั่งริมฝีปากนั้นเลื่อนลงไปลูบไล้ตามลำคอของผม สตีฟเริ่มปลดกระดุมเสื้อของผมออกอย่างช้า ๆ ด้วยมือเพียงข้างเดียว ในขณะที่มืออีกข้างนั้นโอบรอบเอวของผมไว้ไม่ให้ห่างไปจากระยะที่เราจะไม่ได้ยินลมหายใจของกันและกัน

ผมยอมแลกทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้ผมอยู่ในช่วงเวลาเช่นนี้ไปตลอดกาล แต่ผมรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ สตีฟดูเร่งรีบเหมือนเขาเกรงกลัวที่จะต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไปตลอดกาล แล้วสิ่งนั้นคือ ผมงั้นหรือ? เกิดอะไรขึ้นกันแน่จึงทำให้เขาดูหวั่นไหวได้เพียงนี้ เหมือนกับว่าเขารู้อะไรบางอย่างแต่ไม่บอกให้ผมรู้ ผมเกลียดสถานการณ์เช่นนี้ที่สุด เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้ผมกับเขาต้องผิดใจกันอย่างรุนแรงตอนนั้น แต่ผมไม่ใช่เด็กน้อยดาร์เรน แชนคนนั้นที่ไม่กล้าหาญพอจะเรียกร้องความจริงจากเขาอีกต่อไปแล้ว

ทำไมล่ะ สตีฟ? เขาชะงักเมื่อได้ยินคำถามของผม ก่อนจะย้อนถามด้วยความขุ่นเคือง

ทำไมอะไร?

ทำไมนายต้องมีความลับอยู่ในใจตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนี้ ฉันคนนี้ไม่มีค่ามากพอที่นายจะแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาให้เห็นงั้นหรอ ผมตัดพ้อกับท่าทีอันเฉยชาของเขา นายไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันเลยหรือไง ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องทนเห็นนายอยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ แต่ว่าตัวตนที่แท้จริงของนายอยู่ในที่ ๆ ฉันไม่มีทางก้าวไปถึงแบบนี้

สตีฟไม่ตอบอะไร แต่ดวงตาของเราทั้งคู่ยังจับจ้องกันอยู่ไม่เคลื่อนไหว สตีฟคลายวงแขนที่โอบผมไว้ แล้วใช้มือทั้งสองกุมที่ไหล่ของผมไว้แน่น

คนที่ไม่เข้าใจอะไรเลยคือนายต่างหากล่ะดาร์เรน สตีฟพูดด้วยเสียงที่ดังขึ้น

ฉันไม่เข้าใจอะไร

นายไม่เคยเข้าใจว่าฉันรักนายมากแค่ไหน ไม่ว่าใครก็ตามจะมาพรากนายไปจากฉันไม่ได้ เขาย้ำทุกถ้อยคำ แต่ในน้ำเสียงของเขามีความเกรี้ยวกราดเจือปนอยู่ เขาแสดงอารมณ์เช่นนี้เสมอเมื่อผมขัดความต้องการของเขา ผมพยายามจะบอกความรู้สึกที่แท้จริงของผมออกไป หวังว่าจะดับอารมณ์ร้อน ๆ นั่นลงได้

ทำไมนายต้องห่วงเรื่องนั้นด้วยล่ะสตีฟ ไม่ว่าเมื่อไหร่ฉันก็---

นายจำคืนนั้นที่ฉันสาบานว่าจะฆ่านายได้มั้ย ผมสะดุ้งที่สตีฟกล่าวถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นขึ้นมา มันช่างน่าสยดสยองอย่างที่ผมไม่อยากจะแม้แต่คิดถึงมันอีก ผมมองตาเขา พยักหน้ารับด้วยความหวาดหวั่น

เพราะฉันรักนายมากเหลือเกิน จนทนไม่ได้ถ้าหากว่าจะมีใครชิงนายไป ถ้านายจะต้องตกเป็นของคนอื่น ฉันยอมทำลายนายด้วยมือของฉันเองดีกว่า สตีฟพูดเสียงเครือและเบนสายตาหลบไปไม่มองผม นั่นคงเป็นทางเลือกที่เขาไม่ต้องการนัก ผมใช้มือทั้งสองข้างประคองให้ใบหน้าของเขาหันกลับมา พร้อมที่จะบอกความจริงในใจอย่างแน่วแน่

สตีฟ มองตาฉันสิ สายตาที่เบนไปทางอื่นหันกลับมามองผมช้า ๆ ฉันยังคงเป็นของนาย ของนายคนเดียวเท่านั้น ผมคิดว่าผมแสดงเจตนาชัดเพียงพอแล้วกับคำพูดที่กล่าวไป เขาควรจะเลิกระแวงว่าผมจะหายไปจากข้างกายเขาได้แล้ว แต่เขากลับเผยรอยยิ้มแห่งความเหยียดหยามออกมาอย่างเย็นชา

แต่นายก็ยังรักคุณเครปสลีย์ อย่าโกหกฉัน ฉันเห็นความสุขในแววตาของนายตอนที่เห็นเขากลับมา

ฉันเทิดทูนคุณเครปสลีย์ในฐานะที่เขาเป็นอาจารย์! ผมเถียงทันควัน ไม่คาดคิดมาก่อนว่าสตีฟจะมองคุณเครปสลีย์ในแง่แบบนั้น เขาเปรียบเป็นเหมือนพ่อคนที่สองของฉันนะสตีฟ นายกล้าคิด-----

แต่สายตาที่เจ้าเครปสลีย์มองนายนั่นมันไม่ใช่อย่างที่นายคิด! สตีฟแย้ง หมอนั่นเกลียดฉัน พยายามหาข้ออ้างต่าง ๆ นานาไม่ให้ฉันอยู่ใกล้นาย เขาพรากเราสองคนให้ห่างกันด้วยความทุกข์ทรมานมาแล้วครั้งนึงนะดาร์เรน ทำไมเขาจะทำอีกครั้งไม่ได้!

อย่าพูดถึงเขาแบบนั้น! ผมตะโกนใส่เขา ไม่สนใจว่าคนอื่นจะได้ยินหรือไม่ นายไม่เคยใกล้ชิด ไม่เคยรู้จักเขา ไม่เคยรู้ว่าเขาปรารถนาดีกับฉันแค่ไหน ฉันจะไม่ทนฟังคำสบประมาทที่นายคิดไปเองอย่างไม่มีหลักฐานหรอกนะ!ผมผลักเขาออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ เดินออกจากอ้อมแขนนั้นอย่างฉุนเฉียว แต่ร่างนั้นก็ก้าวออกมาขวางทางผมไว้

หลีกไป! ผมออกคำสั่งด้วยสายตาที่แข็งกร้าว แต่ดูเหมือนชายเบื้องหน้าผมจะไม่สะทกสะท้านต่ออารมณ์ที่พลุ่งพล่านของผมแม้แต่น้อย

ฉันยังพูดกับนายไม่จบ........ สตีฟพูด เ ขาเอื้อมไปปิดประตูที่อยู่ด้านหลัง ดวงตาของเขาดุดันอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ฉันไม่มีทางปล่อยให้ใครมาพรากนายไปจากฉัน............. นั่นคือเรื่องที่นายควรจะเข้าใจไว้เรื่องแรก เขาพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ราวกับลมที่ไม่ไหวติงก่อนที่พายุกระหน่ำจะเคลื่อนมาทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า ผมเดินถอยหลังโดยไม่รู้ตัว เว้นระยะห่างจากเขามากขึ้น ผมกลัวเขาทำไมกัน ในเมื่อคนครึ่งแวมไพร์อย่างผมย่อมมีพละกำลังมากกว่าเขามากโขอยู่แล้ว ผมพยายามรวบรวมสติแล้วเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง

ใบหน้าที่เฉยเมยนั้นเปลี่ยนเป็นเย้ยหยันทันทีที่เห็นความหวาดเกรงของผม เขาแสยะยิ้มอย่างที่ชอบทำเวลาที่ได้สิ่งที่ต้องการสมใจ แล้วอีกอย่างก็คือ.......... สตีฟพูดพลางก้าวเข้ามาใกล้ผมเรื่อย ๆ เขาคว้าข้อมือซ้ายผมไว้แน่น แล้วใช้มืออีกข้างเชยคางผมขึ้นให้สบตาเขา ราวกับต้องมนต์สะกด ผมไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้ ผมไม่ได้ขัดขืนอย่างเต็มที่ แต่รอฟังว่าสิ่งที่เขาจะบอกนั้นคืออะไร

ฉันจะไม่ปล่อยให้นายเดินจากฉันไปหาคนอื่น................ แล้วยืนดูเฉย ๆ โดยไม่ทำอะไรหรอกนะ! สตีฟดึงผมเข้าไปจูบอย่างรวดเร็ว แต่สัมผัสครั้งนี้ไม่ได้นุ่มนวลอย่างครั้งก่อนหน้านี้ มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทั้งรุนแรงและหยาบคายที่สุด ผมพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการของเขา แต่ก็ต้องตกใจเพราะไม่ว่าผมจะออกแรงต้านมากเพียงใดก็ดูจะไร้ผล เป็นไปได้อย่างไรที่คนธรรมดาอย่างสตีฟจะมีแรงเหนือผมซึ่งเป็นคนครึ่งแวมไพร์

ผมยิ่งตระหนกและสับสนมากขึ้นจนแทบจะหายใจไม่ออก แต่กระนั้นผมก็ไม่ได้กัดลิ้นที่รุกรานเข้ามาในปาก เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นเพื่อนรักของผม ผมจะทำร้ายเขาได้อย่างไร ร่างที่มีกำลังเหนือกว่าของสตีฟกดร่างของผมไว้จนไร้ทางหลบหนี ขาทั้งสองทรุดลงอย่างอ่อนแรง ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ดูเหมือนร่างกายของผมจะไม่ยอมทำตามคำสั่งซะแล้ว

อื้ม....... ยะ...หยุดนะ...... ผมคราง เบือนหน้าหนีให้พ้นใบหน้านั้น พยายามจะดิ้นให้หลุดจากวงแขนที่รัดร่างไว้

อยากจะเข้าใจฉันไม่ใช่หรอ? นี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการล่ะดาร์เรน

*******************************************

ผมมักจะวิ่งหนีไปไกลจากสตีฟทุกครั้งที่เขาหัวเสียเกรี้ยวกราดจนไม่ฟังใคร แต่ก็กลับมาหาเขาทุกครั้งเมื่อสงบลง เพราะผมคือคนที่เขาต้องการให้อยู่ข้าง ๆ เสมอ และผมเองก็ยินยอมตามความต้องการของเขาเรื่อยมาจนไม่รู้ตัวว่าตัวผมเองต่างหากที่ต้องการเขาอย่างขาดเสียไม่ได้ ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ที่รู้คือผมจมอยู่กับความปรารถนานี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

ร้องไห้อีกแล้วหรอดาร์เรน ยังไม่ชินอีกหรือไง ผมนิ่งเงียบ ทำราวกับว่าไม่ได้ยินคำถามนั้นจากร่างที่แนบชิดอยู่ มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่ากำลังรังแกนายอยู่นะ ทำแบบนี้ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้แสดงความเห็นใจเลยแม้แต่น้อย พลางปาดน้ำตาออกจากใบหน้าของผม น้ำใส ๆ ซึมเข้าไปในถุงมือสีดำที่สตีฟยังคงสวมใส่อยู่แม้กระทั่งเวลานี้

ผมไม่ได้อยากจะร้องไห้เลย แต่น้ำตามันกลับไหลออกมาอย่างนี้ทุกครั้งอย่างห้ามไม่ได้

ร่างที่เหนือกว่านั้นโน้มใบหน้าเข้ามา เพื่อให้ริมฝีปากสัมผัสกับแก้มของผมเบา ๆ พลางกระซิบ แต่ก็ดีนะ ที่ฉันเป็นคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำให้นายทุกข์ทรมาน แล้วก็เป็นฉันคนเดียวที่จะเช็ดน้ำตาให้นายได้

ผมนิ่งฟังอย่างขมขื่น มันก็จริงอย่างที่เขาพูด ผมเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ผมขาดเขาไม่ได้ถึงแม้ว่าเขาจะทรมานผมเช่นนี้ทุกครั้งไป เหมือนกับว่าเขาได้ตอกหลาวอันแหลมคมลึกลงไปในหัวใจผมแล้ว หากถอนมันออกไปเมื่อไหร่ผมก็คงจะสิ้นใจทันที ที่ผมจะทำได้คือรั้งให้หลาวอันนั้นไว้แล้วทำร้ายหัวใจนี้ไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าความทรมานนี้จะจบสิ้นเมื่อไหร่หรือว่ามันจะยั่งยืนไปตลอดกาลก็ไม่อาจรู้ได้ ผมไม่กล้าแม้แต่จะขัดขืน ผมตกเป็นเหยื่อของสตีฟ เลพพิดอย่างยินยอมพร้อมใจ แต่ผมปวดร้าวเหลือเกินที่ไม่สามารถจะเปิดกุญแจหัวใจของสตีฟออกมาได้ หัวใจที่แข็งกร้าวดวงนั้นคงไม่มีทางตกเป็นของใครแน่

หลังจากเหตุการณ์วันนั้น พวกเราก็ย้ายจากโรงแรมมาที่อพาร์ทเมนท์ร้างของสตีฟ เพื่อที่แวมพานีซจะได้ตามรอยพวกเราได้ยากขึ้น โอกาสที่สตีฟจะได้อยู่ตามลำพังกับผมก็เพิ่มขึ้นด้วยในเมื่อที่นี่มีห้องว่างมากขึ้น ผมแน่ใจว่าทุกคนคงรู้ถึงความสัมพันธ์ลับ ๆ ของผมกับสตีฟ (แหงอยู่แล้ว ผนังห้องน้ำแค่นั้นคงกันเสียงผมไม่มิดหรอก) อย่างน้อยก็คงเอะใจว่ามีอะไรที่ผิดแปลกไประหว่างผมกับเขา เพียงแต่ยังไม่มีใครเอ่ยอะไรเท่านั้น ขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาถกเถียงเรื่องนี้ ผมยังต้องรับผิดชอบภารกิจที่ต้องตามล่าจ้าวแห่งแวมพานีซอยู่ ตราบใดที่ผมยังไม่ละเลยหน้าที่นี้ คุณเครปสลีย์และคนอื่น ๆ คงไม่ใส่ใจนักว่าผมจะมีความสัมพันธ์แบบไหนกับสตีฟ

ผมยังโกรธสตีฟอยู่เรื่องที่เขากล่าวหาคุณเครปสลีย์ในเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ก็คงป่วยการที่จะไปทุ่มเถียง ถึงอย่างไรสตีฟคงไม่ฟังผมหรอก ผมสมเพชในความอ่อนแอของตัวเองที่ไม่อาจจะปกป้องชื่อเสียงของคุณเครปสลีย์ได้ แถมยังปล่อยให้คนที่มาเหยียดหยามเขาทำไม่รู้ไม่ชี้ลอยนวลอยู่ตรงหน้าผมอีก ผมเจ็บปวดทุกครั้งที่ต้องมองตาคุณเครปสลีย์ ผมกำลังทรยศเขาอยู่ มีความลับต่อเขา ทั้ง ๆ ที่เราสัญญากันไว้ว่าจะเชื่อใจกัน ผมอยากพูดความจริงกับเขา ไม่ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่พวกเราก็ยุ่งอยู่กับการล่าแวมพานีซจนผมแทบไม่มีเวลาได้อยู่กับคุณเครปสลีย์ตามลำพังเลย

ผมหมกมุ่นอยู่กับความคิดเดิม ๆ ขณะที่กำลังอาบน้ำ (ซึ่งกลายเป็นเวลาเดียวที่ผมจะได้อยู่คนเดียวแบบไม่มีใครรบกวน) คืนที่ผ่านมาพวกเราก็ยังไม่พบร่องรอยใด ๆ ของแวมพานีซ และแสงอาทิตย์แห่งรุ่งอรุณยามใหม่ก็กำลังจะฉายแสงในอีกไม่กี่นาทีนี้ การตามล่าแวมพานีซไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย ถึงแวมไพร์อย่างพวกเราจะมีกำลังเหนือคนธรรมดาก็ยังเหนื่อยสายตัวแทบขาดกลับมากันทุกคืน ผมแปลกใจจริง ๆ ว่าคนธรรมดาอย่างสตีฟเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ทั้ง ๆ ที่เขาก็ออกไล่ล่าแวมพานีซทั้งคืนเหมือนพวกเราแท้ ๆ คงเป็นเพราะเขาฝึกมาดีละมั้ง

ผมแต่งตัวเรียบร้อยแล้วออกมาจากห้องน้ำก็พบว่าคุณเครปสลีย์ยืนรอผมอยู่ หรือบางทีน่าจะเรียกว่าสัปหงกรอมากกว่า

คุณเครปสลีย์ฮะ ผมเรียก คุณเครปสลีย์ขยับตัวแล้วหันมามองผม

อ้อ ดาร์เรน อาบน้ำเสร็จนานหรือยัง เขาถาม

ไม่นานหรอกฮะ ออกมาก็เจอคุณยืนหลับอยู่ตรงนี้แหละ ผมแหย่ คุณง่วงก็น่าจะรีบไปนอนสิฮะ

ฉันก็กะจะทำอย่างนั้นแหละ แต่รอเธอเพราะจะเอานี่มาให้ก่อน คุณเครปสลีย์หยิบขวดบรรจุเลือดที่เขาพกไว้ออกมาแล้วยื่นให้ผม ช่วงนี้เธอไม่ได้หาเลือดดื่มเลยใช่มั้ย

เอ่อ....... ฮะ ผมรับขวดเล็ก ๆ นั้นไว้ แต่ผมยังสบายดีอยู่นะฮะ ไม่ได้เวียนหัวอะไรทั้งนั้น เลยคิดว่าจะหาเลือดดื่มตอนที่พวกเราจะยุ่งกันน้อยกว่านี้ ผมปด เพราะไม่อยากให้คุณเครปสลีย์เป็นห่วง ความจริงแล้วผมยุ่งเสียจนลืมเรื่องต้องดื่มเลือดไปเสียสนิท แล้วก็คงจะไม่รู้ตัวจนกว่าร่างกายจะอ่อนแอลง

เราคงวุ่นกันไปอีกพักใหญ่ ๆ ล่ะ เธอดื่มนี่ไปก่อนดีกว่า เกิดคับขันขึ้นมาแล้วไม่มีแรงมันจะแย่ยิ่งกว่าเดิม เขาว่า ดื่มซะ แล้วเธอก็รีบนอนด้วยล่ะ เหมือนกับพ่อที่บอกให้ลูกดื่มนมก่อนนอนก็ไม่ปาน ผมหยักหน้าและยิ้มน้อย ๆ แสดงความขอบคุณสำหรับความห่วงใยอันอบอุ่นนั้น คุณเครปสลีย์พยักหน้ารับด้วยสีหน้าที่จริงจังเหมือนเคย ถึงเขาจะไม่ค่อยยิ้มแต่ผมรู้ถึงความอ่อนโยนที่มีไว้ให้ผมเสมอ เขาหันหลังเดินออกจากห้องไป ในขณะที่สตีฟเดินสวนเข้ามาพอดี ทั้งสองไม่พูดอะไร เพียงแต่หยุดเหล่มองกันและกันนิ่ง ๆ เท่านั้น ผมล่ะปวดหัวกับท่าทีของทั้งคู่จริง ๆ

ยังไม่ไปนอนหรอดาร์เรน สตีฟถามผมเมื่อเห็นว่าคุณเครปสลีย์เดินออกไปนอกระยะที่จะได้ยินแล้ว (อย่างน้อยก็คงพ้นหูพ้นตาสตีฟ)

ก็กำลังจะไปนี่แหละ ผมตอบ ในใจก็นึกรำคาญว่าเช้านี้ผมจะได้หลับอย่างสงบบ้างไหม

จะไม่รอให้ฉันจูบราตรีสวัสดิ์เลยรึไง สตีฟหัวเราะ พลางเดินเข้ามาใกล้ผม ดวงตาคู่นั้นจับจ้องผมอยู่อย่างไม่หวั่นไหว พร้อมฉายแววแห่งชัยชนะ เขารู้ว่าผมขัดขืนไม่ได้ ไม่ใช่หรอก ผมไม่ได้ขัดขืนเลยต่างหาก

แล้วนายจะได้หลับฝันถึงฉันไง สตีฟประทับริมฝีปากอันอ่อนนุ่มนั้นลงบนหน้าผากของผมเบา ๆ พลางสวมกอดผมไว้

นายจะไม่ให้ฉันคลาดสายตาเลยรึไง ขนาดในฝันยังจะตามมาหลอกหลอนกันอีก ผมล้อ แต่ก็ไม่ได้เบือนหน้าหนีรสสัมผัสที่เลื่อนลงมาจรดริมฝีปาก รู้อยู่เต็มอกว่าผมตกเป็นของเขาหมดทั้งตัวและหัวใจ กระนั้นก็รู้สึกเจ็บแปลบในอกทุกครั้งที่คิดได้ว่าเขาไม่ใช่ของผม

เวลาที่ผ่านไปคงเป็นเพียงครู่เดียวเท่านั้น แต่สำหรับผมที่เคลิ้มไปกับจุมพิตนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่สุดวิเศษและดูยาวนานยิ่งกว่า นี่คือความสุขของผม ผมจะไม่เรียกร้องสิ่งอื่นใดไปมากกว่านี้ ขอแค่มีเขาอยู่ข้างเคียงไปตลอด ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มอบหัวใจให้ผมก็ตาม ผมก็ยินดี

เช้านี้นายใจร้อนนะดาร์เรน ใจคอไม่คิดจะรอให้ไปถึงในห้องฉันก่อนรึไง สตีฟว่า แต่ก็ไม่มีทีท่าทีจะหยุดสิ่งที่ได้เริ่มทำไปแล้ว เขาปลดกระดุมเสื้อผมออกอย่างชำนาญ แล้วเหลือบไปเห็นขวดบรรจุน้ำสีแดงสดในมือผม เขาดึงขวดนั้นไปราวกับเด็กที่ได้พบของเล่นชิ้นใหม่ ยกมันขึ้นดูแล้วยิ้มอย่างพอใจ

วางมันไว้ก่อนเถอะสตีฟ แตกไปแล้วจะเลอะแล้วก็เสียของเปล่า ๆ ผมเตือน

ไม่จำเป็นหรอก ฉันจะให้นายดื่มให้หมดเดี๋ยวนี้แหละ เขาพูดแกมบังคับ พลางใช้นิ้วดันเปิดฝาขวดออก อย่าดิ้นมากล่ะดาร์เรน เดี๋ยวมันจะหกหมด

เอ๋..? ผมไม่เข้าใจที่สตีฟพูด ยังไม่ทันจะเข้าใจอะไรผมก็ต้องตกใจที่เห็นสตีฟดื่มเลือดไปต่อหน้าต่อตา เขาป้อนของเหลวสีแดงนั้นให้ผมทันที ผมกลืนเลือดลงคออย่างช้า ๆ ลิ้นของผมลิ้มรสของเลือดอย่างดูดดื่มภายในปากของสตีฟ เป็นการดื่มเลือดมนุษย์ที่ผมรื่นรมย์มากที่สุดเท่าที่เคยได้ลิ้มลอง

อร่อยมั้ยล่ะ ลิ้นนายนี่ซุกซนในปากฉันใหญ่เลยนะ สตีฟยิ้ม คำพูดของเขาทำเอาผมหน้าแดง

ทีหลังจะทำอะไรแบบนี้ก็บอกกันก่อนสิ โชคดีนะที่มันไม่หก ผมว่า

ฉันชอบมองนายเวลาที่เจอเรื่องอะไรไม่คาดฝันแบบนี้แหละ เขาพูดพลางเลียรอยเลือดที่เปื้อนอยู่มุมปากผม อย่างนี้สิ ถึงจะสนุก

สตีฟ เลพเพิดชอบมีอะไรที่ทำให้ผมแปลกใจอยู่เรื่อยจริง ๆ เขาไม่รังเกียจบ้างหรือไงนะที่ต้องลิ้มรสเลือดมนุษย์ แต่พอคิดดูแล้วก็คงไม่แปลกอะไรในเมื่อเขาอยากเป็นแวมไพร์อยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

สตีฟเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าของผมต่อ เราจูบกันนับครั้งไม่ถ้วนในช่วงเวลานี้ แต่แล้วผมก็ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อพบว่ามีใครบางคนยืนมองดูผมอยู่ห่าง ๆ ด้วยสายตาผิดหวังที่แฝงไว้ด้วยความเหยียดหยาม

คุณเครปสลีย์..

ผมตกตะลึงอยู่จนทำอะไรไม่ถูก คุณเครปสลีย์ยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แต่เมื่อเขาเห็นว่าผมรู้ถึงการมีตัวตนของเขา คุณเครปสลีย์ก็หันหลังกลับออกไปอย่างรวดเร็ว ผมนิ่งเงียบอยู่นานจนสตีฟเห็นถึงความผิดปกติ

เป็นอะไรไปดาร์เรน สตีฟถามอย่างไม่พอใจนัก เขาคงไม่ชอบที่จะไม่ได้อะไรดังหวัง โดยเฉพาะในเวลาแบบนี้

สตีฟ...... คุณเครปสลีย์....... ผมสะอื้น ผมโง่มากที่เอ่ยชื่อคุณเครปสลีย์ออกมาต่อหน้าสตีฟตอนนี้ แต่ผมสับสนจนไม่รู้จะทำอย่างไร สายตาที่คุณเครปสลีย์มองผมมันช่างเจ็บปวด ผมทำร้ายเขาในฐานะที่เป็นผู้ช่วย บิดพลิ้วคำสัญญาที่มีต่อกัน การกระทำของผมคงทำให้เขาอับอายอย่างมาก ถึงแม้จะไม่มีใครอื่นรู้ แต่คนอย่างคุณเครปสลีย์คงไม่ยกโทษให้กับความแปดเปื้อนเช่นนี้ได้ ในเมื่อผมมีพันธะต่อเขา ความอับอายของผมหมายถึงความอับอายของเขาเอง

สตีฟ ผมเห็นโทสะในดวงตาของสตีฟ แต่พยายามปัดความคิดไร้สาระทิ้งไป เพื่อที่จะแก้ไขสถานการณ์ย่ำแย่นี้อย่างรวดเร็ว ฉันขอร้องครั้งนี้แค่ครั้งเดียวเถอะนะ ได้โปรด ผมวิงวอนเสียงสั่น ผมไม่อยากเสียสตีฟไป แต่ผมก็ต้องการความไว้ใจจากคุณเครปสลีย์คืนมา ผมจำเป็นต้องเสี่ยง รอฉันนะ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น

ผมผละออกจากสตีฟ แล้ววิ่งตามคุณเครปสลีย์ไป ทิ้งสตีฟไว้เบื้องหลังโดยไม่รอคำตอบใด ๆ ผมไม่อยากรับรู้ผลที่จะเกิดขึ้นจากการเลือกครั้งนี้ เป็นไปได้ยากเหลือเกินที่สตีฟจะรอผม ตอนที่ผมกลับมาเขาอาจจะจากผมไปตลอดกาลก็ได้ แต่ผมก็ไม่อาจปล่อยให้คุณเครปสลีย์ผิดหวังในตัวผมต่อไปได้

*******************************************

คุณเครปสลีย์ฮะ ผม....... ผมก้าวเข้าไปในห้องนอนของคุณเครปสลีย์ โดยที่ยังไม่มั่นใจว่าจะพูดกับเขาอย่างไร

คุณเครปสลีย์นิ่งเงียบ แต่ผมรู้สึกได้ว่าเขาขุ่นเคืองและผิดหวังในตัวผมอย่างร้ายแรง ผมทำลายความไว้ใจที่เขามีให้เพื่อสนองความต้องการของตัวเองอย่างไม่น่าให้อภัย

ผมขอโทษฮะ! คุณเครปสลีย์ ผมคิดคำอื่นไม่ออกนอกจากคำแก้ตัวโง่ ๆ นี้

เธอขอโทษฉันทำไมกันดาร์เรน คุณเครปสลีย์ตอบราวกับว่าเขาไม่มีอะไรต้องเสียหายจากเรื่องนี้เลยแม้แต้น้อย ฉันเคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าเรื่องของหัวใจเธอ ไม่ใช่ของฉันซักหน่อย ฉันจะไม่ก้าวก่าย แล้วไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยทั้งสิ้น

แต่คุณโกรธผมนี่ฮะ ผมแย้ง เป็นเพราะผมไม่ควรจะมีความสัมพันธ์แบบนั้นกับสตีฟไม่ใช่หรอฮะ ผมเองก็ทำไม่ถูกที่ปิดบังไว้ไม่บอกคุณด้วย แล้ว--

ดาร์เรน ดาร์เรน คุณเครปสลีย์แทรกขึ้น ฉันไม่ได้โกรธเธอ ฉันโมโหเจ้าเด็กนั่นต่างหาก

ผมงุนงงเมื่อได้คำตอบที่ผิดคาด ทำไมละฮะ สตีฟไม่ได้ทำร้ายผมนะฮะ ผมเองต่างหากที่เดินเข้าไปหาเขา ผมสารภาพ

เพราะอย่างนั้นแหละฉันถึงเป็นห่วงเธอ สตีฟ เลพเพิดมีเลือดที่ชั่วร้าย ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ฉันไม่มีทางจะไว้ใจเขาได้เต็มที่อย่างที่เธอทำ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็จะเคารพการตัดสินใจของเธอดาร์เรน ถ้าเธอเชื่อใจเขาฉันก็จะพยายามเชื่อใจเขาเหมือนกัน คุณเครปสลีย์พูดพลางถอนหายใจ เอาเถอะ เช้านี้ฉันคงอยู่ผิดที่ผิดทางไปหน่อย ดันไปเห็นเจ้าเด็กนั่นมาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอแบบนั้นจะไม่ให้โกรธได้ยังไงกัน

ผมโล่งใจที่คุณเครปสลีย์ไม่ได้คิดอะไรเลวร้ายอย่างที่ผมคาด เขาให้อิสระผม และผมดีใจที่เขาเป็นห่วงเป็นใยผมถึงเพียงนี้ ผมเข้าใจฮะ ผมจะระวังตัว

ยังไงก็ตามนะดาร์เรน อย่าลืมว่าภารกิจของเราคืออะไร นั่นคือเรื่องสำคัญที่สุดที่เธอควรจะคิดถึงตอนนี้ คุณเครปสลีย์ย้ำ

ผมทราบดีฮะ ขอบคุณฮะ คุณเครปสลีย์ ผมน้อมตัวแล้วหันกลับออกมา ผมตอบไปเช่นนั้น แต่ในใจผมร้อนรนคิดถึงสตีฟเพียงคนเดียวเท่านั้น

อย่าไว้ใจสตีฟ เลพเพิดมากเกินไปดาร์เรน คุณเครปสลีย์เอ่ยขึ้น ทำเอาผมชะงักจนหยุดเดิน ยิ่งเธอทุ่มเทความรักให้เขามากเท่าไหร่ เธอก็จะยิ่งเจ็บปวด ฉันไม่อยากให้เธอเสียใจเหมือนคราวที่เธอถูกเคอร์ดาทรยศ.......

ผมเดินช้า ๆ ออกไปจากห้อง โดยที่ยังคงได้ยินคุณเครปสลีย์พูดเบา ๆ ว่า ฉันอาจจะเตือนในสิ่งที่สายเกินไปแล้วสำหรับเธอสินะ ผมไม่รู้ว่าเขาจงใจพูดให้ผมได้ยิน หรือว่าพูดกับตัวเองกันแน่ แต่สิ่งเดียวที่หัวใจของผมเรียกร้องในขณะนี้คือ ให้ผมเดินกลับเข้าไปสู่อ้อมแขนของสตีฟ เลพเพิด

*******************************************

ผมวิ่งกลับไปหาสตีฟด้วยหัวใจที่หวาดหวั่น เตรียมพร้อมรับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่จะตามมาจากการตัดสินใจของผม เขาจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดไหนกันนะผมไม่กล้าแม้แต่จะนึก จะมีสักครั้งมั้ยนะที่เขาจะยอมรับฟังเหตุผลของผมบ้าง แต่เหนือสิ่งอื่นใดตอนนี้ผมจะยินยอมทำทุกสิ่งที่สตีฟต้องการ ขอเพียงไม่ให้เขาเดินจากไปเท่านั้น

ผมหายใจหอบ ไม่ใช่ด้วยความเหนื่อย แต่ด้วยเพราะความกังวล ผมวิ่งถลาเข้าไปในห้องแล้วพบว่าในห้องนั้นว่างเปล่า เขาไม่อยู่แล้ว..................

ผมกุมอกตัวเอง พยายามบังคับให้หัวใจที่สั่นระรัวให้เป็นปกติ น้ำตาอุ่น ๆ ไหลรินลงอาบแก้ม ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง

ไปมองที่ไหนของนายกัน หือ?

ผมหันมามองตามเสียงที่คุ้นเคยนั่น น้ำตาก็ยิ่งพร่างพรูด้วยความยินดี เขายังอยู่ สตีฟยังรอผมอยู่ ผมสวมกอดเขาไว้แน่น นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา หรือความฝันใด ๆ เขามีตัวตนอยู่ในอ้อมแขนของผมจริง ๆ

ร้องไห้อีกแล้วนะ นายนี่ จำได้ว่าแต่ก่อนต่อมน้ำตานายไม่ตื้นอย่างนี้นี่ท่านแชน สตีฟกล่าวพลางปาดน้ำตาให้ผมอย่างเคย

นี่ก็เพราะนายไม่ใช่รึไง ผมสะอื้น ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา สตีฟจับมือผมไว้แล้วจุมพิตที่หลังมืออย่างแผ่วเบา

ขอบใจนะ สตีฟ ผมบอกเขาที่มองกลับมาเหมือนเป็นคำถามว่า เรื่องอะไร ? ที่นายคอยฉัน.....

ไม่จำเป็นต้องขอบใจหรอกดาร์เรน สตีฟยิ้ม ฉันแน่ใจว่าถึงฉันหนีไป นายก็จะต้องตามหาฉันจนสุดหล้าฟ้าเขียวแน่

สตีฟสัมผัสที่ปลายนิ้วของผม สัญลักษณ์ของความเป็นแวมไพร์อยู่ที่นั่น รอยแผลเล็ก ๆ บนปลายนิ้ว เขาลูบแผลนั้นแล้วพูดกับผม เจ็บปวดสินะดาร์เรน......... วันที่นายต้องถูกพรากไปจากฉัน

ผมพยักหน้ารับเศร้า ๆ ไม่อยากจะย้ำเตือนถึงอดีตอันขมขื่นไปมากกว่านี้

ฉันก็แทบจะสูญเสียความเป็นมนุษย์เมื่อไม่มีนายอยู่เคียงข้าง เป็นครั้งแรกที่เขาเปิดเผยความรู้สึกแท้จริงของตัวเองให้ผมรู้ ผมแน่ใจเช่นนั้น ฉันดีใจแทบตายที่ได้พบนายอีกครั้ง หลังจากหลายปีที่ต้องจมอยู่กับความเดียวดาย

ผมฟังเขาแล้วรู้สึกเจ็บปวดไปด้วยอย่างจับใจ ตั้งแต่เราจากกันผมก็ทุกข์ทรมานไม่แพ้กัน แต่ผมมีเรื่องต้องเรียนรู้มากมายและได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ ที่คอยดูแลผม คุณเครปสลีย์ เอฟรา ฮาร์แคต และคนอื่น ๆ ที่หุบเขาแวมไพร์ ช่วยเติมเต็มชีวิตของผมไม่ให้ว่างเปล่า แต่สำหรับสตีฟที่ต้องผจญทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว เฝ้ารอวันที่จะได้พบผมอีกครั้ง มันช่างเป็นการรอคอยที่แสนทรมานเหลือเกิน

แต่สตีฟในตอนนี้ไม่ได้แสดงความเจ็บปวดใด ๆ ทั้งสิ้น เขายิ้มให้ผม แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่านายต้องการฉัน ดาร์เรน เพราะงั้นฉันไม่จำเป็นต้องบังคับนายอีกต่อไปแล้ว

นายหมายความว่ายังไง สตีฟ ? ผมไม่เข้าใจและเกรงกลัวคำพูดที่กำกวมแบบนั้นจริง ๆ

หมายความว่า ตอนนี้ฉันจะปล่อยให้นายทำไปตามที่ใจปรารถนา จัดการภารกิจล่าจ้าวแห่งแวมพานีซของนายให้เรียบร้อยซะ ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะหนีไปไหน แล้วหลังจากนั้นก็กลับมาหาฉันได้ทุกเมื่อ

ผมสวมกอดสตีฟอีกครั้ง ความกังวลทั้งหลายก่อนหน้านี้หายไปหมดสิ้น คำสัญญาของเขาช่างมีความหมายต่อผมมากเหลือเกิน

ขอบคุณ........ ขอบคุณจริง ๆ นะสตีฟ ผมยิ้มให้เขา เราสบตากัน แล้วสตีฟก็จัดการติดกระดุมที่ปลดไว้ ผมลืมไปสนิทว่าเสื้อที่ใส่อยู่ยังหลุดลุ่ยแบบนี้

ให้ตายสิ นายนี่นะ อายุเท่าฉันแน่หรอเนี่ย ท่าทางคุณเครปสลีย์จะโอ๋นายเกินไปหน่อยแล้วนะ เขาบ่นอุบ

คำพูดเรื่องอายุของเขาทำให้ผมนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ จริงสิ สตีฟ นายยังอยากเป็นแวมไพร์อยู่รึเปล่า

สตีฟดูตกใจกับคำถามของผม ทำไมถึงถามล่ะดาร์เรน

ถ้าหากนายต้องการ ฉันจะถ่ายเลือดให้นายมาเป็นแวมไพร์ด้วยกันได้นะ ผมเสนอ คงต้องหลังจากภารกิจนี้เสร็จสิ้นก่อน แต่ฉันแน่ใจว่านายเป็นแวมไพร์ที่ดีได้แน่

สตีฟสั่นศรีษะ ไม่ได้หรอกดาร์เรน คุณเครปสลีย์ก็บอกไม่ใช่หรอว่าเลือดฉันมันชั่วร้าย

ไม่ได้หมายความว่านายจะต้องเป็นคนชั่วร้ายด้วยนี่ ! ผมเถียง ถ้าหากนายช่วยพวกเราผ่านภารกิจนี้ไปได้ ฉันรับรองว่าทุกคนต้องยอมรับนายแน่

งั้นฉันขอรับข้อเสนอไว้ก่อนแล้วกัน ผมยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ขณะที่สตีฟเลื่อนใบหน้ามากระซิบข้างหูผมเบา ๆ ถีงยังไง นายก็ขาดฉันไม่ได้..

รู้แล้วก็อย่าแกล้งหนีฉันไปไหนล่ะ

แสงอาทิตย์ยามเช้าฉายพาดขอบฟ้า เราสองคนต้อนรับวันใหม่ร่วมกัน โดยที่ผมไม่ล่วงรู้เลยว่าอนาคตในอีกไม่ช้านี้จะเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของเราสองคนให้ต้องเผชิญกับความสูญเสียและความทุกข์ทรมานอีกมากมายเพียงใด

To be continued in The Saga of Darren Shan Volume 8 Allies of the Night

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

การี๊ดด*[]*(ยืมโบมาใช้)
บอกก่อนได้คำเดียวว่า "จิ้นกระจาย!" ฮับ>[]<
แอะๆๆ ยาวสะใจ อ่านไปเลือดกระฉูด
แต่งอีกจิฮับพี่กี >w< สนุกๆๆ
จะสงสัยลุงเครปดีมั๊ยเนี่ย เด็กๆเค้ารักกัน(ฮา)
=[]=*อ่านจบแล้วทำให้มีไฟในการไปอ่านเล่ม9ให้จบซะที=.=lll*

#1 By takara™ on 2006-05-02 12:18

โฮกกก *[]* อ่านแล้วถึงกับสครีม หลงรักสตีฟเข้าไปเต็มๆ
(สถานะตอนนี้คือ ยังไม่ได้อ่านเล่ม 8)
พี่กีแต่งลื่นไหลดีค่ะ ชอบๆ แต่งอีกสิฮ้า~~~
(เอาเรทๆสิฮ้า เอ๊ย ไม่ใช่แล้ว!!!!)

#2 By MaKuMi on 2006-05-02 12:25

กว่าจะอ่านจบ
เหนื่อย..........................

#3 By Zheng Yu [A]ming Kung © 郑玉明 on 2006-05-02 15:16

หวาน หวาน หวาน
สตีฟน่าร้ากกกกกก
น่าสงสารด้วย เดิมทีเป็นเด็กมีปัญหา เก็บกด และโหยหาความรักด้วยนี่นะ ดาร์เรนเอ๊ยยย มองคนอื่นนอกจากสตีฟให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ เพื่อความสงบสุขของโลก

#4 By honeynut on 2006-05-02 15:47

อ่านตาแฉะ แต่ก็ยอมเพราะสตีฟดาร์
สตีฟบาดใจมากค่ะ อ่านแล้วแอบใจละลาย
(แต่ทำไมน้องดาร์ถึงชอบไปมีกิ๊กคนอื่นล่ะ แค่สตีฟคนเดียวไม่ได้หรอ ฮือๆ)

#5 By * Cygnu$ * on 2006-05-02 15:56

อ่านกันจนตาลาย~ @[]@!!
นิยาย~ โฮๆ!! T[]T!! นึกถึงนิยายเคียวคาระแล้วเศร้า~!!! T[]T (สครีมขนาดอัพถี่เลยทีเดียว!)

#6 By +++Mizumi+++ on 2006-05-02 17:27

อืม...อยากอ่าน....(ว๊อยยยยย) ...แต่ยังไม่กล้าสปอยล์ตัวเอง (เศร้าสลด.....)

#7 By ^-Hawkeye-^ on 2006-05-02 17:38

ไม่ผิดช่ายมั้ย ถ้าบอกว่า..อยากอ่านอ่ะฮะ -*-

#8 By $ REI $ ^{EvireI,}^ on 2006-05-02 19:01

เย้ อ่านอีกรอบ >.< ฮ่าๆๆ ( นับไม่ถ้วนแล้ว ฮ่าๆ )
ชอบทุกฉากเลยค่า ชอบบทสนทนาในอดีตมากด้วย

#9 By :nakare: on 2006-05-02 20:37

ในที่สุดเราก้ออ่านจบซักที ฮ้า

#10 By :: Fall in Love You :: on 2006-05-03 13:39

++ บล๊อคสวยดี ++

++ บีจีน่ารักอ่า ++

++ เราหมายถึงตุ๊กตาหมีนะ ++

++ เรามาใหม่อ่า ++

++ ไปเยี่ยมเค้าบ้างนะต๊เอง ++

#11 By + แบม ASC + on 2006-05-03 15:58

ทำยังไงให้ ตรง entry ใสๆ แล้วเห็นพื้นหลังอะงับ ขอความกรุณาช่วยตอบด้วยนะงับบบ (ขอบคุนมากกๆงับ)

#12 By A.U.~* on 2006-05-03 17:55

อ่านช่วงต้นๆแล้วเขินตามอย่างแรงค่ะ><(เขินทำไม)
เสะตบจูบจริงๆนะสตีฟ(ฮา)
แต่ยิ่งอ่านแล้วพอยิ่งคิดเรื่องต่อจากนี้มัน...

#13 By -shinya- on 2006-05-04 01:43

แต่งได้ยาวมากกกก
แถมยังน่ารักมากกกกก

โฮกกกกก คุ่นี้มันช่าง มันช่างงง โอ้ย น่ารักโว้ย เกินบรรยาย

แต่งเก่งมากๆ อ่านแล้วเคลิ้ม

#14 By Mercutery on 2006-05-04 14:47

กรี้สสสส หน้าแดงแล้วค่า TTATT พออ่านเล่ม8จบก็มาต่อฟิคเลยค่ะ นี่แหล่ะสุดยอดดดดด~={}<b ชอบจังเยยยยยยค่า ดาร์เรนน่ารักจริงจริ๊งงงง อ่านแบบลื่นไหลไม่ติดขัดเลยค่ะ
ตอนสตีฟรุกดาร์เรนจังอา..คนอ่านเคลิ้มตาม สตีฟดาร์ น่าฮักน่าฮัก >v<//

#15 By ☂ YukiUsagi ★ on 2006-05-09 01:00

โฮกกกกกกกก
สตี๊ฟนี่มันทั้งน่ารักและน่า(ชิง)ชังจริง-*-
ทั้งชอบทั้งไม่ชอบไปพร้อมๆกันเลยพ่อหนุ่มคนนี้ ฮึ่ย!!
ทำไมอ่านแล้วนึกถึงตอนจบไปด้วยแล้วมันรู้สึกสลดพิกลTAT...

#16 By Jin on 2008-04-03 18:50