Event: Comicon Road #3 (Kokoro #3)

Date: 18th (Sun) May 2008

Place: Saint Luise Hospital (Car Park Building, 11th Floor)

Circle: Fiction Factory (37) (ตามแผนผัง)

Final Fantasy VII Fanbook Vol. 1 (Zack Fair x Cloud Strife)

Rate: PG-15
Author: KeeChan
Cover: Mikan
Illust: Eguana
Guest Fanart: Mikan
Pages: 284
Price: 300 Baht (ไม่ขาดไม่เกิน คนขายขี้เกียจทอน...)

ภายในเล่มประกอบไปด้วย

Tomodachi Darou?
Innocence
Blue Bonding
Maybe, Goodbye

(ซึ่งทั้งหมดข้างบน อ่านฟรีได้ในบล็อคนี้)

และตอนพิเศษสุดเซอร์ไพรซ์ ไม่เคยลงที่ไหนมาก่อน!
Sephiroth's Secret - เมื่อเซฟิรอธมีความลับที่ไม่เคยบอกใคร
Zack's Fan - แฟนคลับกับแฟนตัวจริงไม่เหมือนกันหรอกเนอะ?
Cloud's Smile - บทสรุปแห่งรอยยิ้มของคลาวด์ของเค้าาาา

 

 

 

 

The Prince of Tennis Fanfiction Vol. 1 (Tezuka Kunimitsu x Atobe Keigo)

Rate: NC-17 (ละมั้ง)
Author : KeeChan
Cover Model : KeeChan
Cover Photo : Nakare
Pages : 228
Price : 230

ไม่มีทอล์คไม่มีคำนำไม่มีภาพประกอบ ประหยัดกระดาษช่วยชาติช่วยโลก เคี้ยกกกก (จริง ๆ อยากได้ไอ้เลขข้างบนนั่นแหละ)

ในเล่มก็

Oblivion... ไม่แยกตอนเหมือนในบล็อค (เิชิญอ่านในบล็อคได้ฟรี) ติดกันเป็นพรืด อ่านสนุกเป็นนิยายน้ำเน่า

และ

ตอนพิเศษ ไ่ม่ลงบล็อคจ้ะ (ไม่กี่หน้าหรอกน่ะ คิดเรื่องไม่ออกแล้ว ฮ่าๆๆๆ)

October

 


คำเตือน

กรุณาเก็บให้พ้นมือผู้ปกครอง อีคนเขียนยังไม่อยากโดนตำรวจจับข้อหาผลิตสื่อลามกอนาจาร

 

นอกจากฟิคสองเรื่องข้างบนแล้ว ก็จะมี

Essence

รายละเอียด จิ้มซะ

 

มาซื้อด้วย ไม่งั้นไม่ต่อฟิคนะ เคี้ยกเคี้ยกเคี้ยก 

[Tenipuri AU Fiction] Cross (6): Chaser (4)

posted on 12 May 2008 21:44 by keechan  in Anime-Comic-Game

 

Cross (ุุ6) : Chaser (4)

 

Pairing : Tezuka Kunimitsu x ????????, Oshitari Yuushi x ????????

 

โอชิทาริเลือกที่จะมาร้านดอกไม้ในตอนสาย ๆ เหมือนอย่างที่ตอนมาครั้งแรก เพราะนั่นคือช่วงเวลาที่จะไม่มีลูกค้าคนอื่นอยู่ โอกาสดีที่เขาจะได้คุยกับร่างโปร่งที่น่ารักนั้นเพียงลำพัง ทั้ง ๆ ที่ครั้งแรกแวะมาได้เพราะหลงทาง แต่โอชิทาริกลับจำทางที่จะมาที่นี่ได้แม่น เขาจอดรถแล้วค่อย ๆ ก้าวเข้าร้านที่อบอวลไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ด้วยหัวใจทิ่ลิงโลด

ภายในร้านยังว่างเปล่าเหมือนเดิม เงียบราวกับไร้ผู้คน โอชิทาริยิ้มกับตัวเองแล้วนึกสนุกว่าถ้าร้านว่างเหมือนไม่มีคนดูแลแบบนี้ ถ้าเขาจะลักพาตัวคนเฝ้าร้านไปสักพักคนไม่ผิดสังเกต ถ้าได้ทำจริงคงจะสนุกดี

เสียงคนคุยกันแว่วมาจากด้านใน โอชิทาริขมวดคิ้วแล้วเงี่ยหูฟัง รู้สึกว่าตนโดนตัดหน้ายังไงชอบกล เขาอยู่ห่างเกินไปจนฟังบทสนทนาได้ไม่ถนัด โอชิทาริจึงถือวิสาสะเข้าไปในร้านด้านใน พอเข้าไปใกล้ก็ได้ยินสิ่งที่พูดคุยกันอยู่ชัดเจน

“---ไม่เห็นบอกผมเลยว่าจะมา” เสียงใสที่คุ้นหูดังออกมาก่อน คงอยู่กับใครบางคน

“ถ้าบอกก่อนก็ไม่ได้เห็นนายตอนแปลกใจน่ะสิ” อีกเสียงว่า เป็นเสียงทุ้มของผู้ชาย น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา

“งานยุ่งรึเปล่า ช่วงนี้”

“ก็แทบจะล้นมือเลยล่ะ แต่พอมาหานายที่ร้านทีไร รู้สึกหายเหนื่อยไปเยอะ”

ร่างโปร่งหัวเราะ “ฮะฮะฮะ หายเหนื่อยเพราะเห็นดอกไม้ ไม่ใช่เพราะผมหรอกมั้ง”

ระหว่างที่ฟังคนทั้งคู่กระเซ้าเย้าแหย่กัน โอชิทาริก็ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้เสียงนั้นมากขึ้นโดยพยายามไม่ให้เกิดเสียงดัง โอชิทาริไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องทำหลบ ๆ ซ่อน ๆ เขาไม่ใช่คนร้ายที่จะเข้ามาขโมยของเสียหน่อย แต่พอฟังบทสนทนาแบบนั้นแล้วเขาอยากจะเข้าไปโผล่ทำลายบรรยากาศหวานแหววอย่างนั้นเสียหน่อย

ชั่วร้ายดีแฮะ... เขาชอบความคิดนี้จัง

อีกอย่างก็อยากจะดูน้ำหน้าผู้ชายที่เจ้าของร้านดอกไม้หน้าหวานคนนั้นหัวร่อต่อกระซิกด้วยว่าจะมีดีอะไรเทียบเขาได้สักเสี้ยวรึเปล่า

“เอาแต่ถามถึงฉัน นายเองเถอะ ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ย” เสียงทุ้มถามบ้าง

“ไม่มีหรอก สบายมาก ผมชอบงานที่นี่มากเลย ได้อยู่ใกล้ ๆ สิ่งที่ผมชอบมาก ๆ”

โอชิทาริก้าวเข้ามาใกล้จนเห็นแผ่นหลังของผู้ชายอีกคน จากตรงนี้เขามองไม่เห็นหน้า ถ้าจะเปลี่ยนมุมเอาดื้อ ๆ ก็ดูท่าจะทำให้ทั้งคู่รู้ตัวแน่

แล้วเขาก็เพิ่งรู้ตัวว่าดวงตาสีน้ำทะเลกำลังจ้องมองตนด้วยแววโกรธเคือง ก่อนคำถามจะพุ่งเป้ามาที่ตัวเอง

“มีธุระอะไรหรือครับ คุณลูกค้า ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณควรจะเข้ามาเลย” นั่นฟังดูเป็นคำตำหนิมากกว่าคำต้อนรับ

“ผมลองเรียกดูที่หน้าร้านแล้วแต่ไม่มีใครตอบ ก็เลยลองเข้ามาเดินข้างในดู คงไม่คิดว่าเป็นความผิดของผม 100 เปอร์เซ็นต์หรอกนะครับ คุณคนสวย” ตอกกลับได้อย่างแนบเนียนและยังโยนความผิดกึ่งหนึ่งไปให้อีกฝ่ายได้อีก คงไม่มีใครปลิ้นปล้อนและหัวไวเท่าโอชิทาริ ยูชิคนนี้แล้ว

ชายอีกคนหันมามองเขาด้วยสายตากึ่งพิจารณากึ่งสงสัย ก็เป็นผู้ชายหน้าตาพื้น ๆ ธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีจุดเด่นอะไรนี่ ทรงผมก็สุดเชย การแต่งตัวก็งั้น ๆ มองยังไงก็เป็นพนักงานบริษัทจน ๆ ไม่คิดเลยว่าคนสวย ๆ แบบนี้จะรสนิยมไม่ได้เรื่อง

“ผมต้องขอโทษด้วยที่บริการบกพร่อง ไม่ทราบว่าวันนี้คุณต้องการดอกไม้แบบไหนหรือครับ”

“เอาเข้าจริง ๆ แล้ว... วันนี้...” โอชิทาริแกล้งลากเสียงยาวเพื่อเย้ายวนอีกฝ่าย ในขณะที่ฟูจิกำลังกุลีกุจอตระเตรียมหาดอกไม้ให้ ผู้ชายมีเสน่ห์อย่างเขากำลังเชิญชวนให้ไปทำงานที่มีชื่อเสียงและเงินเป็นกอบเป็นกำ กับผู้ชายจน ๆ ที่เข้ามาคุยโดยไม่มีอะไร ดูซิว่าจะสนใจใครมากกว่า “ผมไม่ได้มาซื้อดอกไม้ธรรมดา ๆ หรอกครับ”

แววคำถามและเคืองขุ่นผุดขึ้นบนใบหน้าสวยพร้อม ๆ กัน เขาจับในน้ำเสียงได้ว่าโอชิทาริคงไม่ได้มาซื้อดอกไม้อย่างที่ว่า แล้วจึงเอ่ยประชด “แล้วคุณต้องการดอกไม้พิเศษขนาดไหนละครับ”

“ดอกไม้ที่เคลื่อนไหวได้ เป็นตัวแทนของความงามในธรรมชาติ ท่ามกลางทุ่งหญ้ากลิ่นหอมหวล” โอชิทาริเอ่ยแล้วผายมือมาด้านหน้า เจาะจงถึงตัวของฟูจิ “ผมหมายถึงคุณ”

คิ้วเรียวขมวดมุ่น ฟูจิไม่เข้าใจคำพูดของอีกฝ่ายสักเท่าไหร่ แต่พยายามเก็บงำอาการโกรธเอาไว้ “หมายความว่ายังไง”

โอชิทาริสังเกตได้ว่าผู้ชายอีกคนที่นั่งอยู่ก็ส่งสายตาไม่พอใจมุ่งมาที่เขาเช่นกัน เขาจึงเลิกเล่นลิ้นแล้วเริ่มแนะนำตัว แล้วอธิบายถึงภูมิหลังบริษัทของตน ภาพลักษณ์ของสินค้า ความน่าเชื่อถือที่ได้รับจากผู้บริโภค รวมถึงค่าตอบแทน 8 หลักนั่นด้วย (เขาข้ามที่จะพูดถึงสาเหตุที่ต้องการนายแบบที่ไม่ใช่มืออาชีพไป) มีแต่เรื่องการจัดการธรุกิจเพียงอย่างเดียว ไม่มีความรู้สึกส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง

“เป็นเรื่องบังเอิญเสียจริงที่ผมนึกถึงคนที่แสนจะเหมาะสมกับสินค้าตัวนี้อย่างคุณขึ้นมาได้ คงเป็นพรหมลิขิตที่นำพาผมมาที่ร้านแห่งนี้ เพื่อพบกับคุณ และเพื่อที่เราจะได้ทำงานร่วมกันต่อจากนี้”

“ขอบคุณนะครับสำหรับคำชมเชย การที่คนอย่างคุณประเมินค่าผมสูงเสียถึงขนาดนั้นทำให้รู้สึกเป็นเกียรติมาก” ร่างบางพูดถ่อมตน เว้นช่วงให้ความหวังอีกฝ่ายสักครู่ แล้วตัดคำเชื้อเชิญนั้นดังฉับไม่เหลือเยื่อใย “แต่ผมต้องขอปฏิเสธ ผมไม่ชอบการทำงานที่วุ่นวายแบบนั้น หวังว่าคุณคงเข้าใจ”

ให้คนอย่างโอชิทาริเข้าใจว่าสิ่งที่ตนหวังจะคว้ามาต้องหลุดลอยไปจากมือน่ะหรือ คงจะทำได้ยากหน่อย เขามันโง่กับเรื่องแบบนี้ซะด้วย ชายหนุ่มรีบพูดแทรกเพื่อโน้มน้าว “อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจ ให้ผมได้มีโอกาสพูดถึงรายละเอียดของงานมากกว่านี้อีกหน่อยสิครับ อาจจะเป็นที่โต๊ะอาหารเย็นก็ได้ เราจะได้มีเวลาคุยกันมากขึ้น”

“ผมยังมีงานต้องทำ” ฟูจิเอ่ยอ้อม ๆ เป็นการปฏิเสธข้อเสนอนั้น แต่อีกฝ่ายกลับตอบมาทันควัน

“ผมรอได้ ยังไงการทำให้คุณตกลงรับงานนี้ก็เป็นงานของผมเหมือนกัน”

“ฟูจิปฏิเสธชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ คุณน่าจะเลิกล้มความตั้งใจซะนะ ยังไงเขาก็ไม่สนใจหรอก” คนที่นั่งสนทนาอยู่ด้วยก่อนเอ่ยขัดขึ้นมาเป็นครั้งแรกหลังจากที่ทนนิ่งเงียบอยู่นานเพราะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง โอชิทาริยกยิ้มแล้วพ่นหัวเราะเบา ๆ ไม่มีทางที่เขาจะดูไม่ออกว่านี่คือการประกาศสงคราม

กรรมการผู้จัดการแห่ง Rondeau ไม่ใส่ใจคำคัดค้านนั้น เขายังจงใจเล่นหูเล่นตากับเจ้าของดวงตาสีน้ำทะเลน่าหลงใหล “ฟูจิหรือครับ ชื่อเพราะจริง ๆ”

ร่างบางไม่สนใจต่อคำประจบนั้น “ก็อย่างที่เขาว่านั่นแหละ ยังไงผมก็ไม่สนใจหรอก คุณจะเสียเวลาเปล่า ๆ”

ยิ่งถูกปฏิเสธก็ยิ่งทำให้โอชิทาริรุกรานมากขึ้น คราวนี้เขาถึงกับพุ่งเข้ามาตรงหน้า แล้วถือวิสาสะกุมมือเรียวไว้ ข้ามหน้าข้ามตาคนที่นั่งอยู่อีกคนซึ่ง ๆ หน้า

“อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ผมขอร้องล่ะ ไม่มีใครเหมาะกับงานนี้เท่าคุณอีกแล้ว ผมมั่นใจ ชายหนุ่มที่ถูกรายล้อมไปด้วยกลิ่นหอมนุ่มนวลเช่นคุณ ไม่ควรจะเก็บซ่อนความหอมหวานเช่นนี้เอาไว้เปล่า ๆ”

ฟูจิเลิ่กลั่กเพราะตั้งตัวไม่ทันที่จู่ ๆ ก็ถูกจับมือ เสียงทุ้มก็เอ่ยค้านขึ้นอย่างไม่พอใจ “ผมคิดว่าคุณกำลังละลาบละล้วงเกินไปหน่อยแล้ว ปล่อยมือฟูจิเดี๋ยวนี้”

โอชิทาริสวนกลับทันที “คุณไม่มีสิทธิ์สั่งผม อีกอย่างกะอีแค่จับมือ ผมคิดว่ามันคงไม่สึกหรอหรอกนะ” พูดเสร็จก็ส่งยิ้มหวานให้ร่างบาง แล้วยอมปล่อยมือแต่โดยดี เขารู้จักจะใช้โอกาสอันสมควรให้เป็นประโยชน์ การยอมถอยให้รู้ว่าเขาเป็นคนมีมารยาทพอจะสร้างความประทับใจให้อีกฝ่ายได้มากกว่าคนที่ชอบโวยวายไม่เข้าเรื่อง

“ผมรับรองว่าระหว่างทำงานจะไม่มีเรื่องอะไรมากวนใจคุณได้ ขอเอาตำแหน่งของผมเป็นประกันเลย ฟูจิ” เขาเรียกชื่อทันทีโดยหวังจะสร้างความสนิทสนมให้มากขึ้น ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำฟังดูมีเสน่ห์ ไม่ว่าใครได้ยินก็ต้องลุ่มหลงกันทั้งนั้น

ร่างสูงรีบเข้าไปขวางก่อนที่โอชิทาริจะมีโอกาสพูดโน้มน้าวไปมากกว่านี้ และเขาไม่ชอบด้วยที่จะมีใครมาทำตัวรุ่มร่ามแบบนี้กับฟูจิ แววตาคมกร้าวส่อถึงความขุ่นเคืองอย่างเปิดเผย และคำแสดงความเป็นเจ้าของก็ออกจากปากด้วยอารมณ์

“ฟูจิเป็นแฟนฉัน เข้าใจชัดรึยัง”

โอชิทาริทำเฉย เขาเพียงแค่ยักไหล่ ในขณะที่ฟูจิเบิกตาด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยคำพูดนั้นออกมา

“ทาจิบานะ...”

มือแกร่งโอบเข้าที่ไหล่บาง แสดงออกถึงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างเต็มที่

“พูดอย่างนั้นได้โดยไม่คิดอะไรเลยนะ คุณคิดว่าเหมาะสมแล้วเหรอที่ทำท่าอย่างนั้นกับคนที่อาจจะเป็นลูกค้าของร้านนี้น่ะ ฟูจิ จะเลือกใครเข้ามานั่งด้วยในร้านก็ดูให้ดีหน่อยนะ ธุรกิจของเธออาจจะพังได้ง่าย ๆ เพราะคนทำท่าอวดดีแบบนี้ใส่ลูกค้าก็ได้”

“นี่ นาย!” ทาจิบานะชักจะฉุนขาด ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้บุกรุกแท้ ๆ ยังทำตัวเหมือนถือไพ่เหนือกว่าเขาได้หน้าตาเฉย เขาเกือบจะออกหมัดไปแล้ว ถ้าหากฟูจิไม่รั้งไว้

“ไม่เอาน่า ทาจิบานะ” ฟูจิว่า แล้วหันมาทางโอชิทาริ “ผมไม่อยากให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในร้าน ถ้าคุณอยากจะรอ ก็ขอความกรุณาไปรอที่อื่นที่ไม่ใช่ที่นี่ ถ้าหากว่าผมจัดการเวลาช่วงเย็นได้ก็อาจจะยอมไปกับคุณ แบบนี้โอเครึเปล่า”

โอชิทาริยักยิ้มอย่างพอใจ รอยยิ้มการค้าประดับบนใบหน้าเฉียบคม “ฉลาดสมกับเป็นคุณจริง ๆ งั้นตอนเย็นผมจะมารับ”

ถ้าหากไม่มีทาจิบานะยืนกันท่าไว้ โอชิทาริคงไม่พลาดโอกาสกุมมือเรียวยาวนั้นมาจุมพิตเป็นการอำลา แต่เอาเถอะ โอกาสยังมีอีกเยอะ ร่างสูงจึงแค่โบกมือลาอย่างสุภาพ แล้วกลับออกไปเหมือนกับตอนที่เข้ามา

ถึงตัวปัญหาจะไปแล้ว แต่ความเดือดดาลของทาจิบานะยังไม่ดับลง “นายไม่น่ารับปากเลย”

ฟูจิยิ้ม “ผมไม่ได้รับปากเสียหน่อย แค่บอกว่า ‘ถ้า’ เท่านั้นเอง”

“ก็นั่นแหละ น่าจะปฏิเสธให้เด็ดขาดไปเลย กับคนอย่างนั้นน่ะ”

“ไม่ต้องเป็นห่วงผมมากขนาดนั้นก็ได้” ฟูจิพูด ดวงตาสีน้ำทะเลสื่อความหมายบางอย่างที่ทาจิบานะรู้ตัว เขายกมือออกจากไหล่บางที่กอบกุมอยู่อย่างเผลอตัวด้วยความหึงหวง

“...ขอโทษนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ แต่ไม่ต้องลำบากทำขนาดนั้นก็ได้นะ” ประโยคนั้นเป็นทั้งคำขอบคุณจริง ๆ และคำตำหนิกลาย ๆ “เธอจะต้องกลับไปทำงานแล้วไม่ใช่เหรอ”

ทาจิบานะรู้ดีว่าตนได้ทำเรื่องไม่สมควรจึงรู้สึกสำนึกผิด และรู้ว่าคำพูดนั้นคือการเชิญตนให้กลับไปอย่างสุภาพ เขาจึงไม่ได้คัดค้านอะไร "ถ้าตอนเย็นเจ้านั่นยังตื้อไม่เลิกก็โทรมาบอกฉันได้นะ”

“ผมดูแลตัวเองได้น่า อีกอย่าง ถ้าเป็นตอนเย็นล่ะก็จะมีทั้งเอย์จิ แล้วก็ซาเอกิอยู่ด้วย ไม่เป็นไรหรอก”

ไม่มีทางที่เขาจะสนใจคนอย่างนั้นหรอก ไม่ว่าจะพยายามขนาดไหนก็ไม่มีใครสามารถครองใจฟูจิได้ นอกจากคนที่เป็นเจ้าของหัวใจอยู่ตอนนี้เท่านั้น

 

 

To be continued...